닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy24

ศึกแห่งศักดิ์ศรี! "บิ๊กโจ๊ก" ส่งทนาย ฟ้องกลับอดีตลูกน้องคนสนิท ฐานแจ้งความเท็จ หลังกล่าวหาทำร้ายร่างกาย



วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก  นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ได้รับมอบหมายจากพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ให้มายื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์  ปริยะเกตุ  อดีตลูกน้องคนสนิท  ในความผิดฐาน แจ้งความเท็จเพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญาจากกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์  ได้มีการไปแจ้งความ กล่าวหาว่าพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทำร้ายร่างกาย มีผลทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงและสังคมมองไปในแง่ที่ไม่ถูกต้อง จึงรักษาสิทธิ์ด้วยการดำเนินการมาฟ้องร้องในวันนี้

ส่วนที่ก่อนหน้านี้ได้มีการไปแจ้งความพ.ต.ท.คริษฐ์ ไว้ที่กองบังคับการปราบปราม ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนที่มายื่นยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนี้เพื่อต้องการให้คดี เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยรวดเร็ว

นายสัญญาภัชระ กล่าวว่าย้ำว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าวต้องมีใครคนหนึ่งพูดไม่จริง จึงต้องการนำเรื่องราวและพยานหลักฐานเข้ามาพิสูจน์กันในชั้นศาล โดยศาลรับคดีไว้ เป็นคดีหมายเลขดำ ที่อ. 308 / 2569  พร้อมนัดไต่สวนมูลฟ้อง ในวันที่  20 เมษายน 2569 เวลา 9.00 น.

นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์และทีมทนายความยังพิจารณาที่จะเตรียมดำเนินคดีกับบุคคล ที่มีการกล่าวหาพลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ทำให้ได้รับความเสียหายเสียชื่อเสียง กรณีที่มีการนำพยานหลักฐานทางเวชระเบียนของแพทย์มาเผยแพร่ผ่านสื่อ โดยจะดำเนินการภายในสัปดาห์หน้า 

ส่วนกรณีที่มีการให้ข่าวของฝ่ายตำรวจว่า มีอดีตลูกน้องของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์อีก 17 นาย ที่เตรียม จะแจ้งความดำเนินคดีกับพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหาต่างๆนั้น   นายสัญญาภัชระกล่าวว่า หากมีพยานหลักฐานก็สามารถดำเนินการได้ แต่หากไม่มีพยานหลักฐานหรือว่าหลงเชื่อบุคคลใด พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ บอกว่าก็ต้องใช้สิทธิ์เพื่อรักษาสิทธิ์ของตัวเองเพราะการกล่าวหาในคดีมีหลายองค์ประกอบที่นำไปสู่ความเชื่อถือเชื่อมั่นและศักดิ์ศรีของพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เอง