“ปดิพัทธ์” รำลึก 14 ตุลา ชี้ชัยชนะประชาชนยังไม่สมบูรณ์ – หนุนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน
โพสต์เมื่อ : 17 ต.ค 2568 เวลา 1:34 น.
“ปดิพัทธ์” รำลึก 14 ตุลา ชี้ชัยชนะประชาชนยังไม่สมบูรณ์ – หนุนรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เดินหน้าสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 14 ต.ค.68 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา (แยกคอกวัว) ถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพมหานคร นายปดิพัทธ์ สันติภาดา อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร และอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้กล่าวในงานรำลึกวีรชนเดือนตุลาคม โดยย้ำถึงความสำคัญของการต่อสู้ของประชาชนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการต่อสู้ดังกล่าวยังไม่สิ้นสุด
นายปดิพัทธ์ ระบุว่า การระลึกถึงเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ไม่ใช่เพียงเพื่อย้อนรำลึกถึงชัยชนะในอดีตเท่านั้น แต่ยังเป็นการตอกย้ำภารกิจของประชาชนในการเรียกร้องความยุติธรรมและประชาธิปไตย ที่แม้จะผ่านมาหลายทศวรรษ แต่ยังไม่บรรลุผลอย่างสมบูรณ์
“นี่คือชัยชนะของประชาชน แม้จะไม่ใช่ชัยชนะที่เด็ดขาด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตื่นรู้ เราเห็นว่าประเทศไทยยังไม่สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างแท้จริง เพราะบาดแผลจากการสูญเสียยังไม่ถูกรักษา” นายปดิพัทธ์ กล่าว
นายปดิพัทธ์ ยังกล่าวถึงวีรชนในเหตุการณ์อื่น ๆ เช่น วันที่ 6 ตุลาคม 2519 และกลุ่มคณะราษฎรปี 2475 ว่าทั้งหมดล้วนเป็นรากฐานสำคัญของการต่อสู้ทางการเมืองเพื่อประชาชน พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า “การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราชนะทางความคิด ไม่ใช่เพียงการชนะบนท้องถนนเท่านั้น”
นายปดิพัทธ์ซึ่งอยู่ระหว่างการถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ยังกล่าวถึงสถานการณ์ของผู้ที่ยังคงถูกจำกัดเสรีภาพในปัจจุบันว่า ตนเองยังถือว่าโชคดีเมื่อเทียบกับผู้คนจำนวนมากที่ต้องถูกจองจำ เพียงเพราะกล้าแสดงความเห็นหรือพูดความจริงในสังคม แม้ความจริงนั้นจะ “กระอักกระอ่วน” สำหรับผู้มีอำนาจบางกลุ่มก็ตาม
“สิ่งที่เกิดกับผม ถือว่าเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับผู้คนที่ต้องอยู่ในคุก เพียงเพราะพวกเขาพูดในสิ่งที่ควรพูด ความจริงบางเรื่องอาจไม่น่าฟัง แต่มันก็คือความจริงของสังคมนี้” นายปดิพัทธ์ กล่าว
นายปดิพัทธ์ ยังเรียกร้องให้ประชาชนไม่ยอมแพ้ พร้อมให้กำลังใจผู้ที่ยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในแต่ละพื้นที่ของตนเอง พร้อมย้ำว่า “การต่อสู้จะไม่จบลงง่าย ๆ” และทุกคนสามารถส่งเสียงของตนได้ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ที่ทำงาน หรือแม้แต่ในวงสนทนาประจำวัน เพื่อแสดงเจตจำนงของประชาชนที่ต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง
ทั้งนี้ นายปดิพัทธ์ ยังได้กล่าวถึงกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินอยู่ในรัฐสภา โดยคาดว่าจะมีการลงมติในวันรุ่งขึ้น และหวังว่าทุกพรรคการเมืองจะรับฟังเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง
“วันนี้ เราอาจยังไม่ถึงปลายทางของประชาธิปไตย แต่เราควรฉลองร่วมกันกับความหวัง และร่วมกันผลักดันให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถือกำเนิดขึ้นได้ในเร็ววัน เพราะรัฐธรรมนูญที่ดีต้องยืนอยู่บนเจตจำนงของประชาชน และพรรคการเมืองต้องยำเกรงเสียงนั้น” นายปดิพัทธ์ กล่าว
z-z1603487247937.jpg)