วงการแพทย์สะเทือน! หายนะ นโยบาย สธ. สั่งเก็บยาแผนปัจจุบัน ใช้ยาสมุนไพรรักษาคนไข้
โพสต์เมื่อ : 29 เม.ย 2568 เวลา 3:24 น.
วงการแพทย์สะเทือน! หายนะ นโยบาย สธ. สั่งเก็บยาแผนปัจจุบัน ใช้ยาสมุนไพรรักษาคนไข้ บุลลากรการแพทย์ เผย ไม่ตอบโจทย์ มีข้อจำกัดหลายอย่าง
วันที่ 29 เม.ย. 2568 เพจเฟซบุ๊ก Remrin โพสต์ข้อความ ระบุว่า หนึ่งในหายนะ ที่จะเกิดกับหมอเร็ว ๆ นี้ (ถ้าหากนโยบายนี้ยังไปต่อเรื่อย ๆ) พอมีอ.แพทย์รพ.ใหญ่ ๆ ไปลุยค้านให้ได้บ้างไหมเนี่ย
นี่คือตารางเทียบยาสมุนไพรแผนไทย กับ ยาแผนปัจจุบัน หลังตอนนี้มีนโยบายจากเบื้องบน เริ่มให้เอายาแผนปัจจุบันออกจากโรงพยาบาล และให้ใช้ยาสมุนไพรแทน
ซึ่งยาหลายตัวยังให้ใช้สมุนไพรเป็นแค่ทางเลือกยังพอทน แต่ยาบางตัวถูกใส่เป็นนโยบายลงไปในตัวชี้วัดเลย ว่าโรงพยาบาลต้องจ่ายสมุนไพรให้คนไข้ตามยอดที่กำหนด ถ้าจ่ายสมุนไพรไม่ถึงเป้า ทำไม่ได้ตามตัวชี้วัดที่กำหนดมา ก็อาจส่งผลให้ประเมินโรงพยาบาลไม่ผ่าน นำไปสู่การจำกัดงบต่าง ๆ
รพ.แอด ยาแผนปัจจุบันหลายตัวถูกถอดจากโรงพยาบาลแล้ว บังคับให้แพทย์แผนปัจจุบันใช้สมุนไพรในการรักษาคนไข้แทน ทั้งที่ไม่เคยเรียน เรื่องขนาดยา ผลข้างเคียง และกลไกการออกฤทธิ์ (ซึ่งรพ.แอดก็ไม่ได้อยากทำหรอก แต่โดนคำสั่งมา) รายการยาสมุนไพร ของรพ. ที่โดนบังคับให้ ใช้แทนยาแผนปัจจุบันเรียบร้อยแล้ว ได้แก่ ครีมไพลจีซาล แทน balm มะขามป้อม แทน m.tussis มะขามแขก แทน bisacodyl ยาธาตุอบเชย แทน M. carminative ครีมพญายอ แทน Acyclovir cream
รวมถึงมีตัวชี้วัดอื่น ๆ เช่น ต้องจ่ายยาฟ้าทะลายโจรในเคสโควิดให้ได้ยอดตามเป้า หรือยาที่ยังมีก็ถูกพยายามให้ลดเช่นproctosedyl รักษาริดสีดวง ก็ให้พยายามไปใช้ ยาแผนไทยเพชรสังฆาต ซึ่งบางตัวสมุนไพรก็ไม่สามารถแทนยาแผนปัจจุบันได้ แต่ต้องจำยอมใช้เพราะไม่มียาแผนปัจจุบันให้ใช้ คือในเมื่อรพ.ก็มีแพทย์แผนไทยโดยตรงอยู่แล้ว ทำไมถึงต้องบังคับ ฝืนให้เรามาใช้สมุนไพรแทนอะ แล้วประเด็นคือสมุนไพรที่ใช้ทดแทน บางตัวแพงกว่ายาแผนปัจจุบันซะอีก
*หมายเหตุ ตอนนี้ยาสมุนไพรที่บังคับใช้แทน ยังมีไม่มากนัก โดยตอนนี้นโยบายแรก ยังมีเท่าที่แอดเขียนในแคปชั่นด้านบน แต่มาลงเตือนว่า มีแนวโน้มว่าเบื้องบนจะผลักดันไปต่อ และถอดยาแผนปัจจุบันมากกว่านี้จนเป็นแบบในตาราง แต่ท้ายที่สุดเชื่อว่าจะไม่เกิดขึ้น เพราะถ้ายกเลิกยาสำคัญ พวกยาโรคเบาหวาน ความดัน ขึ้นมาจริง ๆ ได้เจอหมออายุรกรรมโวยทั้งประเทศแน่ ตอนนี้เลยคิดว่าน่าจะไม่กล้าทำ เลยออกนโยบายบังคับได้แต่ยารักษาโรคไม่สำคัญก่อน แต่ยังไงผมลงไว้ให้ระวังไว้ ถ้ามีข่าวนโยบายแนวนี้จะไปต่อ อาจจะต้องช่วยกันค้านไว้ อย่าปล่อยให้เอาใช้จริงเต็มรูปแบบเหมือนในตาราง พวกนี้เผลอไม่ได้ชอบมาเงียบ ๆ
**หมายเหตุ 2 ในแง่การรักษาคน แพทย์แผนปัจจุบันก็ได้เรียนและเชี่ยวชาญในการรักษาแผนปัจจุบัน ส่วนแพทย์แผนไทยก็เชี่ยวชาญการรักษาแบบแผนไทย ซึ่งเราเคารพซึ่งกันและกัน พร้อมบูรณาการร่วมกันอยู่แล้ว
แต่โพสต์ที่ค้านคือ ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่ยกเลิกยาแผนปัจจุบันทิ้งไปเลย แต่ให้ไปเลือกใช้สมุนไพรแทน เพราะมันมีข้อจำกัดหลายอย่าง ซึ่งที่สำคัญเลยก็คือความรู้แพทย์แผนปัจจุบันเองนั่นแหละ ลองนึกดูว่าแพทย์แผนไทยเขาเรียนถึง 4 ปี มาด้านนี้อยู่แล้ว จะให้แพทย์แผนปัจจุบันทำแทนด้วยมันไม่เวิร์คหรอก คือถึงผมเองจะใช้ยาของแผนไทยกับตัวเองบ้าง แต่เวลาต้องเลือกยาให้คนไข้ ก็อยากเชื่อและเลือกในศาสตร์ที่ตัวเองเรียนมามากกว่านะ
แล้วแพทย์แผนปัจจุบันไม่เก่งสมุนไพรมากพอ พอจะจ่ายยาทีก็ต้องปรึกษาหมอแผนไทยกลับไปใหม่อีก เพิ่มขั้นตอนกลับมาไม่ต่างจากคนไข้ที่ได้รักษากับแพทย์แผนไทยแต่ต้น
คือจะรักษาแบบไหน ควรจะให้คนไข้มีตัวเลือกครับ ถ้าอยากรักษาแบบแผนไทย เขาก็ใช้บริการกับแพทย์แผนไทยในรพ.ได้ เรามีทางเลือกให้คนไข้ และทำงานในรพ.เดียวกันมาตลอด ไม่ใช้บังคับให้เลือกอย่างใดอย่างนึง แล้วให้แพทย์แผนปัจจุบันปรับตัวไปเรียนรู้ในสิ่งที่ไม่ได้เรียนมา และทำให้ตัวเลือกการรักษามีข้อจำกัดมากขึ้น
@Remrin
z-z1603487247937.jpg)