อ.ปริญญา ฟันธง! ถ้า 'อุ๊งอิ๊งค์' เป็นนายกฯต่อ มีคนบุกร้องศาลแน่
โพสต์เมื่อ : 19 ส.ค 2568 เวลา 4:53 น.
อ.ปริญญา ฟันธง! ถ้า 'อุ๊งอิ๊งค์' เป็นนายกฯต่อ มีคนบุกร้องศาลแน่ เทียบเคส ‘เศรษฐา-ประยุทธ์’ ชี้ รธน.คลุมเครือ ว่าที่นายกฯลาออกไม่ได้ แต่ถ้ากลับมาใหม่คือซุปเปอร์ดีล
วันที่ 19 ส.ค. 2568 ผศ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อ.ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าว The Room 44 กรณีคลิปเสียงหลุดนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม พูดคุยกับสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา
อ.ปริญญา กล่าวว่า เท่ากับว่าคุณสมบัติของว่าที่นายกฯนั้นหมดไปแล้ว แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้คลุมเครือ เพราะถ้าเกิดลาออกจากอคมนตรีจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ตรงนี้เขียนไว้คลุมเครือ แต่ความเห็นของตนนั้น ว่าที่นายกฯคือเป็นขณะที่เลือกตั้งเสร็จรัฐสภาได้เลือกกัน เมื่อในเวลาต่อมาได้ไปรับตำแหน่งทางราชการ ก็พ้นไปแล้ว
อ.ปริญญา คิดว่า สุดท้ายเรื่องนี้ก็ถูกร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าเกิดได้เป็นใหม่ขึ้นมา มีคนไปร้องแน่นอนโดยเฉพาะเรื่องคุณสมบัติว่าที่นายกฯ
อ.ปริญญา กล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบเหมือนตอนนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ก็กลับมาเป็นนายกฯไม่ได้ เพราะการกระทำที่เลือกด้านนายพิชิต ชื่นบาน อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่การกระทำพ้นจากตำแหน่งโดยการลงโทษไปแล้ว คือความเป็นว่าที่นายกฯลาออกไม่ได้ เพราะไม่ได้มีการเขียนว่าลาออกได้ แบบเดียวกับกับกรณีของนายเศรษฐา ที่กลับมาเป็นนายกฯไม่ได้ ทำนองเดียวกัน หากสรุปคือรัฐธรรมนูญเขียนไว้คลุมเครือ และถ้าเป็นขึ้นมาเมื่อไหร่มีคนไปร้องแน่
ในส่วนของประเด็นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี เหมือนนับระยะเวลา 8 ปี เหมือนที่รัฐธรรมนูญกำหนดมาตรา 158 อ.ปริญญา กล่าวว่า ใช่เป็นครบแล้ว เป็นรวมกันเกิน 8 ปีไม่ได้
เมื่อถามว่าต่อให้ลาออกไปเป็นข้าราชการแล้วใช่หรือไม่ อ.ปริญญา กล่าวต่อว่า เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญไปนับระยะเวลาตั้งแต่การประกาศใช้ทำให้พลเอกประยุทธ์เหลืออีกหนึ่งปี แต่จริงๆแล้วถามก่อนว่าถอยหลังมาก้าวหนึ่ง แล้วพลเอกประยุทธ์จะได้เป็นหรือไม่ แต่ถ้าจะได้เป็นมีทางเดียวคือ สส. เพื่อไทยโหวตให้ อาจจะมีการดึงเอาภูมิใจไทยกลับมาด้วยหรือไม่
“แต่ถ้าถามว่าพรรคเพื่อไทยจะโหวตให้กับพลเอกประยุทธ์หรอ ถึงตอนเลือกตั้งจะเป็นอย่างไรเพราะคราวที่แล้วเรื่องของการมีลุงไม่มีเรา ยังตอบยากอยู่ทีนี้เป็นแค่ร่วมรัฐบาลไม่ได้เป็นนายกแต่ถ้าเป็นนายกเลย จะตอบคำถามยังไง แต่ถ้าหากพลเอกประยุทธ์ จะกลับมาจริงก็คือซุปเปอร์ดีล และเชื่อว่า คนจะไปโยงในเรื่องของคดีความต่างๆแน่นอนซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดี ”อ.ปริญญา กล่าว
ส่วนในมุมมองของอาจารย์เกี่ยวกับกรณีของนายเศรษฐาจะสามารถกลับมาได้หรือไม่ อ.ปริญญา กล่าวว่า นายเศรษฐาตนเห็นว่าข้อเรื่องความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ศาลตีความอย่างกว้างขวางมากว่าเป็นที่ประจักษ์หมายถึง เมื่อเคยพ้นตำแหน่งในข้อนี้ไปแล้วมันต้องร้ายแรงขนาดไหนและข้อนี้ยังถือว่าขาดอยู่หรือไม่หรือพ้นตำแหน่งไปแล้วกลับมาใหม่ได้ ซึ่งตรงนี้อยู่ที่ศาลจะมีการโหวตกัน ส่วนความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ นายพิชิต เคยติดคุกเมื่อ 10 ปีก่อน และด้านนายเศรษฐาไปตั้งเป็นรัฐมนตรีประสำนักนายกฯ ขนาดที่นายเศรษฐาไม่ได้ผิดเองแต่มีการไปตั้งคนเคยติดคุกเมื่อ 10 ปีที่แล้วซึ่งแปลว่าศาลดูความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ย้อนหลังไปด้วย
อ.ปริญญา ระบุว่า สุดท้ายอยู่ที่ศาลจะลงมติกัน ถ้าตอนเทียบเคียงถ้าหากพลเอกประยุทธ์กลับมาได้ด้านนายเศรษฐาก็จะกลับมาได้ คือยืนยันว่าจะมีคนไปร้องแน่
ทั้งนี้กรณีของนายกฯแบบคนนอกจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อ.ปริญญา กล่วว่า ไม่มี มันจะไปมาตราไหน เพราะคนนอกเป็นได้แค่ในช่วงห้าปีแรก หลังศาลรัฐธรรมนูญประกาศใช้ไม่มีในเรื่องของคนนอกเป็นนายกฯ ในเรื่องนี้เกี่ยวกับตอนที่ สว. ของคสช. ยังอยู่ 5 ปีแรก
z-z1603487247937.jpg)