รศ.ดร.ปริญญา ชี้ ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำต้องโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไข-ระยะเวลา
โพสต์เมื่อ : 11 ก.ย 2568 เวลา 14:25 น.
รศ.ดร.ปริญญา ชี้ ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำต้องโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไข-ระยะเวลา ย้ำอย่าให้สังคมคลางแคลงใจ
วันที่ 11 ก.ย.68 รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room44 ถึงกรณีการคุมขังนอกเรือนจำว่า ต้องให้ กรมราชทัณฑ์ ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการเพื่อคลายข้อสงสัยของประชาชน โดยเฉพาะเกี่ยวกับ "ระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566" ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา
รศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า ประเด็นที่ทำให้เกิดข้อสงสัยคือ ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้นักโทษเด็ดขาดสามารถถูกคุมขังนอกเรือนจำได้ แต่ในชื่อระเบียบกลับไม่มีคำว่า "นอกเรือนจำ" ปรากฏอยู่ ทำให้ประชาชนรู้สึกคลุมเครือ ทั้งที่สาระสำคัญของระเบียบคือการเปิดทางให้คุมขังนักโทษนอกเรือนจำได้จริง
แต่หากตั้งชื่อว่า ระเบียบว่าด้วยการคุมขังนอกเรือนจำ ไปเลย จะชัดเจนและตรงไปตรงมา แต่การเว้นคำนี้ไว้ อาจเกิดจากความกังวลว่าจะกลายเป็นประเด็นการเมือง โดยเฉพาะในช่วงที่มีข้อสงสัยว่า ระเบียบนี้ออกมาเพื่อรองรับการกลับประเทศของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือไม่
รศ.ดร.ปริญญา อธิบายว่า ตามระเบียบนี้ ผู้มีสิทธิ์ขอใช้มาตรการคุมขังนอกเรือนจำต้องเป็น “นักโทษเด็ดขาด” เท่านั้น ไม่รวมผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี โดยนักโทษที่เข้าเกณฑ์ต้องมีคุณสมบัติดังนี้ ต้องโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี , เป็นโทษครั้งแรก , ไม่เป็นผู้กระทำความผิดร้ายแรงหรือคดียาเสพติด , ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี
ในกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร ก็เข้าหลักเกณฑ์ครบถ้วน โดยเฉพาะข้อสุดท้ายที่ระบุว่า ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เนื่องจากได้เดินทางกลับมารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกาด้วยตนเอง ซึ่งขั้นตอนการพิจารณา และข้อสังเกตเรื่อง "ระยะเวลา" กระบวนการพิจารณาการคุมขังนอกเรือนจำ จะมี คณะทำงานชุดหนึ่ง โดยมี รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ฝ่ายทัณฑวิทยา เป็นประธาน และประกอบด้วยผู้อำนวยการฝ่ายต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ระเบียบฉบับนี้ ไม่ได้กำหนดระยะเวลาขั้นต่ำในการจำคุกก่อนจะขอใช้สิทธิ์นี้ได้ เช่น หากนักโทษเพิ่งเข้าเรือนจำเพียงวันเดียว ก็สามารถยื่นขอใช้สิทธิตามระเบียบนี้ได้ทันที เป้าหมายระเบียบนี้คือ “ลดความแออัดในเรือนจำ”
ระเบียบฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ลดความแออัดในเรือนจำ โดยเปิดทางให้ผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสามารถถูกคุมขังในสถานที่อื่น เช่น โรงพยาบาล หรือบ้านพัก ภายใต้เงื่อนไขความปลอดภัยต่างๆ เช่น การสวมกำไล EM (Electronic Monitoring) การติดตั้งกล้องวงจรปิด และมีเจ้าหน้าที่ควบคุมดูแล แต่ระเบียบไม่ได้ระบุชัดว่าเจ้าหน้าที่ควบคุมต้องเป็นใคร
รศ.ดร.ปริญญา ยังกล่าวถึงประเด็นทางกฎหมายที่ เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์จำนวน 12 ราย รวมถึงอดีตอธิบดีและรองอธิบดี รวมถึงผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ ถูก ป.ป.ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ไต่สวนในข้อสงสัยว่าอาจกระทำผิดมาตรา 157 ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ การไต่สวนมีการนัดพยานกว่า 31 ปาก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งเรื่องไปยังอัยการสูงสุด และอาจมีการส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในอนาคต ประเด็นการเลื่อนชั้นและการพักโทษของนายทักษิณ
รศ.ดร.ปริญญา ระบุว่า การเลื่อนชั้นนักโทษมีผลต่อ สิทธิในการพักโทษ โดยนักโทษเด็ดขาดที่เพิ่งเข้ารับโทษจะเริ่มต้นจาก “นักโทษชั้นปานกลาง” เท่านั้น หากต้องการเลื่อนชั้นเป็น “ชั้นดี” หรือ “ชั้นดีเยี่ยม” จะต้องมีคุณความดีในเรือนจำ และปฏิบัติตามระเบียบวินัยอย่างเคร่งครัด
ในกรณีของ นายทักษิณ ที่ถูกเลื่อนชั้นในช่วงเวลาอันสั้น กลับไม่มีการชี้แจงจากกรมราชทัณฑ์อย่างชัดเจนว่ามีคุณงามความดีใดเป็นพิเศษ จึงควรมีการอธิบายให้โปร่งใส
รศ.ดร.ปริญญา ย้ำว่า กรมราชทัณฑ์ควรชี้แจงทุกประเด็นที่สังคมตั้งคำถาม โดยเฉพาะเรื่องการใช้ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำ การเลื่อนชั้นนักโทษ และการให้สิทธิพิเศษ เพื่อให้สาธารณชนเกิดความมั่นใจว่า ไม่มีการเลือกปฏิบัติหรือให้สิทธิพิเศษกับบุคคลใดเป็นพิเศษ
z-z1603487247937.jpg)