닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมาก---1

“ชาวบ้านหนองจาน” ย้ำชัด “แผ่นดินไทยต้องเป็นของคนไทย” พร้อม ให้กำลังใจทหารเก็บกู้ทุ่นระเบิดชายแดน เรียกร้อง สร้างกำแพงมั่นคงป้องกันข้ามแดน จวกนักสิทธิมนุษยชน กินเงินเดือนไทยแต่ไป เอ็นดูชาวกัมพูชาเหตุ ย้ำ ควรลงพื้นที่ดูความจริง



วันที่ 17 ต.ค. 68 ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว นางนงรัตน์ จันทะศร ชาวบ้านในพื้นที่บ้านหนองจาน ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางที่เจ้าหน้าเริ่มเคลียร์พื้นที่และเก็บกู้ทุ่นระเบิดบ้านหนองจาน ว่า ตนได้ดูข่าวเมื่อคืนซึ่งวันนี้ทางกองทัพเริ่มที่จะเข้ามาตรวจ เพื่อที่จะเก็บกู้ระเบิดในแนวเขตบ้านหนองจาน ประชาชนและเจ้าของที่หลักเขต 46-47 จึงเดินทางมารอให้กำลังใจทหารและกองทัพว่าให้สู้ๆ หากเจอระเบิดก็ขอให้เก็บกู้อย่างปลอดภัยทุกนาย 

เมื่อถามว่าพื้นที่หนองหญ้าแก้ว เริ่มที่จะให้ประชาชนเข้าไปใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่ไม่เคยเข้าไปได้แล้ว ทางบ้านหนองจานมีความหวังว่าอย่างไร นางนงรัตน์ กล่าวว่า มีความหวังเหมือนกับบ้านหนองหญ้าแก้ว ซึ่งสิ่งที่หวังคือภาพที่ทหารได้มีการจับมือกันเดินผ่านพื้นที่ที่ กัมพูชาเคยฝั่งทุ่งระเบิดไว้ ซึ่งเป็นภาพที่ประทับใจมากและถ้าหากมาถึงบ้านหนองจานจริงๆขอให้ชาวบ้านได้เดินจับมือด้วย เพราะอยากให้กำลังใจและอยากเห็นภาพที่สวยงาม 

“ แผ่นดินไทยก็คือต้องเป็นของคนไทย อธิปไตยไทยต้องได้คืน”นางนงรัตน์ กล่าว

ในส่วนที่กัมพูชาบอกว่าการที่ไทยประกาศแค่ฝ่ายเดียวที่ทหารไทยจับมือกันเดินผ่านแต่ไม่ได้เห็นด้วยนั้น นางนงรัตน์ กล่าวว่า เขาไม่เคยเห็นด้วยกับเราอยู่แล้ว ทางเราดีมาก ที่เชิญประชุมแต่กัมพูชาไม่มาประชุม เพราะประชุมไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร พอไม่ประชุม ก็มีความคืบหน้าเกิดขึ้นอย่างเช่น บ้านหนองหญ้าแก้วก็สามารถยึดพื้นที่ได้แล้ว เพราะแผ่นดินไทยก็คือแผ่นดินไทยและเรามีหลักฐานอย่างเช่น บ้านหนองจานก็มีหลักฐานชัดเจนว่าเคยใช้เป็นศูนย์อพยพ และอยากให้ดูภาพฉายหนังกลางแปลงจาก กัน จอมพลัง ซึ่งมองว่าพวกคนที่ออกมาพูดมากนั้นก็คือพวกอินฟลูของฝั่งกัมพูชา ที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ซึ่งชาวบ้านไม่ได้มีการให้ค่าในเรื่องนี้

ส่วนที่จะให้มีการเคลียพื้นที่เพื่อไม่ให้มีทุ่นระเบิดแล้วส่วนในเรื่องของการสร้างรั้วนั้นสำคัญอย่างไร นางนงรัตน์ กล่าวว่า สำคัญ เพราะเรื่องของกำแพงขอเป็นแบบที่มั่นคง เพราะในสถานการณ์ตอนนี้ไม่ควรที่จะมีการข้ามไปข้ามมา หรือถ้าหากดีกันในตอนนี้ก็อาจจะยังไม่ได้ เพราะความปลอดภัยของเราก็ต้องสูงสุด ยืนยันว่าเราอยากได้กำแพงที่มั่นคงหรือปิดไปเลย ซึ่งครั้งหน้าถ้าหากมีการติดต่อถึงความสัมพันธ์กันก็ขอให้มันถูกต้องผ่าน ตม. หรืออะไรต่างๆอย่างถูกต้อง หรือมีเอกสารให้ถูกต้องตามหลักสากลและยืนยันว่าชาวบ้านอยากได้กำแพงที่มั่นคง 

เมื่อถามว่าถ้าหากพื้นที่บ้านหนองจานเคลียร์เสร็จสิ้นและกลับเข้าไปทำประโยชน์ได้จะมีการทำอะไรในพื้นที่ของตัวเอง  นางนงลักษณ์ กล่าวว่า ตรงที่เป็นทุ่งนาเราก็จะทำนากันต่อ ซึ่งดูสถานการณ์ก่อนว่าเป็นพื้นที่แบบไหนเหมาะสมกับการปลูกอะไร ก็ยังคงดำเนินการแบบภาคเกษตรกรรมต่อไป

ส่วนในกรณีเครื่องเสียงที่ชาวบ้านเริ่มนำกลับมาที่บ้านหนองจานนั้น นางนงรัตน์ กล่าวว่า ในเรื่องเครื่องเสียงทางเราเห็นด้วย ในฐานะที่ตนเป็นชาวหนองจานและเป็นประชาชนที่อยู่ตรงนี้ เพราะเรื่องเครื่องเสียงเราเปิดในประเทศเราทำไมนักสิทธิมนุษยชนประเทศเราถึงเดือดร้อน เพราะทางเราและชาวบ้านงงกันมาก เหมือนว่าเรามีบ้านเราอยู่ในพื้นที่ แต่เขามาอาศัยอยู่บ้านเราแต่เราเปิดเพลง หากเขาเลือกที่จะหนวกหูคือเราต้องปิดให้เขาจริงหรือไม่ การเปิดเครื่องเสียงคือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับทหารที่ดูแลตามแนวชายแดนส่วนชาวบ้านก็ไม่ได้มีใครหนวกหูสักคน จึงแปลกใจว่าทำไมนักสิทธิมนุษยชนประเทศเราถึงเดือดร้อน เพราะเปิดอยู่ที่นี่แต่ไปหนวกหูถึงกรุงเทพ 

นางนงรัตน์ จึงอยากอัญเชิญ สว. มาในพื้นที่ เพราะประชาชนทุกคนมายืนตรงนี้ได้ โดยที่ไม่ได้ทำให้ทหารมีการทำงานยากลำบาก เพราะไม่ใช่จุดที่ทหารทำงานซึ่งเป็นจุดที่เป็นแผ่นดินไทย พร้อมย้ำว่า หาก สว. ลงพื้นที่มาชาวบ้านจะพาไปในพื้นที่ที่ปลอดภัยเอง ถ้ามาก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย ดีเสียอีกเพราะท่านเป็นนักสิทธิมนุษยชนจะได้มีการพูดคุยกับชาวบ้าน

นางนงรัตน์ กล่าวต่อว่า ท่านต้องเป็นนักสิทธิมนุษยชนที่ปกป้องคนไทย เพราะทุกคนที่ยืนอยู่ในตอนนี้ก็คือเป็นคนที่เสียพื้นที่ คนที่ไม่ได้พื้นที่ทำกินมา 40 ปี มาเรียกร้องสิทธิ์ตรงนี้ให้เราดีกว่าหรือไม่ จึงอยากให้ลองคิดทบทวนเพราะตั้งแต่เกิดเรื่อง นักสิทธิมนุษยชนไม่เคยพูดถึงชาวบ้านหนองจานเลย จึงตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงไม่ถามถึงบ้างว่าเขาอยู่กันอย่างไร 

ทั้งนี้นางนงรัตน์ ทิ้งท้ายว่า กินเงินเดือนประเทศไทยแต่ไปเอ็นดูชาวกัมพูชาก็แปลกใจอยู่