닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ7

“พริษฐ์” เผย เตรียมผลักดันสภาเด็กและเยาวชน ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี


พรรคประชาชน โดยนางสาวศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ สส.กทม.เขตสายไหม พรรคประชาชน จัดงานเสวนา นโยบายที่เป็นมิตรต่อการมีบุตร โดยมี นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน , นายเอกราช อุดมอำนวย สส. กทม. เขตดอนเมือง พรรคประชาชน ณ สวนสุขภาพกองทัพอากาศ (แยก คปอ.) 

นายพริษฐ์ ระบุว่า 2564 - 2565 จำนวนเด็กเกิดใหม่ในประเทศไทยลดน้อยลง ทำให้ประชากรในประเทศไทยน้อยลงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้สังคมผู้สูงอายุรุนแรงมากขึ้น และความท้าทายในประเทศไทยที่ต้องเผชิญก็แย่ลง จะสังเกตเห็นได้ว่า ขณะที่หลายประเทศมีปัญหาเรื่องสังคมไม่แพ้กัน แต่หลายประเทศกลับมีรายได้ต่อหัวเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้เพิ่มจำนวนประชากรมากขึ้นคือ เรื่องการศึกษา เพราะหากการศึกษามีคุณภาพ ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ก็อาจส่งผลให้คนเริ่มรู้สึกมีความพร้อมในการมีลูกได้เช่นเดียวกัน โดยไม่ต้องกังวลถึงเรื่องคุณภาพการศึกษาในอนาคต

ทั้งนี้ แนวทางการแก้ปัญหาเพื่อส่งเสริมให้เกิดการมีบุตร อาทิ การมีงบประมาณในการจัดสรรเรื่องของเงินเลี้ยงดูลูกที่เพียงพอ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลก็พยายามเพื่อให้เกิดความถ้วนหน้าโดยผ่านการคัดกรอง อย่างเช่น เงินในการลดหย่อนภาษี เพื่อให้เข้าถึงเรื่องของการมีลูกได้มากขึ้น ตลอดไปจนถึงเรื่องของเวลา ที่ต้องคำนึงถึงเรื่องสิทธิการลาคลอด เพื่อให้เกิดเวลาในการเลี้ยงดูลูก

ต่อมา เรื่องของทักษะทั้งบุตรและพ่อแม่ ควรจะมีสิ่งที่ช่วยเสริมทำให้เข้าถึงองค์ความรู้ทักษะต่างๆ ในการเลี้ยงดูบุตร อีกทั้งในเรื่องของการดูแลสุขภาพในการส่งเสริมให้ถูกหลักโภชนาการและสนับสนุนเรื่องการกินต่าง ๆ และสุดท้ายคือการสร้างพื้นที่ในการมีส่วนร่วม ต้องทำให้เสียงของเด็กและเยาวชนดังมากพอในการกระจายอำนาจให้กับผู้ที่มีอิทธิพลสามารถนำเรื่องต่าง ๆ ไปปรับและแก้ปัญหา

ซึ่งขณะนี้คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง ได้จัดเตรียมทำรายงานเพื่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้มีการปฏิรูปสภาเด็กและเยาวชนในการผลักดันนโยบายของเด็กแบบไม่มีขีดจำกัด คาดว่าในเดือนหน้าจะแล้วเสร็จ

นายเอกราช กล่าวเสริมว่า สภาเด็กและเยาวชนเป็นพื้นที่ ที่จะทำให้เด็กสนใจการเมือง ในการจำลองให้เด็กมีความกล้าแสดงออก แต่กลไกของสภาเด็กและเยาวชน ยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ต้องมาพร้อมกับโอกาสและงบประมาณ เพื่อให้มีส่วนร่วมในนโยบายมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามกลไกทั้งหมดขณะนี้อยู่ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)

“นอกจากนี้เตรียมผลักดันรายงานการสร้างพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้มีสิทธิ์ในนโยบายต่างๆ รวมถึงมีสิทธิ์ที่จะตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณเพิ่ม เพียงแค่ต้องใช้แรงในการทำงานมากยิ่งขึ้น” นายพริษฐ์ กล่าว