닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopyถุถุ

“ปกรณ์วุฒิ“ ลั่น แก้รัฐธรรมนูญทำควบคู่ไปกับแก้ปัญหาปากท้องได้ เชื่อหากทั้ง 3 พรรค เห็นพ้องต้องกันจะทำให้เร็ว 



เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 16 ก.ย. 68 ที่รัฐสภา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมวิปฝ่ายค้านถึงประเด็นการหารือ ว่า การหารือในวันนี้มีความคืบหน้าสำคัญหลายประเด็น เริ่มจาก ร่างพระราชบัญญัติการประมง ที่คณะกรรมาธิการร่วมพิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว และคาดว่าจะได้ข้อสรุปที่ตอบโจทย์ทั้งภาคประมงพื้นบ้านและประมงพาณิชย์ พร้อมทั้งมีการติดตามความคืบหน้าของ ร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาวาระสองและสาม หากสามารถดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพได้ทัน ก็มีโอกาสจะเข้าสู่การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติอากาศสะอาด ในวาระสองและสามภายในสัปดาห์นี้ แม้จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์เนื่องจากจำนวนมาตรามีมาก นอกจากนี้ ในวันพฤหัสบดีจะเข้าสู่การพิจารณากฎหมายท้องถิ่นหลายฉบับ ทั้งเรื่องการบริหารบุคลากรท้องถิ่น การจัดตั้ง อบจ. อบต. เทศบาล รวมถึงการกำหนดอายุผู้สมัครและวาระการดำรงตำแหน่ง และประเด็นการเลือกตั้งท้องถิ่น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการทำงานฝ่ายค้านร่วมกับพรรคเพื่อไทยนั้นเป็นอย่างไร นายปกรณ์วุฒิ เผยว่า แม้จะยังไม่ได้มีการประสานงานอย่างเป็นทางการ แต่ทุกฝ่ายรับรู้แล้วว่า ขณะนี้ประเทศกำลังมีรัฐบาลเสียงข้างน้อย ทำให้ฝ่ายค้านจำเป็นต้องร่วมมือกันใกล้ชิดมากขึ้น และในหลายกรณีรัฐบาลเองต้องมาขอเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้านเพื่อให้การทำงานในสภาเดินหน้าได้ ซึ่งขณะนี้มีการหารือเบื้องต้นกับพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านอื่น ๆ เพื่อร่วมกันผลักดันร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนให้สำเร็จภายในสี่เดือนก่อนการยุบสภา

ส่วนกรณีการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญในกรอบเวลา 4 เดือน นายปกรณ์วุฒิ เผยว่า การแก้ไขครั้งนี้เน้นไปที่ การแก้เพียงมาตราเดียว ซึ่งเป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายเห็นตรงกัน ทำให้ไม่ซับซ้อนและสามารถทำให้เสร็จได้ในเวลาอันสั้น โดยมีทีมงานเฉพาะที่พรรคประชาชนตั้งขึ้นเพื่อดูแลเรื่องนี้ นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน ส่วนเรื่องประชามตินั้นจะมีสองคำถาม นับเป็นสองครั้ง แต่กระบวนการสามารถดำเนินการได้เร็วหากทั้งสามพรรคการเมืองเห็นพ้องกัน

ส่วนกรณีที่ว่าพรรคประชาชนให้ความสำคัญกับการแก้รัฐธรรมนูญมากกว่าการแก้ปัญหาปากท้องนั้น นายปกรณ์วุฒิ ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง เนื่องจากสภามีสมาชิกรวมกว่า 700 คน และคณะรัฐมนตรีกว่า 30 คน ทำให้สามารถเดินหน้าทำหลายเรื่องพร้อมกันได้ ทั้งปัญหาปากท้อง ความมั่นคง และการแก้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่จำเป็นต้องหยุดเรื่องใดเรื่องหนึ่ง โดยย้ำว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ที่ร่างโดยคณะรัฐประหารเป็นรากเหง้าปัญหาความไร้เสถียรภาพทางการเมือง หากไม่แก้ไขจะส่งผลให้การแก้ไขปัญหาปากท้องทำได้ยาก การแก้รัฐธรรมนูญจึงเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเสถียรภาพเพื่อให้การบริหารประเทศและการช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ