닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2ุัถุภ

สมช.ออกแถลงการณ์ ถ้าถูกรุกรานอีกจำเป็นต้องป้องกันตัว ส่งตัวเชลยศึกวันนี้ หวังกัมพูชาคุ้มครองคนไทยเช่นเดียวกัน  อยากให้ร่วมมือปราบสแกมเมอร์  บอก เจบีซี จะมีขึ้นหลังได้รบ.ใหม่

 


เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สํานักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ​ (สมช.) ออก​คําแถลงการณ์ ประเด็นสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา​ มีเนื้อหาสรุปว่า 1. สมช. ยินดีกับแถลงการณ์ร่วม จากการประชุม คณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ไทย - กัมพูชา สะท้อนให้เห็นความจริงใจของไทยในการแก้ความขัดแย้งด้วยสันติวิธีผ่าน 2. สมช. ขอยืนยันว่าการลงนามในแถลงการณ์ร่วมดังกล่าวเป็นผลจาก การพิจารณาและตัดสินใจร่วมกัน ของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ ที่ให้ความสําคัญกับการคุ้มครองชีวิต และความเป็นอยู่ของเจ้าหน้าที่และประชาชน ในกรณีที่ประเทศไทยถูกละเมิดอธิปไตยหรือถูกรุกรานอีกครั้ง ประเทศไทยมีความจำเป็นและมีสิทธิอันชอบธรรมในการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองตามหลักความจําเป็นและได้สัดส่วน ภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ 3.ประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไทย - กัมพูชา สมช. บูรณาการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชนอย่างเหมาะสม 

ส่งตัวเชลยศึกวันนี้ หวังกัมพูชาคุ้มครองคนไทยเช่นเดียวกัน 

 4. ประเด็นด้านมนุษยธรรม ประเทศไทยให้ความสําคัญอย่างยิ่งต่อหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ โดยให้ความสําคัญกับการคุ้มครองชีวิต ศักดิ์ศรี และความปลอดภัย ของบุคคลที่ไม่เข้าร่วมการสู้รบเป็นหลัก จึงนํามาซึ่งการปล่อยตัวเชลยศึกกัมพูชาจํานวน 18 คน ในวันนี้ ตามมติสภาความมั่นคงแห่งชาติครั้งที่ 18/2568   ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทย ในการปฏิบัติตามหลักมนุษยธรรมและพันธกรณีระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด ประเทศไทยคาดหวังให้กัมพูชา แสดงท่าทีและบทบาทอย่างเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติตามหลัก กฎหมายระหว่างประเทศ และหลักมนุษยธรรมในลักษณะเดียวกัน เช่น การคุ้มครองสวัสดิภาพและอํานวยความสะดวก คนไทยในกัมพชาให้กลับประเทศได้อย่างปลอดภัย การป้องกันอันตรายจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สุญูเสียข้าแล้วซ้าเล่า ทั้งนี้ กัมพูซาต้องแสดงความจริงใจในการร่วมือและเร่งรัด การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่อย่างจริงจัง

อยากให้ร่วมมือปราบสแกมเมอร์ 
 5. ประเด็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ และการหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต
เมื่อวันที่ 17-18  ธ.ค.​2568​ กระทรวงการต่างประเทศของไทยร่วมกับสํานักงานว่าด้วย ยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) จัดการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยหุ้นส่วน ระดับโลกเพื่อต่อต้านอาชญากรรมหลอกลวงทางอินเทอร์เน็ต ที่ผ่านมา สํานักงานตํารวจแห่งชาติของไทยได้จัดทําแผนปฏิบัติการเพื่อการความร่วมมือในการป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติรวมถึงการหลอกลวงทางไซเบอร์และการค้ามนุษย์ร่วมกับกัมพูชา แต่การดําเนินการยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก จึงต้องการเห็นกัมพูชาร่วมมือในการดําเนินการปราบปราม - อาชญากรรมดังกล่าวอย่างเด็ดขาดและเป็นรูปธรรม เพื่อความมั่นคงของภูมิภาค

บอก เจบีซี จะมีขึ้นหลังได้รบ.ใหม่ 

 6. ประเด็นเขตแดน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจะดําเนินการภายใต้กลไกคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (JBC) ไทย - กัมพูชา ซึ่งไทยปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ และสนธิสัญญาที่เกี่ยวข้อง และยึดถือตาม แผนที 1 : 50,000  เป็นหลัก เนื่องจากมีความชัดเจน ถูกต้องแม่นยํา การประชุม JBC ที่จะมีขึ้นในอนาคต  จําเป็นต้องคํานึงถึงเงื่อนไขและห้วงเวลาที่เหมาะสม เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันเป็นรัฐบาลรักษาการ ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐบาลในอนาคตที่จะพิจารณาการดําเนินการในเรื่องดังกล่าวต่อไป ซึ่งอาจมีการทบทวน บันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาว่าด้วย การสํารวจและจัดทําหลักเขตแดนทางบก (MOU 43) จึงต้องคํานึงถึงเงื่อนไขในอนาคตด้วย และ 7. สุดท้ายนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยจะดำรงการปฏิบัติตามแถลงการณ์ร่วมฯ ตราบเท่าที่กัมพูชาจะดําเนินการ ตามแถลงการณ์ร่วมฯ ดังกล่าวเช่นเดียวกันดังนั้นเจ้าหน้าที่ทหารจะดำรงความพร้อมที่จะปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน ความมั่นคงและผลประโยชน์ของชาติ ตลอดจนความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน เป็นสําคัญ