닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---682

“ชาดา” ชม “วรภัค” แสดงสปีริทลาออก ไม่มีรัฐบาลไหนทำ เชื่อไม่ส่งผลต่อรัฐบาลเพราะลาออกไปแล้ว มองซักฟอกรัฐบาลเป็นเกมการเมือง ชี้เป็นสิทธิ์สามารถทำได้ บอกคนจะยื่นก็เพิ่งลุกจากโคลน ถ้าคิดว่าเกลี้ยงก็ว่าไป

วันที่ 27 ต.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะยื่นซักฟอกรัฐบาล ทำให้อาจมีการยุบสภาภายในปลายปีนี้ ว่า เป็นเกมการเมือง การจะยื่นซักฟอกอยู่ที่ความเหมาะสมประชาชนดูอยู่ จะอาฆาตไปหรือไม่เพราะรัฐบาลเพิ่งทำงาน คนอื่นเขาทำมาเป็นปีเราทำเพียงแค่ไม่กี่วัน ก็มีผลงานมากมายยังไม่มีอะไรบกพร่อง แต่ก็เป็นสิทธิ์ของพรรคฝ่ายค้านที่จะยื่น อยู่ที่ประชาชนว่าจะยอมรับหรือไม่ ส่วนฝ่ายรัฐบาลจะทำอย่างไรก็ต้องปรึกษานายกรัฐมนตรี

เมื่อถามว่าการยื่นซักฟอกเป็นแรงกดดันทางการเมือง จะทำให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภาก่อนหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่า การยุบสภาเป็นอำนาจของนายกฯคนเดียวตนพูดแทนไม่ได้ต้องถามนายกฯ เป็นมารยาททางการเมืองซึ่งเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี 

หากมีการยื่นซักฟอกขึ้นมาจริงวิปรัฐบาลจะทำอย่างไร นายชาดา กล่าวว่า ก็เตรียมการไปตามสภาพรัฐมนตรีก็เตรียมชี้แจงในสิ่งที่ทำไป แต่อย่าลืมว่าทำงานมา 2 ปี ต้องดูว่าใครทำงานมากกว่ากัน การเมืองก็เป็นเรื่องของการเมืองแต่การเมืองที่สำคัญ คือ ผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่า ส่วนผู้ที่จะยื่นซักฟอกนั้นเพิ่งลุกจากโคลนมาแป๊บ ๆ ถ้าคิดว่าตัวท่านเกลี้ยงก็ว่าไป

เมื่อถามว่าทำงานร่วมกับฝ่ายค้านเป็นอย่างไรบ้าง นายชาดา กล่าวว่า ประสานงานกันธรรมดาทางพรรคเพื่อไทยก็พูดคุยกันได้อยู่ ทางพรรคประชาชนก็ทำงานตามสไตล์ของเขา เขามีจุดยืนของเขาเราก็มีจุดยืนของเรา ก็มาดูว่าอันไหนที่ไปกันได้ ที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ซึ่งคงไม่มีใครที่จะกล้าไปทำลาย

เมื่อถามถึงกรณีที่ถูกนำเรื่องนายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นำขึ้นมาเป็นเรื่องซักฟอกรัฐบาลหรือไม่ นายชาดากล่าวว่า สมัย ก่อนเราเรียกร้องกันมากว่าหากรัฐมนตรีมีเหตุมัวหมองให้ลาออก วันนี้นายวรภัค ได้แสดงความเป็นสุภาพบุรุษทางการเมืองโดยลาออกไม่ยึดติดกับอะไรต้องถือว่าต้องชื่นชม แต่สิ่งที่ต้องชื่นชมคือมีสปิริททางการเมืองซึ่งไม่มีในนักการเมืองทั่วไปซึ่งตนชื่นชมมาก ส่วนจะผิดหรือถูกนั้นตนไม่ทราบเพราะสิ่งที่เราเรียกร้องกันตลอดก็ได้ทำแล้ว แต่หากเป็นในอดีตนั้นหากผิดก็ไม่ลาออก ซึ่งนายวรพัภ แสดงสปิริท โดยที่ยังไม่ได้ทำงานอะไรเลยซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเพราะไม่ใช่จะหาได้ในรัฐบาลอื่น

เมื่อถามว่าได้คุยกับนายวรภัคหรือไม่ นายชาดา กล่าวว่ายังไม่ได้คุยกัน เพียงแค่ยกมือไหว้กันแค่นั้น ส่วนจะส่งผลต่อเสรีภาพของรัฐบาลได้หรือไม่นั้น ตนมองว่ามันจะส่งผลได้อย่างไรในเมื่อนายวรภัค ลาออกแล้วไม่ใช่มาเป็นอยู่แล้ว แล้วไปพัวพัน ซึ่งที่อ้างกันว่าเคยพัวพันนั้นหากเป็นจริงอย่างที่พูดกันก็ไม่ผิดเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี 

ส่วนกรณีที่ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่โดนโจมตีจากกรณีนายกันจอมพลังนั้น นายชาดา กล่าวว่า กรณีนายกันจอมพลังนั้น ร้อยเอกธรรมนัสนั้นโดนอภิปรายมาหลายครั้ง ถ้าหากผิดคงไปแล้วแต่ในกรณีของมูลนิธินั้นซึ่งตนเคยทำงานมา ทุกมูลนิธิต้องมีลงท้ายไว้ซึ่งระบุว่ามอบให้กับมูลนิธิธรรมนัส ไม่ใช้ชื่อบุคคลเพียงคนเดียว ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับนายกันจอมพลังด้วยเพราะการจดทะเบียนมูลนิธิ นั้นก็จะนำเข้าส่วนรวมให้มูลนิธิอื่นๆได้ ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมกับทุกคน คนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ก็ไม่ผิดมีสิทธิ์ตรวจสอบได้