닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

“ชัยวัฒน์” มั่นใจในหลักฐาน ปมจ่ายส่วยในกรมอุทยานฯ - เชื่อ ผลจะเป็นบวก พร้อมยื่นประกันตัว-ต่อสู้ชั้นอุทธรณ์ หากผลเป็นลบ


วันที่ 19 พ.ย. 2567 ที่ ศาลอาญา ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีที่ นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เป็นโจทก์ฟ้อง นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ในข้อหาแจ้งความเท็จ ทำพยานหลักฐานเท็จ แจ้งความเท็จให้ต้องรับโทษทางอาญา หมิ่นประมาท และแจ้งให้จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดี ปมจับส่วยในที่ทำงาน เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2566

ซึ่งก่อนที่ นายชัยวัฒน์ จะขึ้นไปฟังคำพิพากษา ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน กล่าวว่า ตนเป็นข้าราชการ ซึ่งทำงานด้วยความสุจริตใจ ในกระบวนการระบบราชการกับหลักกฎหมาย ที่เป็นการต่อสู้ให้กับประชาชน ต่อสู้ให้กับสัตว์ป่าและพื้นที่ ด้วยหัวใจที่อนุรักษ์ป่า 

ส่วนเรื่องนี้เป็นการต่อสู้ของฝ่ายโจทก์ และหาว่าทางตนกลั่นแกล้ง สร้างหลักฐานเท็จ สร้างพยานเท็จ ก็เป็นเรื่องของฝั่งโจทก์ ตนจะพิสูจน์ให้ได้ว่า ทางตนมีหลักฐานที่ชัดเจน และในการไต่สวนครั้งนี้ ก็ได้ประโยชน์เช่นเดียวกันเพราะว่า หลักฐานของพยานฝ่ายโจทก์ กับเอาหลักฐานซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทางตนเอง ในการจ่ายเงินและมีเเชทไลน์ที่คุยกัน 

นายชัยวัฒน์ มั่นใจในตัวเองมาตลอด และมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม หวังว่า หลังจากการฟังผลเสร็จสิ้น น่าจะเป็นไปในทิศทางบวก 

หากทิศทางเป็นลบ ก็ติดคุกตลอดชีวิตเหมือนกัน วันนี้ก็มีการเตรียมหลักประกันมาเหมือนกัน เพราะเป็นคำตัดสินพิพากษาชั้นต้น ถ้าทางศาลเห็นว่าหลักฐานของฝ่ายโจทก์ชัดเจนกว่านั้นศาลก็ต้องลงโทษตนเอง

ยืนยันว่าไม่ประมาท เพราะว่าเรื่องนี้เป็นหลักฐานใครหลักฐานมันหากหลักฐานฝ่ายโจทก์ชัดเจนกว่าศาลอาญาลงโทษ ตนเองก็จะมีการประกันตัวและสู้ในชั้นอุทธรณ์ต่อไป