สภาฯ ถกญัตติด่วน เร่งแก้วิกฤติเศรษฐกิจ รับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า
โพสต์เมื่อ : 9 เม.ย 2568 เวลา 7:51 น.
สภาฯ ถกญัตติด่วน เร่งแก้วิกฤติเศรษฐกิจ รับมือสหรัฐฯขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า สส.กล้าธรรมแนะให้นึกถึงหัวอกเกษตรกรในการเจรจา อย่ามุ่งเอาสินค้าเกษตรเป็นตัวประกัน “ศิริกัญญา” หนุนรัฐบาลกู้เงินเพิ่ม ลุยกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ซัดเป็นผลพวงส่งอุยกูร์กลับจีน เปลี่ยนมิตรเป็นอื่น
วันที่ 9 เม.ย. 2568 ที่ รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทน ราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนแล้ว นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม เสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎรศึกษาผลกระทบจากการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย มาพิจารณาแทนร่างพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร มีสส.อีกหลายคนร่วมเสนอญัตติด่วนในทำนองเดียวกัน รวม 10ญัตติ ที่ประชุมจึงให้พิจารณาไปพร้อมกัน โดยนายอรรถกรกล่าวเสนอญัตติว่า น.ส.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นห่วงการเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐฯจะกระทบต่อเกษตรกร ที่ผ่านมารัฐบาลมักเอาสินค้าเกษตรเป็นเงื่อนไขเจรจา การให้สิทธิพิเศษแก่ประเทศคู่ค้าอาจส่งผลต่อเกษตรกร ขอให้รัฐบาลคำนึงถึงผลกระทบต่อเกษตรกร คิดถึงหัวอกเกษตรกร เจรจาด้วยความรอบคอบ คำนึงถึงรากเหง้าของประเทศให้เสียดุลมิติทางการเกษตรน้อยที่สุด รวมถึงข้อเรียกร้องการอนุญาตให้นำเข้าสินค้าการเกษตรบางชนิดเข้าประเทศไทย อาจกระทบต่อราคาสินค้าเกษตรไทยตกต่ำมากกว่าเดิม เราไม่ได้ค้าขายกับสหรัฐฯประเทศเดียว มี 4ข้อเสนอคือ 1.อยากเห็นการเจรจาอย่างรัดกุมให้กระทบต่อเกษตรกรน้อยที่สุด 2.ให้รัฐบาลหาทางลดความเสี่ยง โดยหาประเทศคู่ค้าเพิ่ม ไม่ใช่สหรัฐฯอย่างเดียว 3.มีมาตรการรองรับสินค้าที่จะไหลทะลักจากยุโรปมายังเอเชีย 4.มีมาตรการเยียวยาเกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากการเจรจาให้ดีที่สุด
น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า การขึ้นกำแพงภาษีสหรัฐสร้างผลกระทบหนักหนารุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกรุนแรงกว่าทุกครั้ง เกิดการตัดราคาสินค้า การหาตลาดใหม่ๆ ทำให้สินค้าต่างๆไหลเข้าประเทศไทย สินค้าไทยที่ส่งออกไปยังสหรัฐฯ 3อันดับแรกคือ อุปกรณ์สื่อสารไวไฟ ฮาร์ดดิสด์ไดร์ฟ แผงโซลาร์เซลล์ ไม่ใช่แค่ผู้ส่งออกได้รับผลกระทบ แต่รวมถึงแรงงานที่เสี่ยงถูกเลิกจ้าง ไม่มีใครคาดการณ์ได้สงครามการค้าโลกจะสิ้นสุดลงเมื่อใด เพราะสหรัฐฯบอกมี 70ประเทศต่อคิวเข้าเจรจาลดกำแพงภาษี ยิ่งมีการตอบโต้มาตรการภาษีไปมาระหว่างสหรัฐฯกับจีน ย่อมส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทย แต่ไพ่ที่เราจะไปเจรจาไม่ได้มีอะไรอัศจรรย์ ใหญ่เบิ้มอย่างที่สหรัฐฯต้องการ แต้มต่อที่เคยมีหายไปทุกวัน ปฏิเสธไม่ได้การส่งชาวอุยกูร์กลับจีน ทำให้มิตรกลายเป็นอื่น ยิ่งมีการแจ้งจับนักวิชาการสหรัฐฯ ข้อหามาตรา112 ไม่ให้ประกันตัว ไม่รู้เขาจะเจรจากับเราหลังมีเรื่องนี้หรือไม่
น.ส.ศิริกัญญากล่าวว่า ไม่ได้ติดใจการไม่เร่งรีบเจรจาของรัฐบาลไทยกับสหรัฐ แต่เรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลต้องรีบทำควบคู่กับการเจรจาคือ การเยียวยากระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศ ยิ่งการเจรจากินเวลาต่อเนื่อง ยิ่งกระทบปากท้องประชาชนมากขึ้น จากการคาดการณ์จีดีพีกรณีเลวร้ายที่สุดอาจโตแค่1% สูงสุดไม่เกิน 2.3% รัฐบาลเตรียมมาตรการฉุกเฉินอะไรบ้าง หลายประเทศออกมาตรการเยียวยาผลกระทบ อาทิ เกาหลีและญี่ปุ่นใต้มีแพคเกจเยียวยาภาค อุตสาหกรรมรถยนต์ ออสเตรเลียให้สินเชื่อเอกชนในการหาตลาดใหม่ๆ การเยียวยาเฉพาะหน้ามีความจำเป็น รัฐบาลต้องรีบทำ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ยังไม่เห็นมาตรการรูปธรรมจากภาครัฐ ปัญหาเฉพาะหน้าขณะนี้ใหญ่หลวง ต้องมีมาตรการฉุกเฉินเฉพาะหน้า ระยะกลาง ระยะยาว กระตุ้นเศรษฐกิจไปพร้อมกัน งบประมาณการคลังที่เหลืออยู่มีน้อยมาก หนี้สาธารณะใกล้ชนเพดาน เหลือพื้นที่กู้เพิ่มได้ในงบประมาณปี2568 อีก 4-5แสนล้านบาท หากวิกฤติที่จะเผชิญในวันข้างหน้า รัฐบาลจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ ถ้าต้องขยายกรอบเพดานหนี้สาธารณะ เพื่อกู้เงินเพิ่ม สภาฯยินดีสนับสนุน ถ้าไม่ได้กู้เพื่อไปแจกเงินอย่างสะเปะสะปะ มีแผนชัดเจนเพื่อพยุงเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ ให้กู้เลยนำงบมาเยียวยาภาคอุตสาหกรรม แรงงาน ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพิ่มความสามารถแข่งขัน กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ขออย่างเดียวอย่ากู้ไปแจก เทน้ำลงบ่อทราย ตีเช็กเปล่าให้ตัวเอง วันนี้วิกฤติใหญ่หลวง ทั้งลึกและกว้าง ต้องจับมือไปก้าวข้ามไปด้วยกัน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ใช้โอกาสนี้ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
z-z1603487247937.jpg)