“ชัชชาติ” ขอโทษ ปชช. ยังไม่เข้าถึงโซนเสียงร้อง รับหนักใจใช้เครื่องจักรหนักเข้ามารื้อถอน
“ชัชชาติ” ขอโทษประชาชน ยังไม่เข้าถึงโซนเสียงร้อง รับหนักใจใช้เครื่องจักรหนักเข้ามารื้อถอน เผย พบ 2 ร่าง คาดนำออกมาได้วันนี้ จ่อลดกำลังค้นหาเน้นกู้ซาก คงไว้แสตนบายตลอดเวลา
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2568 ที่ ศูนย์บัญชาการเหตถการณ์ สำนักงานเขตจตุจักร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชกาากรุงเทพมหานคร(กทม.) นางวันทนีย์ วัฒนะ ปลัดกทม. และรศ.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงข่าวความคืบหน้าภายหลังจากค้นหาผู้สูญหายจากเหตุการณ์ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มเมื่อวันที่ 28 มี.ค. ที่ผ่านมา
ว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษพี่น้องประชาชน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงบริเวณโซน B ที่พบสัญญาณร้องขอความช่วยเหลือได้ เมื่อวานนี้ตลอดทั้งวันทางเจ้าหน้าที่ได้พยายามทุ่มเทอย่างเต็มที่ในการเข้าถึงจุดดังกล่าว แต่ปรากฏว่ายังพบอุปสรรคหลายรายการ แม้จะยกแผ่นคอนกรีตออกมาแล้วก็ตาม ทั้งเศษกองปูนและเหล็ก ทีมงานบางคนถึงขนาดใช้มือในการพยายามขุดคุ้ยเอาเศษปูนออกมา แต่ก็ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดที่คาดว่าจะพบต้นเสียงได้ จากการประเมินแล้ว จึงตัดสินใจพักการเข้าปูพรมค้นหาในพื้นที่นี้ไว้ก่อน แล้วใช้เครื่องจักรหนักในการเคลียร์ซากออกมา ยอมรับว่าการตัดสินใจดังกล่าวสร้างความเสียใจให้กับทีมงานทุกคนเป็นอย่างมาก
แต่อย่างไรก็ตาม ปฏิบัติการดังกล่าวจะยังคงเดินหน้าต่อไปและไม่หมดหวัง โดยจะดำเนินการทั้งการกู้ภัย Rescue และการรื้อถอนไปพร้อมกัน โดยจะใช้เครื่องจักรหนักในการทยอยรื้อซากอาคารออกมาควบคู่กับการตรวจสอบหาสัญญาณชีพ หากพบเจอสัญญาณชีพ ก็จะยุติการใช้เครื่องจักรหนักแล้วส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบทันที ซึ่งจนถึงตอนนี้ จากการตรวจสอบยังไม่พบข้อบ่งชี้ว่าจะมีสัญญาณชีพ จึงเตรียมจะเริ่มงานเครื่องจักรหนักในการเข้าถึงพื้นที่ต่อไป โดยมุ่งเน้นประเมินสถานการณ์หน้างานเป็นหลัก
พร้อมกันนี้ จะให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและทุกหน่วยงานที่ต้องการตรวจสอบเข้าเก็บพยานหลักฐานในพื้นที่ เพื่อจะไปรวบรวมพยานหลักฐานและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามขั้นตอนของกฎหมาย
สำหรับเศษซากอาคารทั้งหมดนั้นประมาณการได้ว่ามีประมาณ 15,000 ลูกบาศก์เมตรหรือประมาณ 4 หมื่นกว่าตัน หากคำนวณปริมาณเหล็กน่าจะประมาณ 5,000 ตันได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาประมาณ 30 ถึง 40 กว่าวันในการขนย้ายซากดังกล่าวไปกองไว้ชั่วคราวในพื้นที่การรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ โดยสาเหตุที่ต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 40 วัน ก็เพราะเราต้องดำเนินการหรือซากควบคู่ไปกับการค้นหาร่างผู้สูญหาย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถระบุได้ว่าเศษซากทั้งหมดนั้น ทางกรุงเทพมหานครต้องรับผิดชอบดูแลทั้งหมดหรือไม่หรือเป็นหน้าที่ของใคร ซึ่งต้องขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายต่อไป
ส่วนภาพรวมปฏิบัติการหลังจากพบโพรงใหญ่ที่อยู่บริเวณโซน C ติดกับโซน D ตอนนี้ยังไม่สามารถเข้าไปได้ลึกมากนัก เพราะเนื่องจากยังพบเศษแผ่นปูนและเหล็กที่กีดขวางอยู่ รวมทั้งในบริเวณดังกล่าว แต่เดิมจากการตรวจสอบสแกนพื้นที่พบร่างผู้เสียชีวิตประมาณ 14 ร่าง ณ ตอนนี้ได้พบเพิ่มอีก 2 ร่างในจุดดังกล่าว รวมเป็น 16 ร่าง ยังไม่ทราบว่าเป็นผู้เสียชีวิตหรือผู้รอดชีวิต แต่คาดว่าจะทยอยนำออกมาได้ภายในวันนี้ ส่วนที่เมื่อเวลาประมาณตี 3 ที่ผ่านมา ได้ส่งสุนัข K9 เข้าไปตรวจสอบในพื้นที่ เนื่องจากพบข้อบ่งชี้ว่าอาจจะมีสัญญาณชีพ แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถยืนยันได้
นายชัชชาติกล่าวอีกว่า ตอนนี้ทีมงานทุกคนยังคงมีกำลังใจที่เต็มเปี่ยมและเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพราะทุกคนเชื่อว่าทำดีที่สุดแล้ว โดยก่อนเริ่มปฏิบัติงานทุกครั้งก็ได้มีการพูดคุยและประเมินกำลังใจของทีมงานเป็นระยะ ๆ โดยทีมงานทุกคนก็บอกว่ายังไหวและพร้อมที่จะไปต่อ ยอมรับว่าได้เตรียมลดกำลังทั้งสุนัข K9 และเจ้าหน้าที่บางส่วนลง เพราะจะเริ่มเน้นการรื้อซาก แต่ยังคงสแตนบายทุกทีมเอาไว้ เช่นเดียวกันทีมกู้ภัยต่างประเทศก็ยังคงสแตนบายต่อไปเผื่อร้องขอ
ทุกอย่างยังคงดำเนินการไปตามระบบเป็นขั้นเป็นตอนและเป็นไปตามมาตรฐานสากล แต่ยอมรับว่า ในเรื่องของสัญญาณชีพนั้นค่อย ๆ หายไปตั้งแต่ช่วงเย็นที่ผ่านมาและไม่ได้ยินอีกเลย แต่ทีมงานทั้งหมดจะร่วมมือร่วมใจช่วยเหลือกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อทำให้สถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้น ซึ่งโดยภาพรวมของกรุงเทพมหานคร ตอนนี้ทุกคนเริ่มทำความเข้าใจในสถานการณ์และลดการตื่นตระหนกลงได้เป็นอย่างมาก จึงฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ขอให้มั่นใจในความปลอดภัยของแต่ละอาคารที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว
z-z1603487247937.jpg)