닫기

20

Deepfake ภัยเงียบจาก AI: เมื่อ "ภาพและเสียง" เชื่อไม่ได้อีกต่อไป!

 

ในยุคที่ AI พัฒนาไปไกลจนน่ากลัว Deepfake หรือเทคโนโลยีการตัดต่อใบหน้าและเสียงให้เหมือนบุคคลจริง กลายเป็นอาวุธชิ้นใหม่ที่มิจฉาชีพใช้ "สวมรอย" เป็นคนรู้จักหรือเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลอกให้โอนเงิน ความแนบเนียนที่เพิ่มขึ้นทำให้การแยกแยะด้วยตาเปล่าทำได้ยากขึ้นทุกวัน แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางจับผิดครับ!

5 จุดสังเกต "วิดีโอคอลปลอม" จับโป๊ะ AI ใน 5 นาที

หากคนในกล้องดูแปลกๆ ให้ลองสังเกตสิ่งเหล่านี้ทันที:

  1. ดวงตาที่ไร้ชีวิต: สังเกตการกะพริบตา หากดูแข็งทื่อ ถี่ผิดปกติ หรือลูกตาเคลื่อนไหวไม่สัมพันธ์กับใบหน้า ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น AI

  2. รอยแยกที่ไรผมและลำคอ: ตรวจสอบรอยต่อระหว่างใบหน้ากับส่วนอื่นๆ มักจะเห็นขอบที่เบลอ สีผิวไม่สม่ำเสมอ หรือเงาตกกระทบที่ดูขัดกับแสงรอบข้าง

  3. ปากไม่ตรงกับเสียง (Lip-sync): ดูจังหวะการขยับปาก หากมีอาการดีเลย์ หรือรูปปากแข็งทื่อไม่ตรงกับสระที่พูดออกมา นั่นคือสัญญาณอันตราย

  4. ทำลายการประมวลผล (The Mask Test): ลองขอให้คู่สนทนา "เอามือมาบังหน้า" หรือ "หันข้างแรงๆ" หากเป็น Deepfake ภาพใบหน้าจะเกิดการบิดเบี้ยวหรือหายไปชั่วขณะ เพราะ AI ประมวลผลสิ่งที่มาบดบังไม่ทัน

  5. เสียงหุ่นยนต์: แม้จะเลียนเสียงได้เหมือน (Voice Cloning) แต่โทนเสียงมักจะดูเรียบเฉย ขาดอารมณ์มนุษย์ หรือมีเสียงรบกวนที่ฟังดูเป็นเสียงสังเคราะห์

มีสติ! คาถาป้องกันตัวก่อนเงินปลิว

  • คำถามลับ: ถามเรื่องส่วนตัวที่มีแค่คุณสองคนเท่านั้นที่รู้

  • เช็กซ้ำทางอื่น: วางสายแล้วโทรกลับเบอร์เดิมที่บันทึกไว้ หรือทักแชทไปตรวจสอบในช่องทางอื่น

  • อย่ารีบ: มิจฉาชีพจะเร่งให้คุณโอนเงินเสมอ ยิ่งเร่ง ยิ่งต้องช้าลงและใช้สติ