‘บอร์ดประกันสังคม’ มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบสูตรคำนวณบำนาญชราภาพแบบใหม่
โพสต์เมื่อ : 11 มี.ค 2568 เวลา 12:35 น.
‘บอร์ดประกันสังคม’ มีมติเอกฉันท์ เห็นชอบสูตรคำนวณบำนาญชราภาพแบบใหม่ ผู้ประกันตน ม.33 และ ม.39 ทำประชาพิจารณ์ กรอบ 90 วัน
วันที่ 11 มี.ค. 2568 ที่ สำนักงานใหญ่ประกันสังคม นนทบุรี มีการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม วาระ เรื่องการปรับสูตรบำนาญชราภาพให้กับผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 ก.พ.68 ทีผ่านมา ที่ประชุมไม่พิจารณาเห็นชอบวาระดังกล่าว ที่เสนอโดยกรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน โดยที่ประชุมให้นำกลับไปศึกษาและเสนอในที่ประชุมครั้งถัดไป นั่นคือวันนี้ 11 มี.ค.68
สำหรับการประชุมครั้งนี้มีนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงานเข้าร่วมประชุม ร่วมกับบอร์ดไตรภาคีด้วย ซึ่งการประชุมเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่เวลา 09.00 น.
ภายหลังการประชุมก่อน 3 ชั่วโมงผลปรากฏว่าบอร์ดประกันสังคมมีมติเอกฉันท์เห็นด้วยสูตรคำนวณบำนาญชราภาพสูตรใหม่ โดยขั้นตอนต่อไป ทำประชาพิจารณ์ให้แล้วเสร็จใน 90 วัน นับว่าเป็นไปตามที่สำนักงานประกันสังคม ออกมาเผยแพร่ข่าวยืนยันว่า เดินหน้าผลักดันสูตรบำนาญ แบบ “CARE” เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ประกันตนทุกกลุ่มแล้ว
ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม หรือบอร์ดประกันสังคม ได้ออกมาแถลงต่อสื่อมวลชน
โดยนางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผย ว่า นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม เห็นชอบรับหลักการปรับสูตรบำนาญให้กับผู้ประกันตนถูกมาตรา ทั้งมาตรา 33 และมาตรา 39 โดยมอบหมายให้สำนักงานประกันสังคมกลับไปทำรายละเอียดเพิ่มเติม
ขณะที่ รศ.ดร.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตนคณะกรรมการประกันสังคม กล่าวว่าถือเป็นข่าวดีของผู้ประกันตนและนายจ้างที่จะเพิ่มสวัสดิการให้กับผู้ประกันตนได้อย่างเป็นธรรม การปรับสูตรคำนวณบำนาญชราภาพ โดยการใช้ เป็นการเฉลี่ยตลอดอายุและปรับฐานเงินเดือนตามที่ได้เสนอไป จะเข้าสู่การทำประชาพิจารณ์ในห้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน
นายธนพงษ์ เชื้อเมืองพาน บอร์ดประกันสังคมฝ่ายลูกจ้าง กล่าวว่าวันนี้เป็นข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนในมาตรา 33 และมาตรา 39 การปรับสูตรใหม่นี้ไม่ใช่การเพิ่มบำนาญ แต่เป็นการปรับเพื่อความเป็นธรรมของทุกฝ่ายที่จะได้รับบำนาญในอนาคต เนื่องจากสูตรบำนาญที่มีอยู่ใช้มา 30 กว่าปีแล้ว มีความเหลื่อมล้ำในหลายด้าน จึงควรปรับให้เข้ากับยุคสมัย
ด้าน นายมนตรี ฐิรโฆไท บอร์ดฝั่งนายจ้าง กล่าวว่าขออภัยผู้ประกันตนที่ต้องรอถึง 2 สัปดาห์ แต่ที่ผ่านมาก็เกิดกระแส ผู้ประกันตนให้ความสนใจในสิทธิประโยชน์ของตนเองซึ่งเป็นสิ่งที่นายจ้างอยากให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเงินจากที่ฝ่ายนายจ้างสมทบ เงินผู้ประกันตนสมทบก็ถือเป็นของผู้ประกันตนที่ได้รับการดูแล
การประชุมวันนี้เราพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติมหลังจากที่นักคณิตศาสตร์ประกันภัยได้ไปคิดสูตรใหม่ให้ละเอียดและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น ลงไปในทุกกลุ่มเพื่อเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับเพิ่ม หรือปรับลดจะเป็นอย่างไร ดังนั้นผู้ประกันตนควรให้ความเห็นผ่านการทำประชาพิจารณ์ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายผู้ประกันตน และข้าราชการจะทำงาน เพื่อผู้ประกันตนอย่างแท้จริง
นอกจากนี้ นางมารศรี ยังยืนยันว่าสำนักงานประกันสังคมไม่ได้นิ่งนอนใจ เนื่องจากได้ศึกษาสูตรบำนาญใหม่ตั้งแต่ปี 2563 จนเห็นผลเป็นรูปธรรมชัดเจนในวันนี้ โดยการทำประชาพิจารณ์จะต้องทำควบคู่กับการปรับเพดานค่าจ้าง ในวันที่ 1 ม.ค.69 ซึ่งจะเป็น กระบวนการที่สอดรับกันพอดี อย่างไรก็ตามกลุ่มที่เกษียณอายุไปแล้วก็ได้รับผลการปรับสูตรนี้ด้วย เราจะพิจารณาว่าคนที่ได้รับบำนาญอยู่ถ้าลดลงก็จะพิจารณาให้ได้เท่าเดิม แต่หากคนที่ได้รับบำนาญอยู่แล้วก็จะได้รับเพิ่มขึ้น
ปัจจุบันมีผู้ประกันตนรับบำนาญอยู่ที่ปีละ 800,000 คน และทยอยเพิ่มปีละประมาณ 100,000 คน ยืนยันว่าผู้ประกันตนตามมาตรา 33 และ 39 จะได้รับความเป็นธรรม ส่วนการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือการลงทุนสินทรัพย์นอกตลาดของกองทุนประกันสังคม ซึ่งจะมีการปรับจาก 10,000 ล้านบาท เป็น 137,000 ล้านบาทนั้น ที่ประชุมยังไม่ได้พิจารณา
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างการประชุมพิจารณา มีบอร์ดฝั่งนายจ้างบางคนขวางสูตรดังกล่าว โดยอ้างว่าอาจทำให้กองทุนมีปัญหา แต่สุดท้ายพบว่ามติที่ประชุมเมื่อถกเถียงกันเรียบร้อยแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์เห็นด้วย ส่วนการขวางดังกล่าวเป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นตามปกติในห้องประชุมเท่านั้น
นอกจากนี้ อีกหนึ่งคนที่ถูกจับตาเป็นอย่างมากคือนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ที่สื่อทุกสำนักต่างรอพบเพื่อให้ชี้แจงหลากหลายประเด็น แต่สุดท้ายพบว่าภายหลังออกจากห้องประชุม นายบุญสงค์ เลี่ยงสื่อโดยออกทางหนีไฟและเดินไปอาคารจอดรถทันที
z-z1603487247937.jpg)