“ทีมกฎหมายเพื่อไทย” ร้อง กกต. สอบคลิปเสียงนักการเมือง เข้าข่ายชี้นำคะแนนนิยม–สัญญาตำแหน่ง–ใช้อำนาจรัฐมนตรี แทรกแซงการเลือกตั้ง
โพสต์เมื่อ : 5 ก.พ 2569 เวลา 10:48 น.
“ทีมกฎหมายเพื่อไทย” ร้อง กกต. สอบคลิปเสียงนักการเมือง เข้าข่ายชี้นำคะแนนนิยม–สัญญาตำแหน่ง–ใช้อำนาจรัฐมนตรี แทรกแซงการเลือกตั้ง มองหากผิดโทษจำคุก10 ปี ตัดสิทธิการเมือง 20 ปี ย้ำหลักฐานชัดเจนคลิปยืนยันเสียงจริง ไม่ใช่เอไอ
วันที่ 5 ก.พ. 69 ที่สำนักงานคณะกรรมกาาการเลือกตั้ง (กกต.) นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทีมกฎหมาย พรรคเพื่อไทย ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากพรรคเพื่อไทย เดินทางมายื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนกรณีคลิปเสียงที่ปรากฏเป็นข่าว ว่าการกระทำของบุคคลที่อยู่ในคลิป เข้าข่ายกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่
นายนรวิชญ์ ระบุว่า การยื่นคำร้องครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยยื่นใน 3 ประเด็นหลัก ประเด็นแรก เป็นเรื่องการใช้ถ้อยคำที่อาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคะแนนนิยมของพรรคเพื่อไทยและผู้สมัครของพรรค ประเด็นที่สอง เป็นกรณีการกล่าวถึงหรือให้คำมั่นสัญญาเกี่ยวกับตำแหน่งต่าง ๆ และประเด็นที่สาม เป็นกรณีที่ผู้พูดในคลิปใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะข้าราชการการเมืองหรือรัฐมนตรี เข้าข่ายเป็นการแทรกแซงการเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งทั้งหมดเป็นประเด็นที่ขอให้ กกต. พิจารณาในชั้นนี้
สำหรับโทษตามข้อกล่าวหาที่ยื่นต่อ กกต. นายนรวิชญ์ เปิดเผยว่า หากเข้าข่ายความผิด มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี และอาจถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 20 ปี ซึ่งเป็นโทษที่ครอบคลุมทั้ง 3 ประเด็นที่ยื่นร้องเรียน
ส่วนผลกระทบต่อพรรคเพื่อไทย นายนรวิชญ์ ระบุว่า คลิปเสียงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อคะแนนนิยมของพรรค เนื่องจากมีการกล่าวพาดพิงในลักษณะที่ทำให้เข้าใจว่าพรรคเพื่อไทยเลือกตั้งอย่างไรก็เป็นฝ่ายค้าน และการเป็นฝ่ายค้านจะไม่ได้รับการสนับสนุนในด้านต่าง ๆ อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อผู้สมัครที่กำลังลงพื้นที่หาเสียง เพราะมีการโน้มน้าวไม่ให้ประชาชนลงคะแนนให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทย แต่กลับชี้นำให้ไปสนับสนุนบุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคลิป ซึ่งเป็นบุคคลจากพรรคภูมิใจไทย ตามที่ปรากฏในคลิปเสียง
เมื่อถามถึงความชัดเจนของหลักฐานที่ยื่นต่อ กกต. นายนรวิชญ์ กล่าวว่า เบื้องต้นพรรคเชื่อโดยสุจริตและมีความมั่นใจในหลักฐาน นอกจากคลิปเสียงที่มีอยู่แล้ว บุคคลที่อยู่ในบทสนทนาในคลิปยังออกมายืนยันด้วยตนเองว่าเป็นผู้ที่อยู่ในคลิปจริง ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญ ทำให้พรรคมั่นใจว่ามีหลักฐานเพียงพอที่จะเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบต่อไป
ส่วนกรณีที่บุคคลตามข่าวออกมาโต้แย้งว่าคลิปเสียงดังกล่าวเป็นคลิปที่สร้างด้วยเอไอ นั้น นายนรวิชญ์ ระบุว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่แต่ละคนจะออกมาปฏิเสธ ถือเป็นเรื่องปกติของผู้ที่ถูกกล่าวถึง
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า หลังจากมีข่าวออกมา มีการติดต่อจากบุคคลที่เชื่อว่าเป็นผู้กระทำความผิดหรือไม่ นายนรวิชญ์ กล่าวว่า หลังจากคลิปเสียงดังกล่าวเผยแพร่ออกมา และส่งผลกระทบต่อพรรคและผู้สมัคร พรรคได้พยายามสืบหาที่มาของคลิป รวมถึงตรวจสอบว่ามีบุคคลใดเกี่ยวข้องบ้าง จนสามารถพบตัวบุคคลที่อยู่ในคลิป ซึ่งบุคคลดังกล่าวยินดีให้ข้อมูล พร้อมยืนยันและส่งมอบคลิปเสียง รวมถึงยืนยันว่าถ้อยคำที่ปรากฏในคลิปเป็นความจริง
ทั้งนี้ นายนรวิชญ์ ยังฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ในช่วงนี้มีข่าวเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจำนวนมาก ทั้งในช่วงเลือกตั้งล่วงหน้าและการหาเสียง จึงอยากให้ กกต. เข้มงวดในการตรวจสอบ เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์และยุติธรรม รวมถึงขอให้เจ้าหน้าที่และสายสืบลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างจริงจัง
z-z1603487247937.jpg)