“พริษฐ์“ เผย ดินเนอร์ฝ่ายค้านหารือไม่เป็นทางการ
“พริษฐ์“ เผย ดินเนอร์ฝ่ายค้านหารือไม่เป็นทางการ ชี้ ฝ่ายค้านเร่งทำ 2 เรื่องสำคัญในสมัยประชุม ตรวจสอบรัฐบาล-ผลัดกันร่าง กม. ไม่แปลกใจ หลังพลเอกประวิตร ไม่ร่วมดินเนอร์
วันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีที่จะมีการดินเนอร์ทอล์กพรรคร่วมฝ่ายค้านในวันที่ 18 ธ.ค. ว่า หากพูดถึงการเมืองในระบบรัฐสภาก็ต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าการทำงานร่วมกันของซีกฝ่ายค้านจะเป็นคนลักษณะกับซีกฝ่ายรัฐบาล เพราะเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลแล้วบริหารประเทศก็จำเป็นต้องทำงานอย่างใกล้ชิดและแนบแน่นกว่า แต่พรรคซีกฝ่ายค้านก็เป็นบรรดาพรรคการเมืองที่ไม่ได้อยู่ในรัฐบาล ดังนั้นจึงอาจมีมุมมอง จุดยืนเชิงนโยบายหรืออุดมการณ์ที่แตกต่างกันบ้างเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่อาจตัองมีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการเป็นระยะๆ เพื่อให้การทำงานในเชิงธุรการมีความราบรื่น ตนเข้าใจว่าวันที่ 18 นี้จะเป็นการหารืออย่างไม่เป็นทางการในการทำงาน
เมื่อถามว่ามีการตอบรับจากพรรคพลังประชารัฐมาบ้างหรือยัง นายพริษฐ์ กล่าวว่า ตนยังไม่ทราบในรายละเอียดว่าผู้เข้าร่วมจะประกอบด้วยใครบ้าง แต่เราก็ยึดตามพรรคการเมืองที่อยู่ในวิปฝ่ายค้าน เพราะในการทำงานของสภาทุกสัปดาห์จะมีการประชุมวิปฝ่ายค้านกันอยู่แล้ว เข้าใจว่าน่าจะเป็นนัดที่มีที่มาจากกลุ่มคนในซีกของวิปฝ่ายค้าน
เมื่อถามถึงประเด็นที่จะมีการพูดคุยกันจะมีเรื่องอะไรบ้าง นายพริษฐ์ ระบุว่า คงต้องรอการหารืออย่างไม่เป็นทางการอีกครั้งในวันดังกล่าว แต่อย่างที่บอกว่าการทำงานของฝ่ายค้านไม่เหมือนกับการทำงานของฝ่ายรัฐบาล ที่จะต้องมีการตกลงหารือกันในทุกเรื่อง เพราะเราเข้าใจว่าในฝ่ายค้านแต่ละพรรคอาจจะมีจุดยืน อุดมการณ์ หรือจุดยืนเชิงนโยบายที่ไม่เหมือนกัน แต่เราในฐานะแกนนำพรรคฝ่ายค้านตนคิดว่าสิ่งที่เรามุ่งมั่นตั้งใจสำหรับสมัยประชุมนี้จะมี 2 เรื่องสำคัญ คือ เราตั้งใจจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ในฐานะฝ่ายค้านที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ซึ่งปัจจุบันเรามีโคต้าในการเปิดอภิปรายทั่วไปที่มีการลงมติไม่ไว้วางใจเหลืออีก 1 ครั้งก่อนจะถึงสงกรานต์ และมีความตั้งใจว่าจะใช้โคต้าดังกล่าวเพื่อทำงานเต็มที่ในการตรวจสอบรัฐบาล แต่ประเด็นที่สองที่เราตั้งใจว่าจะผลักดันในช่วงสมัยประชุมนี้ คือการผลักดันร่างกฎหมาย ที่ปัจจุบันเราเสนอไปแล้วกว่า 80 ฉบับ แต่มีประมาณ 20 ฉบับที่เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ 1 แล้ว ส่วนอีกกว่า 50 ร่างที่เหลือเราก็คาดว่าจะมีอีกหลายร่างสำคัญจะเข้าสู่การพิจารณาของสภาเร็วๆ นี้ ซึ่งเราก็คงทำงานอย่างเต็มที่ทั้งโน้มน้าว สอดส่องซีกรัฐบาลให้ลงคะแนนเห็นชอบ รวมถึงการทำงานเชิงความคิดกับสังคมเพื่อให้เข้าใจถึงความสำคัญของร่างกฎหมายดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม ที่พยายามจะปฏิรูปกองทัพให้อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนตามหลักการประชาธิปไตยสากล หรือ ร่าง พ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่จะเข้าสภาเร็วๆ นี้ ที่พยายามจะทำให้คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้นในการแก้ไขปัญหาทุนผูกขาด รวมถึง พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารสาธารณะ ซึ่งเราคิดว่าจะเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากในการทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลรัฐที่มีการเปิดเผยอย่างโปร่งใสและจะเป็นการติดอาวุธประชาชนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศได้เช่นกัน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการตรวจสอบว่าพรรคพลังประชารัฐจะส่งตัวแทนไปร่วมดินเนอร์ แต่ทางพลเอกประวิตร วงศ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคจะไม่ไปนั้น มองว่าเป็นการไม่ให้ความสำคัญในการทำงานกับพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือไม่ นายพริษฐ์ เผยว่า การที่พลเอกประวิตร ไม่เข้าร่วมเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เพราะพลเอกประวิตร ก็แทบจะไม่มาประชุมสภาฯ แต่อย่างที่บอกว่าการทำฃานในพรรคฝ่ายค้าน แค่เห็นชื่อพรรคก็น่าจะรู้ว่าจุดยืนเชิงนโยบายก็คงแตกต่างกัน แต่การทำงานในเชิงธุรการ หรือกระบวนการขั้นตอนทางสภาฯ เราก็อยากให้มีความราบรื่น ฉะนั้น ตนคิดว่าการหารืออย่างไม่เป็นทางการร่วมกับตัวแทนแต่ละพรรคในฝ่ายค้านก็คงเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว
เมื่อถามต่อว่าพรรคผู้นำฝ่ายค้านกับพรรคพลังประชารัฐจะสามารถทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า ถ้าเรามองถึงระบบรัฐสภาโดยทั่วไป การทำงานร่วมกันของพรรคในซีกฝ่ายค้านไม่ได้เป็นลักษณะเดียวกับฝ่ายรัฐบาล เพร่ะฝ่ายรัฐบาลเป็ยการตัดสินใจของพรรคการเมืองที่จะมาร่วมรัฐบาลกัน ดังนั้นจุดยืนเชิงนโยบายก็ต้องสอดคล้องกันได้ในระดับนึง แต่ในซีกฝ่ายค้านคือบรรดาพรรคการเมืองที่เหลืออยู่ในสภาฯ ที่ไม่ได้ร่วมรัฐบาล จึงเป็นเรื่องปกติมากที่พรรคการเมืองอาจจะมีจุดยืนนโยบายไม่เหมือนกัน ดังนั้น การจากคาดหวังว่าต้องมีจุดยืนตรงกันในการทำงานทุกเรื่องคงไม่เป็นแบบนั้น แต่อะไรที่ต้องร่วมกันทำงานในเชิงธุรการ หรือในเชิงขั้นตอนสภาฯ ก็ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ
ส่วนจะรวมถึงการตรวจสอบรัฐบาลหลังจากนี้ด้วยหรืิไม่นั้น นายพริษฐ์ เผยว่า ตนคิดว่าพรรคฝ่ายค้านทุกพรรคถูกคาดหวังจากประชาชนให้ตรวจสอบรัฐบาล แน่นอนเมื่อแต่ละพรรคการเมืองมีจุดยืนเชิงนโยบายไม่เหมือนกันมุมมองในการตรวจสอบรัฐบาลก็จะแตกต่างกันบ้าง เช่น อาจจะมีบางเรื่องที่หลายพรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาล แต่อาจจะไม่เห็นด้วยคนละมุมมองกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของการทำงานในระบบรัฐสภา
z-z1603487247937.jpg)