“ฉลาด -หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ” โต้ “เขมร” ใช้เวทีสมัชชารัฐสภาอาเซียน ขยายปมขัดแย้งระหว่างประเทศ
โพสต์เมื่อ : 18 ก.ย 2568 เวลา 13:31 น.
“ฉลาด -หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย ” โต้ “เขมร” ใช้เวทีสมัชชารัฐสภาอาเซียน ขยายปมขัดแย้งระหว่างประเทศ สวนทุกดอก ยึดข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ ฉะ กัมพูชา บิดเบือน-ฝ่าฝืนกฎหมายระหว่างประเทศ ยิงBM21 คร่าชีวิตเด็ก-ประชาชนไทย ซ้ำวางทุ่นระเบิดละเมิดอนุสัญญาออตตาวา ซ้ำกัมพูชา ยังปลุกระดมชาวบ้านรื้อรั้วลวดหนาม บ.หนองหญ้าป้อง จ.สระแก้ว ลั่น ไทยจำเป็นต้องรักษาอธิปไตยชาติ ยันรัฐสภาไทย ยึดหลักการสหประชาชาติ หนุนแก้ปัญหาแบบสันติวิธี
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2568 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สองใน ฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย กล่าวถ้อยแถลงบนเวที AIPA หลังจากกัมพูชากล่าวถึงสถานการณ์ความรุนแรงระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ในนามของรัฐสภาไทย ขอย้ำว่ารัฐสภาไทย ไม่ขอทำลายบรรยากาศฉันมิตรของ AIPA โดยการใช้เวทีของฝ่ายนิติบัญญัติเพื่อขยายความชี้แจงข้อมูล หรือตอบโต้ใดๆเกี่ยวกับสถานการณ์ระหว่างประเทศ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล้วนมีหลักฐานเชิงประจักษ์ และเพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศอันดีงาม ความถ้อยทีถ้อยอาศัยของเพื่อน AIPA รัฐสภาไทยเห็นว่าการระบุถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา เป็นการบิดเบือนจากฝ่ายกัมพูชา ต่อกฎหมายระหว่างประเทศ ทั้งที่ข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์คือ กัมพูชาได้โจมตีพลเรือน โครงสร้างพื้นฐานร้านสะดวกซื้อ ปั้มน้ำมันแบะบ้านเรือนประชาชนไทยด้วยการยิงจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ใส่ของพลเรือนไทย ทำให้พลเรือนผู้บริสุทธิ์ และเด็กเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กขัดต่อกฎบัตรสหประชาชาติ อนุสัญญาเจนีวานี กติการะหว่างประเทศ ว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมืองตลอดจนกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก สิทธิคนพิการ การกระทำนี้ยังเป็นอาชญากรรมสงคราม ตามธรรมนูญกรุงโรมและขัดต่ออนุสัญญาออตตาวา
“ด้วยการวางระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 ทำให้ทหารไทยผู้กล้าหาญต้องเสียขาทุพพลภาพถาวร ระเบิดชนิดนี้กองทัพกัมพูชามีไว้ครอบครอง แต่ไทยไม่มีทั้งยังปรากฏหลักฐานการวางระเบิดสังหารบุคคล PMN-2 โดยทหารกัมพูชาด้วย อีกทั้งกัมพูชายังอ้างว่า ไทยโจมตีใกล้โบราณสถานปราสาทเขาพระวิหาร ที่อยู่ภายใต้อนุสัญญากรุงเฮก ผมขอเรียนว่าการปฏิบัติการทางทหารของไทย ไม่กระทบต่อโบราณสถานดังกล่าว และไทยได้ชี้แจงต่อยูเนสโกเพื่อทราบแล้ว ส่วนกรณีชาวบ้านกัมพูชามีการรื้อรั้วลวดหนาม ที่ฝ่ายไทยมีการติดตั้งบริเวณบ้านหนองหญ้าปล้องจังหวัดสระแก้ว มีความจำเป็นต้องเล่าความจริงให้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในอธิปไตยของไทย และมีความพยายามขัดขวางการทำงานของ ฃเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ทำให้เจ้าหน้าที่บางคนได้รับบาดเจ็บ มีการรื้อถอนสิ่งกีดขวางอันเป็นการละเมิดกฎหมายไทย ไทยจึงจำเป็นต้องเข้าระงับเหตุ ตามหลักสากลและหลักสิทธิมนุษยชน” นายฉลาด กล่าว
หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภาไทย กล่าวย้ำว่า รัฐสภาไทยขอใช้โอกาสนี้การขอบคุณต่อทุกฝ่าย ที่มีความพยายามทำให้สถานการณ์ระหว่างไทยไทยและกัมพูชาคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขอย้ำว่าความรุนแรงไม่สร้างประโยชน์อันใด กับประชาชนมีแต่สร้างความเสียหาย ความเจ็บช้ำ และลุกลามบานปลายเป็นรอยแผลในใจที่ไม่สามารถลบเลือนได้
ดังนั้นเราจึงควรหันหน้าเข้าหากันในการสร้างความปรองดอง ขอยืนยันว่า รัฐสภาไทยจะยึดมั่นหลักการของสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ และหลักปฎิบัติด้านสิทธิมนุษยชน และหลักการของอาเซียน
เราสนับสนุนแนวทางแก้ปัญหาข้อพิพาทอย่างสันติวิธีติวิธี ผ่านช่องทางทวิภาคีที่มีอยู่ และไม่ประสงค์จะเป็นคู่ขัดแย้งกับฝ่ายใด เชื่อมั่นว่า AIPA เป็นตัวแทนของประชาชน และเราเข้ามาในนามของประชาชน จึงขอยืนยันว่าการใช้วิธีของฝ่ายนิติบัญญัติ จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมความไว้วางใจ และหาข้อยุติร่วมกันอย่างสันติ และยั่งยืนเพื่อประโยชน์ ของประชาชนทั้งสองประเทศต่อไป
z-z1603487247937.jpg)