닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

“นายกสภาทนายความ” แจง กระบวนการมารยาททนายความ “ตั้ม-เดชา” เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม


วันที่ 24 พ.ย. 2567 นายวิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The room 44 ถึงกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล สื่อมวลชนอาวุโส และ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ สื่อมวลชน และ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต เข้ายื่นหนังสือถึงนายกสภาทนายความฯ โดยขอให้สอบพฤติกรรมของนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม และนายเดชา กิตติวิทยานันท์ หรือ ทนายเดชา ว่าทำผิดมารยาททนายความหรือไม่ 

นายวิเชียร เปิดเผยถึงภาพรวมในเรื่องนี้ ว่า ในเบื้องต้นถ้ามีผู้มากล่าวหา ว่า ทนายความท่านใดท่านหนึ่งประพฤติผิดมารยาททนายความ อำนาจหน้าที่ในการพิจารณาว่าสมควรที่จะรับเป็นคดีมารยาทหรือไม่ เป็นอำนาจของประธานกรรมการมารยาททนายความ ที่ต้องดำเนินการหรือออกคำสั่งต่อไป 

นอกจากนี้หลังจากรับเป็นคดีมารยาททนายความแล้ว ต้องดำเนินการตั้งกรรมการสอบสวนจำนวน 3 คน เพื่อทำการไต่สวนแสวงหาข้อเท็จจริง  และจะทำหนังสือแจ้งคำกล่าวหาของผู้กล่าวหาให้กับทนายความที่ถูกกล่าวหา ให้ยื่นคำคัดค้านหรือคำให้การ โดยจะเชิญคู่กรณีมาทำการไต่สวนอีกครั้ง เมื่อทำการไต่สวนจนได้ข้อเท็จจริงอาจจะแสวงหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยคณะกรรมการสอบสวนจะใช้หลักในการพิจารณาโดยนำพิธีพิจารณาคดีทางปกครองมาใช้ในการไต่สวน และจะสรุปสำนวนพร้อมกับความเห็น ว่าพฤติการณ์หรือการกระทำของทนายความที่ถูกกล่าวหากระทำผิดหรือไม่ผิด และผิดในข้อใด และสมควรจะลงโทษในเรื่องใดบ้าง จากนั้นจะส่งให้ ประธานกรรมการมารยาททนายความต่อไป เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการมารยาทโดยจะมอบหมายให้คณะกรรมการมารยาททนายความเป็นเจ้าของสำนวนในการพิจารณากลั่นกรองอีกครั้ง เมื่อคณะกรรมการได้มีการพิจารณาแล้วเสร็จ จะดำเนินการส่งสำนวนพร้อมกับคำวินิจฉัยให้นายกสภาทนายความภายใน 30 วัน เพื่อให้นายกสภาทนายความนำเข้าสู่ที่ประชุมของคณะกรรมการสภาทนายความเพื่อทำการกลั่นกรองอีกครั้ง และต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน 

และเมื่อทำการพิจารณาแล้วเสร็จจะส่งเรื่องไปยังประธานคณะกรรมการมารยาททนายความเพื่อแจ้งต่อคู่กรณีถึงผลในการวินิจฉัยเพื่อให้คู่กรณีมีสิทธิ์ในการอุทธรณ์ภายในระยะเวลา 30 วันต่อสภานายกพิเศษ หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อพิจารณาต่อไป 

หากมีการกระทำความผิดจริงโทษจะมีทั้งหมด 3 ประการ โทษประการแรกคือ ภาคทัณฑ์ ประการที่สองคือ ห้ามการเป็นทนายความ 3 ปี ประการที่สามคือ ลบชื่อจากทะเบียนทนายความ 

อย่างไรก็ตามหากการกระทำผิดของทนายความที่ถูกกล่าวหาเป็นการกระทำผิดครั้งแรกและเป็นการกระทำผิดเพียงเล็กน้อย อาจมีการงดโทษเป็นการว่ากล่าวตักเตือน

เมื่อถามว่าหากกรรมการมารยาททนายความมองว่าคนใดคนหนึ่งกระทำความผิดจริงๆ สามารถออกคำสั่งให้ลบชื่อออกได้เลยหรือไม่นั้น นายวิเชียร เปิดเผยว่า ทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ จะมีคำสั่งลบชื่อหรือไม่ลบชื่อ หากเรื่องยังไม่ถึงที่สุดก็ต้องส่งมาที่นายกสภาทนายความ 

ส่วนเรื่องกรอบระยะเวลาของผลในการดำเนินคดีดังกล่าว นายวิเชียร ระบุว่า เรื่องนี้ไม่สามารถระบุได้เพราะเมื่อมีบุคคลกล่าวหาและเมื่อรับเป็นคดีมารยาทแล้ว ต้องเปิดโอกาสให้กับบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้มีโอกาสยื่นคำคัดค้านและต้องเรียกคู่กรณีมาทำการให้ข้อมูลครั้งหนึ่ง 

นายวิเชียร ยืนยันว่า ไม่รู้สึกหนักใจในการทำคดีนี้เพราะหากผู้กล่าวหามีข้อเท็จจริงในเรื่องของการประพฤติผิดมารยาททนายความและมีพยานหลักฐานเพียงพอในการลงโทษก็พร้อมจะดำเนินการตามกระบวนการที่ถูกต้อง และว่าด้วยพยานหลักฐานที่เพียงพอรวมถึงให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย