เบี้ยในกระดานความมั่นคง ล้ำเส้น ล้มกระดาน แตกแยกแล้วปกครอง
โพสต์เมื่อ : 26 มี.ค 2568 เวลา 19:8 น.
เบี้ยในกระดานความมั่นคง ล้ำเส้น ล้มกระดาน แตกแยกแล้วปกครอง
ควันหลง จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯแพทองธาร ชินวัตร ฉายภาพให้เห็น อำนาจเหนือรัฐธรรมนูญ การเมือง ยังต้องอยู่ภายใต้อำนาจการทหาร ด้วยข้อมูลการอภิปราย ของ ชยพล สะท้อนดี สส.ฝ่ายค้าน แม้จะเป็นของแสลงสำหรับรัฐบาลชุดนี้ ที่เคยตกที่นั่งเดียวกับ พรรคประชาชนมาแล้ว ถูกยุบพรรคมาด้วยกัน จำเป็นต้องผ่าทางตัน เลือกข้างอนุรักษ์นิยม ทิ้ง อุดมการณ์ต่อสู้ตามระบอบประชาธิปไตย โดยสิ้นเชิงก็ถูกขึ้นบัญชีดำฝ่ายความมั่นคงด้วยกันทั้งคู่
ข้อมูลที่ฝ่ายค้าน ดึงมาแฉ กลางสภา ถ้าจะมีชื่อของ สส.พรรคประชาชน นักวิชาการ กลุ่มการเมือง ที่เคลื่อนไหวต่อต้านกองทัพ และเผด็จการ ไม่แปลกใจเพราะแต่ไหนแต่ไร หน่วยงานความมั่นคงของกองทัพ ก็จับตาเฝ่าระวัง ความเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ขับเคลื่อนทางการเมือง ที่ออกมาต่อต้าน สถาบัน และกองทัพ เป็นขาประจำอยู่แล้ว
แต่ที่มีชื่อ ทักษิณ ชินวัตร มีชื่อ ของ อนุทิน ชาญวีรกูล มีชื่อของ แกนนำการเมืองที่สำคัญฝ่ายรัฐบาลอีกหลายคน ก็แสดงว่า ฝ่ายความมั่นคง ไม่ไว้ใจใครเลย
แม้แต่ฝ่ายอนุรักษ์ ก็ไม่ไว้วางใจ พรรคการเมืองฝ่ายอนุรักษ์ ก็เป็นแค่เบี้ยบนกระดาน ที่ฝ่ายความมั่นคงควบคุมครอบงำ เอาไว้ใช้งาน เพื่อแลกกับการหลุดจากชนักติดหลัง ที่ถูกล่ามเอาไว้
ตามข้อมูลที่ รังสิมันต์ โรม นำมาอภิปราย ตอนหนึ่งที่ระบุว่า ทักษิณ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าจะมีเงื่อนไข ต้องโทษจำคุกเหลืออยู่อีก 10 ปี ได้รับพระราชทานอภัยลดโทษ จำคุก เหลือ 1 ปี หมายความว่าทักษิณ จะต้องติดคุกแน่ๆ 1 มีในเรือนจำ โดยไม่มีการรออาญา
ดังนั้น จึงมีทางเลือกเดียวคือ การใช้วิธีการคุมขัง นอกเรือนจำหรือการพักโทษ เมื่อการพักโทษจะต้องได้รับโทษจริงตามกำหนดก่อนจึงเข้าข่ายการพักโทษได้ จึงจำเป็นที่จะต้องใช้วิธีคุมขังนอกเรือนจำก่อน
และต่อมา กระทรวงยุติธรรม และออกกฎหมายการควบคุม การคุมขังนอกเรือนจำ ที่มีเงื่อนไขที่มากกว่า การเข้ารับการรักษาตัวนอกเรือนจำ แต่ก็ไม่ทันการณ์แล้ว
แม้จะมี นักกฎหมายมืออาชีพ หาทางออกของกฎหมาย กี่ตลบ ก็ดิ้นไม่หลุด มีอดีตบิ๊กทหารช่วยรับรองก็ยังต้องถูกจองจำตามกฎหมาย และเชื่อว่า เป็นการเตรียมการล็อกกฎหมาเอาไว้อีกชั้ันอยู่แล้ว
เพื่อกดดัน บีบให้ ทักษิณ หรือ อนุทิน หรือ แกนนำคนสำคัญการเมือง หรืออดีตนายกฯ ให้อยู่ภายใต้การควบคุมของ ฝ่ายความมั่นคงตลอดไปยอมเป็นเบี้ยตลอดไป
เป็นเบี้ยของฝ่ายความมั่นคง ที่เอาไว้เป็นกันชนกับ สีส้ม ในเวลาเดียวกันก็ปั่น ให้ แดง กับน้ำเงินเต็มไปด้วยข้อขัดแย้ง แย่งชิงอำนาจทางการเมือง ต่อไป
สร้างความแตกแยกเพื่อปกครอง
สร้างสงครามตัวแทน เพื่อคงไว้อำนาจของฝ่ายความมั่นคง ที่ไม่ต้องออกแรง แค่ใช้ปัญญาก็เป็นอาชนะได้
เพราะเข้าใจพฤติกรรม การแสวงหาอำนาจและผลประโยชน์ของ นักการเมือง เป็นอย่างดี เป็นเหยื่อล่อที่ฝ่ายความมั่นคงใช้ได้ผลมาตลอด กิเลสมนุษย์ ตัดอย่างไรก็ตัดไม่ขาด มัวเมาอำนาจมากเท่าไหร่ก็ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายเท่านั้น
ส่วนข้อหา นิติกรรมอำพราง หนีภาษี ของนายกฯแพทองธาร
คดีฮั้วเลือกสว. คดีข้าราชการกับชั้น 14
คดี มี.157
คดีครอบงำพรรคการเมือง
คดีม. 112
คดี 44 อดีตสส.ก้าวไกล
คดีการเมืองทั้งหลาย ล้วนเป็นเครื่องพันธนาการ ที่ ฝ่ายความมั่นคงใช้เป็นประโยชน์ ในการ ควบคุม เบี้ยการเมือง ไม่ให้เคลื่อนไหว ได้เป็นอิสระ
เพราะฝ่ายความมั่นคง ไม่เคยไว้ใจ ฝ่ายการเมืองมาทุกยุคทุกสมัย
สมมุติฝ่ายการเมือง จะประกาศตัวเป็นอิสระ ฝ่าฝืนขัดขืนขึ้นมาเมื่อไหร่
ก็ใช้อำนาจตุลาการ จับมัดเอาไว้กับที่
ถ้ายังคิดจะเคลื่อนไหวต่อต้าน ขัดขืน ไพ่ใบสุดท้ายที่อยู่ในมือฝ่ายความมั่นคง
อำนาจจากปลายกระบอกปืน พร้อมใช้งานตลอดเวลา
อย่าสะเออะ
z-z1603487247937.jpg)