“สุดารัตน์” ชี้ประเทศไทยควรฉวยโอกาสที่มหาอำนาจพุ่งเป้าปราบสแกมเมอร์เพื่อดึงภาพพจน์ประเทศ
โพสต์เมื่อ : 7 พ.ย 2568 เวลา 6:49 น.
“สุดารัตน์” ชี้ประเทศไทยควรฉวยโอกาสที่มหาอำนาจพุ่งเป้าปราบสแกมเมอร์เพื่อดึงภาพพจน์ประเทศ ลั่น“ไทยสร้างไทย” มีเจตจำนงแน่วแน่ ปราบคนโกง เชื่อให้อำนาจประชาชนเป็นหูเป็นตาขจัดการทุจริตได้
วันที่ 7 พ.ย. 2568 ที่โรงแรมเจซีเควิน คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยให้สัมภาษณ์ถึงกรณีปัญหาสแกมเมอร์ ที่จะนำมาเป็นนโยบายหลักของพรรคไทยสร้างไทย ว่า เจตจำนงของพรรคคือ”ไทยสร้างไทยมุ่งสร้างการเมืองสุจริต“ ซึ่งเราเน้นการสร้างการเมืองสุจริตโดยเป็นนโยบายหลักที่มีมาโดยตลอดวันนี้ก็เป็นโอกาสดีเพราะแต่ก่อนก็พยายามตะโกนว่าให้ทุกคนมาร่วมกันสร้างการเมืองสุจริต ทำให้มีคนสนใจน้อยพอวันนี้มีกระแสของสแกมเมอร์ทำให้มีคนตื่นตูมและหลายๆประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจให้ความสนใจก็เลยกลายเป็น เข้าทางประเทศไทยที่ควรจะหยิบยกประเด็นนี้มาทำให้สำเร็จได้จริงๆดังนั้นจึงมองว่าเป็นสิ่งที่ตนมองว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่ควรฉวยโอกาสที่ทั้งโลก กำลังสนใจเรื่องสแกมเมอร์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการทุจริตของประเทศไทยซึ่งประเทศไทยมีทุจริตสูงมาก รวมถึงมีเศรษฐกิจเถื่อนเป็นจำนวนมาก รวมทั้งภาพพจน์ของประเทศไทยในเวทีโลกกลายเป็นศูนย์กลางการฟอกเงินซึ่งทำลายเศรษฐกิจและปล้นคนไทยไปเป็นจำนวนหลาย แสนล้านบาทจึงมองว่าเป็นโอกาสดีที่ไทยสร้างไทยมีเจตจำนงแน่วแน่คือการสร้างการเมืองโดยสุจริต
“เราประกาศว่าเราไม่โกงและเราจะไม่ปล่อยให้คนอื่นโกงรวมทั้งคนเลวที่มาโกงชาติบ้านเมืองจะต้องไม่มีที่อยู่ในสังคมไทยที่ยืนของเขาคือคุก ตาราง” คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
คุณหญิง สุดารัตน์ยังกล่าวอีกว่า เรามีมาตรการที่ประกาศเป็นข้อบังคับของพรรคไทยสร้างไทยคือ ต้องลงมือปฏิบัติการเพิ่มโทษให้กับคนที่ทุจริตโกงกินขั้นร้ายแรง รวมถึงเพิ่มโทษถึงประหารชีวิต เพิ่มอำนาจประชาชนให้ประชาชนมีส่วนร่วมลงชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ควรจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบการทุจริตแต่กลายเป็น ฟอกสีดำให้กลายเป็นขาว การตั้งสภาประชาชนให้ประชาชนหลากหลายอาชีพเลือกกันขึ้นมาโดยมีอำนาจในการตรวจสอบองค์กรอิสระและถ่วงดุลรวมถึงตั้งคณะกรรมการการตรวจสอบเรื่องทุจริตร่วมกับการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ และสามารถนำเรื่องวินิจฉัยเรื่องนี้ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฏหมาย
โดยตนคิดว่าการให้อำนาจประชาชนเป็นหูเป็นตาการที่ขจัดการทุจริตได้อย่างแท้จริง รวมทั้งการยกกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อประชาชนในการทำมาหากินและเป็นช่องทางในการหาเงินของข้าราชการอย่างเช่นใบอนุญาตต่างๆเพื่อลดการทุจริตและส่งเสริมองค์กรต่างๆที่มีอยู่ที่เกี่ยวกับเรื่องการต่อต้านการทุจริตหรือการสอดส่องการทุจริต โดยยกระดับและสนับสนุนให้มามีบทบาทโดยอาจเป็นส่วนหนึ่งของสภาประชาชนในการตรวจสอบการทุจริต และเรื่องสุดท้ายคือการจัดการในเรื่องของส.ส. งูเห่า ที่แสดงให้เห็นว่าการทุจริตนั้นมีอยู่จริงคือการกระทำที่ขัดมติพรรคโดยไม่มีเหตุผลก็คือขับออกจากพรรคการเมืองโดย สิ้นสุดสมาชิกภาพของส.ส. ซึ่งจะทำให้หยุดยั้งกระบวนการทุจริตทั้งหมดได้
z-z1603487247937.jpg)