닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---6108

“พิพัฒน์” จ่อหารือ ก.คลัง-สัมปทานรถไฟฟ้า ออกนโยบายตั๋วร่วม ลดค่าครองชีพ โยน อัยการสูงสุดดูสัญญา ทัน 4 เดือนหรือไม่ ย้ำ ต้องไม่กระทบหนี้สาธารณะ

เวลา 13.00 น. วันที่ 29 ต.ค. 2568 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าช่วงส่วนต่อขยาย ที่มีเสียงสะท้อนจากประชาชนรอบนอกว่าราคา สูงเกินไป จะมีการคุยกับภาคเอกชนเพื่อแก้ปัญหาอย่างไร ว่า วันนี้จะมีการหารือทั้ง 2 ส่วน โดยสายสีม่วง สีแดง ซึ่งจะครบกำหนดวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยนายกรัฐมนตรีได้มีการประชุมสั่งการไปแล้วเมื่อวันที่ 30 กันยายน โดยมีข้อสั่งการตั้งคณะกรรมการร่วม 2 กระทรวง ประกอบด้วย กระทรวงคมนาคม และกระทรวงการคลัง 

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมจะมีการหารือกับกระทรวงการคลัง สำหรับที่เป็นส่วนต่อขยายที่ราคาสูงอยู่ในขณะนี้ ก็จะหารือในเรื่องที่สอง เพื่อหาแนวทางว่าการขึ้นรถโดยสารทั้งระบบในกรุงเทพมหานครและชานเมือง เราจะมีแนวทางอย่างไรที่จะลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้โดยสาร ซึ่งเราจะหาแนวทางว่าจะทำอย่างไร และจะทำทันหรือไม่ในช่วง 4 เดือนที่รัฐบาลประกาศว่าจะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 2569 ทั้ง 2 กระทรวง จะพยายามทำให้ทัน แต่การที่จะทำทันหรือไม่ทันนั้น ไม่ได้อยู่ที่กระทรวงคมนาคมหรือกระทรวงการคลัง แต่เกี่ยวเนื่องไปถึงอัยการสูงสุดเป็นผู้ดูสัญญา หากอัยการสูงสุดให้คำตอบที่รวดเร็ว เราก็จะทำทัน แต่หากทำสัญญาไม่ทันกระทรวงคมนาคมก็จะหาวิธี แต่หากสัญญาเสร็จสิ้นในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ เราจะสามารถทำอะไรได้หรือไม่ และจะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในช่วงรักษาการได้หรือไม่ก็อยู่ที่คณะรัฐมนตรีว่าจะอนุมัติในมตินี้อย่างไร ซึ่งตนไม่สามารถที่จะให้คำตอบในตอนนี้ได้

เมื่อถามว่ามีโอกาสจะอุดหนุนราคารถไฟฟ้าได้หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า นโยบายเบื้องต้นก็จะใช้ระบบตั๋วร่วม แต่ก็ต้องมีขั้นตอนว่าตอนนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะมีรถไฟฟ้าสายสีอื่นต้องไปเจรจากับเจ้าของสัมปทานว่าจะทำอย่างไร ซึ่งจะต้องผ่านการหารือของกระทรวงการคลัง หากเราจะทำอะไรลงไป หรือทำอย่างไรต้องไม่กระทบกับหนี้สาธารณะที่ใกล้เต็มเพดาน 70%