닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

“ไอซ์ รักชนก” รอด ศาลยกคำร้องเพิกถอนประกันตัว คดี ม.112 - ลั่น ไร้สาระ หากผู้ร้องยื่น ป.ป.ช.


วันที่ 11 ธ.ค. 2567 ที่ ศาลอาญารัชดา ศาลนัดฟังคำสั่งเพิกถอนการประกันตัว น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ สส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ซึ่งตกเป็นจำเลยในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำ อ.683/2565 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง 

ต่อมาเวลา 10:30 น. ภายหลังจากการรับฟังคำสั่งของศาลเสร็จสิ้น ไอซ์ รักชนก ได้ลงมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กล่าวว่า วันนี้ศาลได้ยกคําร้องไม่เพิกถอนการประกันตัว โดยในประเด็นของผู้ยื่นคำร้องนั้นมีอยู่ 2 ประเด็น คือ ประเด็นแรก เรื่องหลักประกันที่นายชัยธวัช ตุลาธน อดีต สส.พรรคก้าวไกล ซึ่งเคยใช้ตำแหน่ง สส. ยื่นประกันตนเอง แต่ภายหลังนายชัยธวัชถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิทธิ์ทางการเมือง จึงหลุดจากตำแหน่ง สส. ประเด็นดังกล่าวได้ต่อสู้ไปว่า ตนได้เปลี่ยนหลักทรัพย์การประกันตัวเป็นเงินสด 500,000 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ศาลวางไว้แต่แรก 

ส่วนประเด็นที่สอง ที่อ้างว่าตนเองผิดเงื่อนไขการประกันตัว โดยนำโพสต์ ส่วนตัวที่ตนโพสต์ตั้งข้อสังเกตกับสื่อมวลชนว่า ทำไมถึงใช้คำว่าป้ายขนาดใหญ่แทนคำว่าซุ้ม และอีกโพสต์คือ ตนโพสต์เกี่ยวกับพลทหารที่ซักชุดชั้นในให้นาย ซึ่งโพสต์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการรณรงค์ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร แต่ผู้ยื่นคำร้องนำไปเชื่อมโยงว่า การโพสต์นั้นเป็นการด้อยค่ากองทัพและกระทบกระเทือนถึงพระมหากษัตริย์ในฐานะที่ทรงเป็นจอมทัพไทย จึงเข้าข่ายพาดพิงสถาบัน ตนเองมองว่าประเด็นนี้เป็น GAT เชื่อมโยงที่ไม่น่าเชื่อว่าหาเหตุผลนี้ได้อย่างไร ซึ่งในประเด็นดังกล่าว ศาลเห็นว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นทั่วไป จึงเป็นเหตุให้ศาลยกคำร้องขอเพิกถอนประกันตนเอง 

เมื่อถามว่า แล้วหลังจากนี้จะระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็นและการใช้สื่อโซเชียลมีเดียหรือไม่ น.ส. รักชนก เผยว่า วันนี้ศาลไม่ได้กำหนดเงื่อนไขอะไรเพิ่มเติม แต่ตนเองมองว่า ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงไม่ควรที่จะเซ็นเซอร์ตนเอง การที่ตนออกมาวิพากษ์วิจารณ์ก็เป็นประเด็นเรื่องสาธารณะ ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะประเด็นการใช้งบประมาณที่ต้องคุ้มค่ากับภาษีประชาชน เชื่อว่าประชาชนที่รักและเข้าใจในเรื่องสิทธิและเสรีภาพ จะเข้าใจในการกระทำของตนเอง ว่าทำเพื่อประโยชน์ของสาธารณะจริง

สำหรับกรณีที่ฝั่งผู้ยื่นคำร้องจะยื่นต่อ ป.ป.ช. นั้น น.ส.รักชนก มองว่า เป็นเรื่องไร้สาระและเสียเวลา เนื่องจากกระทบเวลาที่ตนต้องทำงานที่รัฐสภา คิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นสาระไม่เป็นความอะไร ตนเอาเวลาไปเข้าประชุมสภาและทำงานให้ประชาชนดีกว่า ไม่เข้าใจว่าฝั่งนู้นจะทำแบบนี้ทำไมทั้งๆ ที่คำสั่งศาลอุทธรณ์ก็จะออกแล้ว แล้วยิ่งตนอยู่พรรคนี้ ก็ยิ่งรู้อยู่แล้วว่าผลออกมาจะเป็นอย่างไร คุณรอผลการอุทธรณ์ดีกว่าไหม อีกทั้งมองว่ากระทบกับพื้นที่สื่อที่ควรให้พื้นที่กับข่าวสำคัญ ดีกว่าข่าวถอนประกันของตน มองว่าสังคมไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการกระทำดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ตนขอตั้งคำถามให้สังคมคิดว่า มีเพียงแค่พรรคประชาชนที่ต้องเผชิญกับกระบวนการแบบนี้ จึงคาดว่าอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนที่อยู่เบื้องหลังของขบวนการบุคคลเหล่านี้หรือไม่ในการจ้องจะเล่นงานพรรคประชาชน 

ผู้สื่อข่าวถามต่ออีกว่า มองยังไงกับการที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ต้องถูกคำพิพากษาในศาลชั้นต้น จะเข้าข่ายเป็นการขัดจริยธรรมนักการเมืองหรือไม่ น.ส.รักชนก มองว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่พูดยาก แต่ก็คาดหวังว่าในชั้นอุทธรณ์ ตนจะได้รับความเป็นธรรม เพราะตนก็ได้ต่อสู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่จะสามารถต่อสู้ได้ โดยตนได้ยื่นอุทธรณ์ไปเมื่อ 2 เดือนที่แล้วและขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอคำสั่งศาลอุทธรณ์ แต่ไม่ทราบว่าจะมีคำสั่งเมื่อไหร่ 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานข่าวว่า ฝั่งผู้ร้องเตรียมจะไปยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ในวันศุกร์นี้ เพื่อให้ตรวจสอบจริยธรรมนักการเมืองของ ‘ไอซ์ รักชนก’ จากกรณีที่มีพฤติกรรม โพสต์ข้อความเข้าข่ายพาดพิงสถาบันและต้องคำพิพากษาจำคุกศาลชั้นต้นจำคุกในคดี ม.112 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่า ไอซ์ รักชนกมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างเห็นได้ชัดภายหลังศาลมีคำสั่งยกคำร้องการเพิกถอนการประกันตัว