닫기

วันที่หยินไร้หยาง

ทำไปทำมาวาระนายกฯ 8 ปี กลายเป็น"กากี่นั้ง" คนกันเองที่แอบลุ้นมากกว่า จ้องจะขับไล่ไสส่ง"บิ๊กตู่"พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้ไปเสียที

โดยเฉพาะไอ้ห้อย ไอ้โหน บนยุทธการ"ไล่ตู่ชูป้อม" ผลัก"บิ๊กป้อม"พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกไปข้างหน้า ดันตูดอวบๆของ"ลุงป้อม"ขึ้นหิ้งตำแหน่งนายกฯขัดตาทัพ รักษาการ

ออกมาพูดปาวๆ พล.อ.ประวิตรเหมาะสมอย่างนั้นอย่างนี้ แท้จริงคือหวังดีประสงค์ร้าย ผลักนายออกหน้าไปรับตำแหน่งใหญ่ ส่วนตัวเองหลบหลังตักตวงผลประโยชน์

มท.1 ก็แล้ว นายกฯก็แล้ว แต่นายยังไม่ได้ขยับไปไหนซะที ก็"บิ๊กตู่"เล่นบทตีมึน ลอยหน้าลอยตายียวนน่าเจ็บใจ

ไอ้ห้อย ไอ้โหน มอง"บิ๊กตู่"เป็นตัวปัญหาเบอร์ 1 ขวากหนามเส้นทางผลประโยชน์ เปรียบเหมือนซาตานในทุ่งลาเวนเดอร์

ถ้า"บิ๊กตู่"ยังเป็นนายกฯต่อ งานก็ยากเหมือนเดิม ยิ่งงวดเข้าสู่ฤดูแต่งตั้งโยกย้าย ถลุงงบประมาณ ยิ่งออกอาการมือไม้สั่น "พากินสัน"รับประทานกันเป็นแถว

ในแง่การเมืองเรื่องของการเลือกตั้ง "บิ๊กตู่"ก็ถูกมองเป็นของแสลง เหมือนสัมภาระที่"บิ๊กป้อม"ต้องแบกไปด้วย เพราะกระแสต่ำตม ยิ่งบริหารยิ่งห่วย จะชิ่งหนีก็ไม่ได้ "3ป."มาด้วยกันก็ต้องไปด้วยกัน

ถ้าพลังประชารัฐยังเดินหน้าไปได้ จังหวะเดียวกับ"บิ๊กตู่"ที่ยังสามารถไปต่อ แคนดิเดตนายกฯยังไงก็ต้องชื่อ"บิ๊กตู่"เหมือนเดิม และทรงการเมืองก็จะเหมือนเดิมคือ"ค่ายทหารจำแลง"


แต่ถ้าวันหน้าไม่มี"บิ๊กตู่"อยู่บนเส้นทาง "บิ๊กป้อม"อาจกลายเป็นพยัคฆ์ลายคราม ในวัย77 เดินเกมการเมืองแบบโคตรเซียน จับมือได้ทุกขั้ว ย้ายข้างได้ทุกจังหวะ ทั้งเพื่อไทย ประชาธิปัตย์ หรือแม้แต่ภูมิใจไทย ไม่น่ามีปัญหาเรื่องประสานงาน

แต่ถ้า"บิ๊กตู่"ยังอยู่ เรื่องจับมือกับพรรคเพื่อไทย เสรีรวมไทย เลิกฝันได้เลย

เอาแบบตรงๆถ้าไม่มีพล.อ.ประยุทธ์แล้ว "บิ๊กป้อม"ก็หมดตัวถ่วง จัดทัพ หาเสียงเลือกตั้งสบายใจ ไม่ต้องชู"บิ๊กตู่"เป็นแคนดิเดตนายกฯให้คนโห่ฮา

และแน่นอนว่าถ้าไม่มี"บิ๊กตู่"แล้ว "บิ๊กป๊อก"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน "ทีมป้อม"ไม่เอาไว้ทำยาแน่

แต่ในมุมกลับกันและน่าสนใจกว่า ถ้าไม่มี"บิ๊กตู่"แล้ว "บิ๊กป้อม"อาจเดินไปต่อลำบากมากกว่า ที่ผ่านมา "2ป." คือ หยิน-หยาง ความต่างที่เกื้อหนุน บ้านเมือง-การเมือง ผู้นำ-แม่ทัพ

พิสูจน์มาแล้วถ้าสามัคคีแบ่งบทกันเล่นก็เดินไปได้สบายๆ ปัญหามันเกิดเพราะเล่นนอกบท ล้ำเส้น หนักข้อก็ล่อแทงหลังกันเอง สภาพจึงเป็นอย่างที่เห็น "พังทั้งคณะ"

"บิ๊กป้อม"แม้จะโดดเด่นเกมการเมือง มากคอนเนกชั่น แต่ไม่มีภาพลักษณ์เชิงบริหาร ภาวะผู้นำไม่มี สร้างราคาปั่นแต้มไม่ได้

ดังนั้นถ้าถึงวันที่"บิ๊กป้อม"ต้องฉายเดี่ยวทางการเมือง โดยไร้ 2 ป.อยู่เคียงข้าง การทำงานอาจง่ายขึ้นก็จริง แต่บารมีความยิ่งใหญ่อาจไม่ใหญ่โตตามคาด

ความโดดเด่นในเบื้องหลัง อาจดับสนิทเมื่อมาอยู่เบื้องหน้า

วันที่ป้อมไร้ตู่ ชัดเจนที่สุดคือ"อำนาจพิเศษ"จะเบางบาง แทบไม่หลงเหลือ นั่นจะนำไปสู่ความเสื่อมถอยของอำนาจ บารมี อิทธิพล

และจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเมื่อไม่มี"บิ๊กตู่" จะไม่มีคนใหม่มาเดินในเส้นทางสายเก่า แถมแนวโน้มจะมา"ประสานงา"กับทีมลุงป้อม มากว่ามาประสานงาน


ขณะที่นักการเมืองย่อมมองทะลุถึงเบื้องหลังเครือข่ายอำนาจ"ลุงป้อม"ที่เปราะบาง ไม่น่าเกรงขามอีกต่อไป ยิ่งถ้าลงสนามเลือกตั้งแล้วได้ส.ส.มาจิ๊บจ๊อยหร็อมแหร็มไม่กี่10คน


วันนั้นอาจเห็นสภาพ"ลุงป้อม"ต่างจากวันนี้ อำนาจบารมีหดหาย นักการเมืองเหลียวมองด้วยหางตา ไม่ให้ราคาประเมินแค่คนระนาบเดียวกัน


ลูกหาบ ลิ่วล้อ คนแวดล้อมใกล้ชิด พร้อมใจกันชิ่งหนีหายหัว วันนั้นอาจต้องเจ็บปวดใจ ย้อนคิดทบทวนมาถึงวันนี้ที่"ทิ้งน้องไว้ข้างหลัง"