닫기

พอดีกว่า

ยังเยี่ยมหน้าออกมาทำงานในฐานะ รมว.กลาโหม แม้ถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกฯ สืบเนื่องจากปมวาระดำรงตำแหน่ง 8 ปี

เหมือนจะดูดีมีสปิริต ทำหน้าที่แข็งขันไม่ว่าตำแหน่งเล็ก ตำแหน่งใหญ่ แต่คำถามคือตอน"บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม ทำหน้าที่นายกฯด้วย ไม่เห็นจะใส่ใจการงานในตำแหน่งรมว.กลาโหม และกระทรวงนี้ก็มี"บิ๊กช้าง" พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นรัฐมนตรีช่วยอยู่แล้วด้วย ก็มอบหมายให้ทำงานไปอย่างเคยก็ได้


คนนินทาหมาดูถูกคงไม่ใช่เรื่องสำนึกรับผิดชอบในหน้าที่อะไร น่าจะห่วงใยเรื่องอื่นๆมากกว่า กลัวไม่ได้อยู่ต่อ อยู่ยาว กลัว"พี่ป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รักษาการนายกฯ จะมาแย่งอำนาจ หรือทำอะไรตอนที่ตัวเองหยุดทำหน้าที่ เลยต้องโผล่หน้าออกมาให้รู้ว่า ข้ายังอยู่นะ เกรงใจกันหน่อยนะ


และเหนืออื่นใดคือพยายามออกมาส่งสัญญาณไปถึงผู้มีอำนาจทั้งหลายว่า ใจยังสู้ พร้อมจะกลับมาทำหน้าที่ต่ออีกครั้ง โดยไม่ได้ฟังเสียงจากประชาชนอีกตามเคย และที่ผ่านมาก็คงไม่เคยฟังใดๆ ใครบ่นเดือดร้อนยากจนก็บอกให้ประหยัด ใครอยู่ไม่ได้ก็ไล่ให้ไปอยู่ดาวอังคาร


ไม่คิดแล้วเรื่องความสง่างาม เหมาะสม เป็นนายกฯอยู่แต่ก็มาเดินอาดๆในตำแหน่งลูกน้องรองนายกฯอีกที โดนสั่งหยุดทำหน้าที่นายกฯ แต่ก็ผ่าหมากมาทำหน้าที่รมว.กลาโหม มองอีกแง่ก็เจตนายียวน ท้าทาย


จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พูดไว้น่าสนใจ “วิธีการหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวเป็นการวัดผลคดีใหญ่อย่างหนึ่ง ถ้าข้ามวิธีการนี้ไปได้ผลคดีใหญ่ก็พอจะมีความหวังมากขึ้น” และช่วงเวลาประมาณ 1 เดือนนี้คือการซ้อมชั่งน้ำหนักว่าเมื่อประเทศนี้ไม่มี"บิ๊กตู่"เป็นนายกฯจะเป็นยังไง

เท่าที่ดูก็ไม่มีใครเดือดร้อน แม้แต่เครือข่ายนั่งร้าน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐเอง นอกจากไม่มีอาการซึมเศร้าแถมยังดีใจมากกว่า "บิ๊กป้อม"เป็นนายกฯดีกว่าเป็นไหนๆ คุยกันได้มากกว่า รับฟังกันมากกว่า ถ้าถามว่าประชาชนคิดยังไงไปไล่ดูจากผลโพลก็ได้คำตอบ แต่ก็มีบางสัญญาณที่ยังไม่ชัด หรือยังไม่รู้ แต่ต้องเฝ้ารอดู ศาลรัฐธรรมนูญก็พยายามปิดห้องให้เงียบที่สุดแล้วเงี่ยหู ถ่างตา รอแล้วรออีกเรื่อยมาแต่ก็ไร้วี่แวว จริงอยู่ว่าการสั่งให้"บิ๊กตู่"หยุดปฏิบัติหน้าที่ สามารถลดแรงเสียดทานให้ทุกฝ่าย รวมทั้งศาลรัฐธรรมนูญเอง ถือเป็นวิธีที่ชาญฉลาด แต่ถ้าสุดท้ายตัดสินให้"บิ๊กตู่"กลับมาเป็นนายกฯทำงานต่อได้ ผลกระทบอาจหนักกว่าใช้วิธีตัดสินไปเลยทันที หนีไม่พ้นข้อครหาเตะถ่วง ประวิงเวลา ยื้อเพื่อช่วย กระแสสังคมรุมถล่มหนักแน่ เพราะแนวโน้มทิศทางที่สังคมชี้นำ คล้ออยตาม ณ โมงยามนี้ คือ"บิ๊กตู่"จะไม่ได้ไปต่อแล้ว ช่วงเวลา 8 ปีของพล.อ.ประยุทธ์ถือว่ายาวนานเกินไปเมื่อเทียบกับสิ่งที่ประเทศควรจะได้ วันนี้พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ไปเพราะถูกดำเนินคดี ไม่ได้ไปเพราะม็อบมาไล่ ไม่ได้ไปเพราะฝ่ายค้านมาบดบี้ หรือไม่ได้ไปเพราะแพ้การเลือกตั้ง แต่ไปด้วยเงื่อไขกฎหมาย ทางลงที่สวยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ทางที่ดีควรประกาศลาออกไปด้วยตัวเองเสียตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อความสบายใจทุกฝ่าย โดยเฉพาะศาลรัฐธรรมนูญ หากแข็งขืนดึงดันลากกันไปต่อ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรวุ่นวายร้ายแรงตามมา ทั้งฝ่ายบริหาร ตุลาการ นิติบัญญัติ อลเวงหมดแน่ ถามว่า"บิ๊กตู่"จะกลับมาบริหารประเทศได้อีกนานแค่ไหน ท่ามกลางกระแสสังคมที่เชี่ยวกราก ณ ปัจจุบัน จริงอยู่ว่าด้วยองคาพยพของฝ่ายดุลอำนาจที่มีอยู่จะสามารถจัดการความปั่นป่วน จัดการสารพัดม็อบที่อาจเกิดขึ้นได้ แต่มันก็ลากประเทศถอยหลังไปสู่วังวนวิกฤติซ้ำซาก เพราะความยึดติด ปล่อยวางจากอำนาจกันไม่ได้ ไม่ยอมแพ้ ไม่ยอมรามือ ไม่ฟังเสียงประชาชน แบบนี้อย่าเรียกว่าประชาธิปไตยเลย...มือถือสากปากถือศีล