เชียงใหม่น้ำท่วม ภัยธรรมชาติที่ยากจะเกิด
โพสต์เมื่อ : 25 ก.ย 2567 เวลา 10:20 น.
เชียงใหม่น้ำท่วม ภัยธรรมชาติที่ยากจะเกิด
สถานการณ์น้ำท่วมภาคเหนือยังหนัก ล่าสุดเมืองหลวงแห่งดินแดนล้านนา เชียงใหม่ ยังเฝ้าระวังน้ำปิง อย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นสูงอย่าต่อเนื่อง โดยเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาระดับน้ำสูงเกินกว่าวิกฤติ ใหญ่ท่วมย่านเศรษฐกิจ สำคัญอย่างถนน ช้างคลาญ หรือที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างเชียงไนท์บาซ่า ก็ถือว่าสร้างความเสียหายอีกครั้ง
ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากการที่ ฝนตกติดต่อเนื่องหลายวันทำให้ให้ระดับแม่น้ำปิง ที่เป็นแม่น้ำสายหลังของจังหวัดเชียงใหม่ รวบรวมน้ำจากหลายอำเภอ ไม่ว่าจะเป็นอำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอเมือง ต้องรับมวลน้ำหลายระรอก และทำให้ระดับน้ำเอ่อล้นทวมเข้า เมืองเชียง ใหม่ ในย่านเศรษฐกิจที่สำคัญ
นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เกิดน้ำท่วมในเชียงใหม่ ย้อนกลับไปวันที่ 15 สิงหาคม 2548 ระดับน้ำในแม่น้ำปิง สูงถึง 4.93 เมตร ซึ่งเป็นระดับสูงที่สูดเท่าที่เคยวัดมา สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่มหาศาล แต่ปีนั้น ภาคเหนือโดนพายุหลายลูกด้วยกัน ทำให้เขื่อนหลายๆแห่งต้องเร่งระบายน้ำออกมา
ปี2567 ฝนตกหนักในหลายแห่งของภาคเหนือ ทำให้น้ำบนภูเขาไหลหลากลงมาในที่ราบ รวมถึงเขื่อนก็เต็มความจุที่จะรับได้ อย่างเช่นเขื่อนแม่งัด สมบูรณ์ชล ในอำเภอแม่แตง ที่รับน้ำเกินความจุของเขื่อนหากไม่เร่งระบายก็อาจจะทำให้เขื่อนแตกได้ หรือเขื่อนแม่กวง ที่รองรับน้ำอีกแห่งรับน้ำไปกว่า ครึ่งหนึ่งถ้าไม่มีฝนตกหนักหรือน้ำป่าไหลหลากก็ยังถือว่าปลอดภัย แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเขื่อนทั้งสองมีจุดปลายทางเดียกันคือไหลลงแม่น้ำปิงซึ่งเหมือนกับคอขวดที่เส้นทางขนาดเล็กเทียบกับมวลน้ำปริมาณมหาศาล
จุดที่ต้องเฝ้าระวังคือชุมชนริมน้ำในอำเภอเมืองเชียงใหม่ที่ต้องเตรียมการกับระดับน้ำที่อาจจะสูงถึง 5 เมตร เพราะมวลน้ำจากฝนในอำเภออื่นๆที่ต้องไหลมาเพิ่มจะมากขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่ภาคเหนือต้องมีเขื่อนมากมาย เพราะไม่ใช่แค่สำรองน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้งเท่านั้น แต่ก็ยังช่วยชะลอน้ำป่าปริมาณมหาศาลที่จะไหลบ่าเข้าท่วมเมือง
แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการที่ภาคเหนือป่าไม้บนภูเขาลดน้อยถอยลง ทำให้ไม่มีการชะลอการรับน้ำดังเห็นได้จากน้ำจากดอยสุเทพขปุย เข้าท่วมอำเภอแม่ริมบริเวณถนนสายหลัก จากการสร้างรีสร์ตบนภูเขาจำนวนมากจนเป็นภูเขาหัวโล้น ถึงเวลาที่ธรรมชาติกลับมาเอาคืนมนุษย์ เป็นอีกครั้งที่ต้องกลับมาทบทวนตัวเองว่าควรฟื้นฟูป่าไม้ได้หรือยัง
z-z1603487247937.jpg)