"นายกฯอิ๊งค์" คะแนนนำโด่ง เหตุ พรรคประชาชน เปลี่ยนอุดมการณ์
โพสต์เมื่อ : 1 ต.ค 2567 เวลา 1:10 น.
นักวิชาการ ชี้ "นายกฯอิ๊งค์" คะแนนนำโด่ง เหตุ พรรคประชาชน เปลี่ยนอุดมการณ์ หลัง ไม่ยอมรับเป็นพรรคปฏิวัติ-ถอยแก้รธน.
วันที่ 1 ต.ค.2567 รศ.ดร.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE ROOM EXCLUSIVE ของสำนักข่าว THE ROOM 44 ถึงกรณีที่นิด้าโพลออกมาระบุคะแนนความนิยมของนส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาเป็นอันดับ1 มากกว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาน ที่มาเป็นอันดับ 3 ว่า เป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ เนื่องจาก ผลโพลตั้งแต่ปี 66-67 คะแนนส่วนใหญ่เกิน 60% สลับกันสองพรรคคือพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชน ดังนั้นแสดงว่า เมื่อคะแนนพรรคเพื่อไทยเพิ่ม คะแนนพรรคประชาขนก็ลดลง เมื่อคะแนนนส.แพทองธารเพิ่ม ก็เท่ากับไปได้คะแนนจากพรรคสีส้ม ส่วนคะแนนตรงนี้ได้มาจากไหนนั้น ต้องย้อนไปในการเลือกตั้งปี 2566 มีคะแนนเลือกตั้งที่เลือกทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล เป็นการเลือกตั้งเชิงยุทธศาสตร์ คือกาสีส้ม1ใบ กาสีแดง 1 ใบ คะแนนพวกนี้มองว่าเป็นคะแนนความนิยมนี้เกิดจากคนที่เปลี่ยนจากเลือกพรรคก้าวไกลเป็นพรรคเพื่อไทยเพิ่มมากขึ้น
รศ.ดร.ธนพร กล่าวด้วยว่า เหตุผลหลักๆ คือ 1.เกิดจากการที่พรรคประชาชนเสียจุดยืนในอุดมการณ์ จากรกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญเแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่าพรรคประชาชนเป็นพรรคปฏิวัติส่วนพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคปฏิรูป ซึ่งทำให้พรรคประชาชนก็รีบออกมาชี้แจงว่าเป็นเพียงพรรคปฏิรูปเท่านั้น กลายเป็นลดราคาตนเอง เพราะเดิมที่ชนะการเลือกตั้งปี 66 ดูออกว่าพรรคสีส้มเป็นพรรคปฏิวัติ ซึ่งใน 9 นโยบายของพรรคก้าวไกล ยังมีคำว่าปฏิวัติ เช่น นโยบายปฏิวัติการศึกษา หรือนโยบายการยกเลิกการเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ผู้ว่าฯมาจากการเลือกตั้งแทน แบบนี้จะไม่เรียกปฏิวัติได้อย่างไร ดังนั้นความปอดแหกของพรรคสีส้ม ทำให้แฟนคลับที่เคยเลือกพรรคสีส้ม ก็กลับมาเลือกพรรคสีแดงแทน แสดงถึงการไม่ยืนยันในจุดยืนอุดมการณ์ทางการเมือง
และ 2.ส่วนกณีต่อมาคือกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เรียกสอบ 44 สส.ของอดีตพรรคก้าวไกล คดีล้มล้างการปกครอง และพ่วงคดีจริยธรรมต่อด้วยนั้น เมื่อโดน ป.ป.ช.เรียกไปสอบ ถึงขั้นหลอนทำให้พรรคไม่เสนอแก้รัฐธรรมนูญในหมวดจริยธรรม ทั้งๆในคำประกาศอุดมการณ์ของพรรค ประกาศหลักกาศชัดเจนว่าประชาชนเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด พรรคใหญ่กว่าคน ประชาชนใหญ่กว่าพรรค เรื่องนี้คือสิ่งที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้คะแนนนิยมมากขึ้น อันเนื่องมากจากการเสียศูนย์เสียจุดยืนของพรรคประชาขน ทำให้ประชาชนมีความไม่มั่นใจเพิ่มมากขึ้น
รศ.ดร.ธนพร ยังกล่าวอีกว่า การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต ก็มีส่วนทำให้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นแต่เป็นจำนวนน้อย เพราะหากคนถูกใจเงินดิจิทัลวอลเล็ต คะแนนความนิยมก็เพิ่มขึ้นเป็นธรรมดา แต่จะมีคนกลุ่มหนึ่งที่หาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ หาคนที่ถูกใจไม่ได้ กลุ่มนี้คือกลุ่มคนที่รักลุงตู่ คิดถึงลุงตู่ พลเอกประยุทธ จันทโอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ชกลุ่มคนเหล่านี้น่าจับตาดูอย่างมาก เพราะจากปลายปี 66 คะแนนความนิยมกลุ่มคนรักลุงตู่มี 18 % แต่ตอนนี้คะแนนเพิ่มมาถึง 24 % เพิ่มมา 6% หากคิดตามสัดส่วนพรรคการเมือง เรียกว่าได้คะแนนปาตี้ลิสต์เกือบ 4 ล้านคะแนน เท่ากับ 11-12 สส.เลย
"ดังนั้นการเติบโตของคนกลุ่มนี้ เป็นกลุ่มของคนเกลียดจำนำข้าว เกลียดประชานิยมจะมาหลงไหลโครงการดิจิทัลว็อลเล็ตไม่ใช่แน่ๆ แต่เป็นปัจจัย เอฟซีพรรคสีส้มกลับมาเลือกพรรคสีแดง"รศ.ดร.ธนพร กล่าว
รศ.ดร.ธนพร กล่าวว่า ส่วนประเด็นคะแนนนิยมของนส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีแยกไม่ออกจากคะแนนนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานวิปรัฐบาลได้กล่าวไว้ เพราะตอนนี้ตำแหน่งทางการเมืองทุกตำแหน่ง นายทักษิณ ต้องเป็นคนอนุมัติ คณะรัฐมนตรีทุกคนก็เป็นคนของนายทักษิณทั้งสิ้น มองว่าเป็นคะแนนนิยมพ่อลูก ไม่สามาถแยกออกได้ เป็นข้อเท็จจริงที่คนในพรรคเพื่อไทยรับรู้
z-z1603487247937.jpg)