닫기

คคคค(1)

สรุปจบในที่เดียว! น้ำมัน E20 รถแบบไหนเติมแล้วรุ่ง หรือเติมแล้วร่วง?

                      

ในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวน "E20" กลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจเพราะราคาประหยัดกว่าน้ำมันประเภทอื่น แต่ก่อนจะหยิบหัวจ่ายสีฟ้ามาเติม คุณต้องแน่ใจก่อนว่ารถของคุณ "รับไหว" หรือไม่?

                     

E20 คืออะไร?

น้ำมัน E20 คือส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน 80% และเอทานอล 20% ซึ่งค่าออกเทนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ 95 ทำให้เป็นน้ำมันที่เผาไหม้สะอาด แต่ก็มีความกัดกร่อนสูงกว่าน้ำมันเบนซินทั่วไปเล็กน้อย

                          

รถแบบไหนที่เติม E20 ได้เลย?

  • รถยนต์รุ่นปี 2008 ขึ้นไป: รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ผลิตในไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา ถูกออกแบบมาให้รองรับ E20 ตั้งแต่โรงงาน
  • เช็กสัญลักษณ์ที่ฝาถัง: วิธีที่ชัวร์ที่สุดคือดูที่ "ฝาถังน้ำมัน" หรือ "คู่มือการใช้รถ" หากมีสัญลักษณ์ E20 ระบุไว้ สามารถเติมได้ทันที
  • รถยนต์กลุ่ม Eco Car: เกือบ 100% ของรถกลุ่มนี้ถูกปรับจูนมาเพื่อน้ำมันกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

                       

รถแบบไหนที่ "ไม่ควรฝืน" เติม?

  • รถยนต์รุ่นเก่า (ก่อนปี 2000): ท่อยางและซีลต่างๆ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทนทานต่อการกัดกร่อนของเอทานอลที่สูงถึง 20%

  • รถที่จอดทิ้งไว้นาน: เอทานอลมีคุณสมบัติดูดความชื้นได้ดี หากจอดรถทิ้งไว้นานเกินไป อาจเกิดคราบตะกอนหรือน้ำปนในถังน้ำมันได้

  • รถที่ไม่มีระบบชดเชยน้ำมัน (ECU): หากระบบไม่รองรับ จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานสะดุด กำลังตก และอาจเกิดอาการเครื่องน็อก (Knocking) ในระยะยาว

                            

เติมแล้วมีปัญหาจริงไหม?

หากรถ "รองรับ" ปัญหาเดียวที่พบคืออาจจะรู้สึกว่า "หมดเร็วกว่าปกติเล็กน้อย" เนื่องจากค่าพลังงานของเอทานอลน้อยกว่าเบนซิน แต่ถ้าเทียบกับส่วนต่างราคาที่ถูกกว่า ก็ยังถือว่าคุ้มค่าสำหรับคนใช้รถเยอะ