닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2บยนบ

ม็อบเกษตกร เท "ปลาหมอคางดำ" เกลื่อนหน้าทำเนียบ หลัง นายกฯ ไม่ออกมารับ 4 ข้อเรียกร้อง พร้อมเผาพริก-เผาเกลือ แช่งผู้ที่เกี่ยวข้องกับการระบาด ก่อนจะเคลื่อนขบวนกลับไปหน้าองค์การสหประชาชาติ



วันที่ 18 มี.ค. 2568 ที่หนทำเนียบรัฐบาล ประตู 5 เครือข่ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากปลาหมอคางดำ นำโดยนายปัญญา โตกทอง (จ.สมุทรสงคราม) นายธีระ วงษ์เจริญ (อดีตรองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติและอดีตผู้ช่วย รมว.เกษตรและสหกรณ์) และนายนิวัติ ธัญญะชาติ (จ.จันทบุรี) เดินเท้าจากหน้าสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.) เพื่อแสดงพลังเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารสูงสุดของรัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบต่อปัญหาใหญ่ระดับ "หายนะต่อระบบนิเวศ ครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สิ่แวดล้อมของไทย" 

สำหรับข้อเรียกร้องมีทั้งหมด 4 ข้อ ประกอบด้วย
1. ตั้งคณะกรรมการอิสระตรวจสอบหาผู้กระทำความผิด 
2. กำจัดปลาหมอคางดำให้หมดภายใน 1 ปี และเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศ 
3. ประกาศเขตภัยพิบัติทันที 
4. ให้หน่วยงานรัฐฟ้องผู้กระทำความผิดมาชดใช้เยียวยา 

ซึ่งทั้ง 4 ข้อเรียกร้องเครือข่ายฯได้ยื่นถึงรัฐบาลไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ม.ค.68

นายปัญญา กล่าวว่า วันนี้มายื่นหนังสือถึงนายกฯ เพื่อทวงถามข้อเรียกร้อง 4 ข้อ โดยต้องการให้ นายกฯ ออกมาเป็นผู้รับเรื่องเพียงคนเดียว แต่หากไม่ได้เราก็ขอใก้นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมารับแทนเท่านั้น จะไม่ยื่นให้กับคนอื่น และหากถึงเวลา 14.00 น. ยังไม่ได้พบนายกฯ ก็จะเทปลาหมอคางดำที่หน้าทำเนียบ จำนวน 2 ตัน เพื่อแสดงสัญลักษณ์ว่าเราเอาปลาหมอคางดำ มาคืน รวมถึงเผาพริกเผาเกลือสาปแช่งด้วย หากครั้งนี้ไม่มีการตอบรับใดๆ จากรัฐบาลอีก เราจะกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเครือข่ายประชาชน 19 จังหวัด รอบหน้าปลาหมอคางดำก็จะมา 19 ตัน

ด้านนางผิน ตุ้มทอง อายุ 87 ปี ชาวบ้านแหลมฟ้าผ่า จ.สมุทรปราการ อาชีพทำวังกุ้ง เล่าทั้งน้ำตาว่า ตนทำนากุ้งมา 40 กว่าปี ตั้งแต่เกิดปัญหาปลาหมอคางดำ ทำให้ตนขาดทุนไปกว่า 2 แสนบาท ขาดรายได้ ต้องเปลี่ยนอาชีพมารับจ้างตัดหัวปลา รายได้ไม่เพียงพอมีความยากลำบากมาก

ต่อมา 12.40 น. เมื่อนายกฯ ไม่ได้ออกมารับนังสือ ทางผู้ชุมนุมจึงเคลื่อนมาประชิดแนวประตู 5 ก่อนจะมีการประกาศจากเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ผู้ชุมนุมกลับไปปักหลักหน้าองค์การสหประชาชาติเช่นเดิม แต่ผู้ชุมนุมไม่กลับไป กระทั่งได้ประกาศเทปลาทั้ง 2 ตัน ออกจากท้ายรถกระบะ และได้เผาพริกเผาเกลือสาปแช่งผู้ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเคลื่อนขบวนกลับไปหน้าองค์การสหประชาชาติ