닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2ุึรุึ

รทสช.จัดทัพลุยอีสาน 'พีระพันธุ์' ส่ง 'เคนโด้' นำขบวนคาราวานฝากความหวังสู่ภูมิลำเนา ย้ำนโยบาย ลดค่าไฟ-น้ำมัน แก้ปัญหาปากท้องประชาชน


เวลา 11.00 น. วันที่ 7 มกราคม 2569 ที่พรรครวมไทยสร้างชาติ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมคณะ ประกาศความพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนงานการเมืองเชิงรุก จัดขบวนคาราวานโดยมีแกนนำคนสำคัญ นายเกรียงไกรมาศ พจนสุนทร หรือ“เคนโด้”  รองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่ปราศรัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(อีสาน) เพื่อนำเสนอนโยบายและพบปะพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด 

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้มอบหมายให้นายเกรียงไกรมาศ หรือเคนโด้ นำนโยบายด้านพลังงานซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพให้แก่พี่น้องชาวอีสาน “ภารกิจเร่งด่วนคือการรื้อโครงสร้างพลังงาน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนด้านค่าครองชีพให้แก่พี่น้องประชาชน ช่วยให้มีเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้น” นายพีระพันธุ์ กล่าว

สำหรับไฮไลต์สำคัญ คือการประกาศนโยบายหลักในการลดค่าไฟฟ้าให้เหลือ 3.30 บาทต่อหน่วย และการลดค่าน้ำมันเบนซินรวมถึงดีเซลให้เหลือ 25 บาทต่อลิตร โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ซึ่งได้รับเสียงตอบรับและกระแสสนับสนุนอย่างล้นหลามจากประชาชนที่มาร่วมรับฟัง ทุกอย่างที่เราพูดเราทำจริง ไม่ต้องโกหก ที่ตนพูดแบบนี้เพราะในช่วงที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานตนรู้ว่าปัญหาอย่างหนึ่งของประชาชนทั่วประเทศไม่ใช่เฉพาะภาคอีสานคือปัญหาเรื่องค่าครองชีพ และที่สำคัญที่สุดคือค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน อาทิ ไฟฟ้า แก๊ส น้ำมัน “เบอร์6เราไม่โกหก” ตนทำได้

นายเกรียงไกรมาศ ได้ย้ำชัดว่า นโยบายดังกล่าวคือสัญญาใจจาก นายพีระพันธุ์ ถึงคนไทยทุกคน ในการมุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ให้ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

“คุณพีระพันธุ์ ย้ำกับผมเสมอว่า พี่น้องชาวอีสานต้องได้ใช้ไฟฟ้าและน้ำมันราคาถูก ชีวิตความเป็นอยู่ต้องดีขึ้น วันนี้ผมจึงขอนำความตั้งใจจริงของพรรครวมไทยสร้างชาติมาบอกกล่าวว่า เราทำจริง และต้องทำให้ได้ตามสัญญา” เคนโด้ กล่าว

ทั้งนี้ บรรยากาศ ณ จุดปล่อยขบวนหน้าทำการพรรครวมไทยสร้างชาติเป็นไปอย่างคึกคัก ในขณะที่ขบวนคาราวานเริ่มเคลื่อนตัว ได้มีพี่น้องประชาชนหลากหลายกลุ่มอาชีพ อาทิ กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างสาธารณะ มอเตอร์ไซค์รับจ้าง รถสามล้อ รถแท็กซี่ และพ่อค้าแม่ค้า เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมส่งขบวนคาราวานมุ่งสู่อีสานอย่างคับคั่ง พร้อมแสดงจุดยืนสนับสนุนแนวทางการแก้ปัญหาพลังงานของพรรคอย่างเต็มที่

“พีระพันธุ์” ลั่นรทสช.ตั้งเป้ากวาด 69 ที่นั่ง ซัดคนโกงต้องใช้ยาแรงจัดการเด็ดขาด ตั้งคำถาม MOU 43 -44 เก็บไว้ทำไมไทยไม่ได้ประโยชน์  แปลกใจตอนทำไม่ถาม แต่ตอนยกเลิกอ้างต้องถามปชช. ลั่นถือไว้เสียแผ่นดินใครรับผิดชอบ

นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครทสช.และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศการหาเสียงว่า พรรครทสช. เราพยายามทำงาน เตรียมการเลือกตั้งทุกอย่าง และได้ส่งคนไปในพื้นที่ทุกภาค เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนกลับมาว่า แต่ละภาคสถานการณ์ตอนนี้เป็นอย่างไร ยืนยันว่า ทั้งในกทม.และพื้นที่ต่างจังหวัด เท่าที่ฟังดู ทุกภาคมีปัญหาเหมือนกันคือปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และเรื่องพลังงาน ซึ่งทั้ง 2 เรื่องตรงกับนโยบายพรรค และตรงกับสิ่งที่ตนทำมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จึงเชื่อว่าถ้าประชาชนให้ความไว้วางใจพรรคและผู้สมัครของพรรคได้เข้าไปบริหารประเทศ จะสามารถแก้ไขปัญหาทั้งสองเรื่องนี้ได้แน่นอน

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ทั้ง 2 เรื่องนี้มีมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งจะมีปัญหา โดยเฉพาะเรื่องปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ไม่เคยมีการแก้ปัญหาให้จบ เพราะไม่เคยมีใครแก้ปัญหานี้ด้วยความเด็ดขาด ส่วนเรื่องปัญหาพลังงาน ตอนที่ตนอยู่ในตำแหน่งรมว.พลังงาน ก็แก้ปัญหาด้วยความจริงจังและเด็ดขาด ซึ่งก็สามารถแก้ปัญหาได้ นี่คือความเป็นรวมไทยสร้างชาติ ดังนั้น หากประชาชนมอบความไว้วางใจ ตนมั่นใจว่าจะสามารถพลิกโฉมประเทศนี้ได้ด้วยความเด็ดขาดของเรา เพราะฉะนั้น เบอร์ 6 ไม่โกหก

เมื่อถามถึงนโยบายยาแรงปราบคนโกงถึงขั้นประหารชีวิต จะสามารถใช้ได้กับสังคมไทยขณะนี้หรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็เหมือนกับมนุษย์เรา ร่างกายเป็นมะเร็งและลามไปทั่ว หมอจะตัดทิ้งหรือไม่ ถ้าไม่ตัดทิ้งจะเป็นอย่างไร ก็ตาย เพราะฉะนั้น ยอมรับหรือไม่ว่าการคอร์รัปชันในบ้านเรามันหนักขึ้นทุกวัน เหมือนมะเร็งที่ลามหนักขึ้นทุกวันหรือไม่ แต่เราก็ใช้ยาเบาเหมือนเดิม แล้วเชื้อมันจะหมดหรือไม่ วันนี้ถึงเวลาต้องเอาจริง ต้องเด็ดขาดและเฉียบขาดกับสิ่งเหล่านี้ ซึ่งตนไม่ใช่เพิ่งคิด แต่คิดมาตั้งแต่สมัยเป็นรมว.ยุติธรรม

เมื่อถามว่า ขณะนี้การซื้อเสียงถือว่าแรงเหมือนกัน นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ต้องพูด เขารู้กันทั้งเมือง มีแต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เท่านั้นที่ไม่รู้

เมื่อถามว่า หลายพรรคมีการเปิดชื่อบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น พรรครทสช.จะเปิดบ้างหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พรรคของตนมีพร้อมทุกคน และที่กล้าประกาศเลยคือ พรรคเราไม่มีการทุจริตประพฤติมิชอบ จะเอาจริงกับการช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น ไม่มีใครกล้าประกาศเหมือนพรรคเรา

เมื่อถามว่า ในการปราศรัยหาเสียงครั้งนี้ มีข้อกังวลอะไรหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ไม่มี ตนก็หาเสียงตามปกติ เป็นอย่างนี้มา 30 ปีแล้ว ทุกครั้งตนไม่เคยโกหกประชาชน พูดอะไรตอนหาเสียงก็ทำแบบนั้น วันนี้ตนมาเป็นหัวหน้าพรรค ทุกอย่างที่คิดเป็นนโยบาย จะไม่ใช่แค่การหาเสียง แต่เป็นนโยบายที่ขอโอกาสประชาชนไปทำงาน

เมื่อถามว่า ตอนนี้ยังไม่ถึงวันเลือกตั้ง แต่มีการล็อกเป้านายกฯ หรือซื้อเสียงเพื่อโหวตนายกฯ ล่วงหน้าแล้ว นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ก็ทำกันมาอย่างนี้ตลอด แต่ที่ในใจคือ ตนและพรรครทสช.จะไม่ทำแบบนั้น ใครทำแบบนั้นก็อยู่กับตนไม่ได้

เมื่อถามว่า ถึงวันนี้ตั้งเป้าว่าจะได้ สส.กี่ที่นั่ง นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตั้งเป้าว่าจะได้ทุกที่ เพราะถ้าไม่ได้ทุกที่ สิ่งที่ตนพูดก็คงทำไม่ได้ จะแก้ปัญหาพลังงานได้หรือไม่ ถ้าประชาชนไม่เลือก สิ่งที่ตนพูดไปก็ไม่มีทางเกิด ตนจึงมาขอโอกาสไปทำงานให้ ตนไม่ได้เสียดายเลยที่พ้นจากตำแหน่ง แต่ที่เสียดายคือโอกาสที่จะทำให้สำเร็จ ซึ่งตนตั้งเป้าว่าปี 69 นี้จบหมด หากตนยังอยู่ในตำแหน่ง สิ่งที่ตนพูดทุกอย่างจะเกิดขึ้นจริงในปี 69 เมื่อถามว่า คาดว่าจะได้เสียงถึง 69 ที่นั่งด้วยหรือไม่ นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า มันก็น่าจะได้อย่างนั้น เพราะตนมีนโยบายหลัก 6 เรื่อง ตรงกับเบอร์ 6 ของพรรค

นายพีระพันธุ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายแก้ไขปัญหาความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา ในการสร้างรั้ว ว่า เวลานี้สิ่งที่ติดขัดอันดับแรกคือ MOU 43 ที่ทำให้เป็นปัญหาหลายเรื่อง ประเด็นคือเราได้อะไรกับ MOU43 ถ้าเราไม่ได้อะไรแล้วจะเก็บไว้ทำไม คนบอกว่าถ้าไม่มี MOU 43 เดี๋ยวเจรจาไม่ได้ ถ้าอย่างนี้เราคงต้องมี MOU กับทุกประเทศหรือไม่ ซึ่งไม่จริงเลย เพราะกระบวนการเจรจาพูดคุยระหว่างประเทศมีวิธีการทางการทูตอยู่แล้ว ไม่ต้องมี MOU ก็เจรจากันได้ ขณะเดียวกันเส้นเขตแดนไทย-กัมพูชา มีแนวทางที่กำหนดไว้ชัดเจนตามสนธิสัญญาไทย-ฝรั่งเศส ไว้เรียบร้อยแล้วไม่ต้องมาเจรจาอะไรแล้ว หากเจรจาใหม่ เปลี่ยนแปลงเส้นตรงนี้แผ่นดินไทยหายไป ใครรับผิดชอบ มีความผิดกฎหมายอาญาข้อหากบฏอีก ฉะนั้นไม่มีความจำเป็นใดทั้งสิ้น

“และหลักสากลวันนี้ใช้แผนที่ 1:50,000 ทหารไทยและทหารกัมพูชาก็ใช้ มีแต่รัฐบาลเขาเท่านั้นที่ใช้ 1:200,000 เพราะอันนั้นเป็นประโยชน์ แล้วทำไมเราไปยินยอมเอา 1:200,000 มาอยู่ใน MOU43 สมมุติว่าเราเลิก MOU43 ถามว่าจะเสียหายอะไร ถ้าเขาบอกว่าจำเป็นต้องมี MOU ก็เซ็นใหม่ทำใหม่ได้ อะไรที่เราเสียหายเสียเปรียบก็เอาออกไปให้หมด” นายพีระพันธุ์ กล่าว

นายพีระพันธุ์ กล่าวอีกว่า ส่วน MOU44 เป็นเรื่องในทะเล ปัญหาเกิดขึ้นได้อย่างไร ในทะเลเส้นเขตแดนจะเริ่มจากหลัก 73 ประเทศไทยลากเส้นเขตแดนในทะเลตามหลักสากล กัมพูชาลากเส้นเขตแดนตามหลักอำเภอใจ เราต้องยอมตามหลักอำเภอใจมาตั้งแต่ปี 2516 ปีนี้ 2568 รวม 52 ปี ทำไมเราต้องทนอยู่กับความเกเร เพราะไม่เคยเด็ดขาดเอาจริง เขาเกเรมา 52 ปี ทำอย่างไรจะเอาพลังงานตรงนั้นมาใช้ เลยทำข้อตกลงเพื่อเจรจา มันจะเจรจาได้อย่างไรเพราะมันของเรา

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า พลังงานในทะเลเป็นของแท้เพราะเส้นนั้นเป็นเส้นสากล ซึ่งทุกประเทศยอมรับหลักกฎหมายสากลนี้ แล้วทำไมเราต้องไปแบกตาม MOU44 ฉะนั้น MOU44 เราไม่ได้ มีแต่เสียจะเก็บไว้ทำไม ที่สำคัญหลัก 73 หลักสุดท้ายเขาพยายามจะเปลี่ยน แต่เปลี่ยนไม่ได้จึงถมทะเล เป็นปัญหาอยู่ทุกวันนี้ ถมทะเลอ้างว่าเป็นเขื่อนกันดิน แต่การถมทะเลมีกฎหมายระหว่างประเทศ แผ่นดินอะไรที่ยื่นยาวในทะเลจะถือเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดิน ถ้าวันไหนเขาหยิบยกขึ้นมาแปลว่าหลัก 73 โยกไปตรงนั้น เส้นเขตแดนในทะเลเปลี่ยนทันที เรายอมมาได้อย่างไรตั้งแต่ปี 2540 เขาถมตั้งแต่ 1-2 เมตร วันนี้ 300-400 เมตร แล้วเราก็ไม่เคยทำอะไรได้แต่ประท้วง ประเทศไทยแก้ปัญหาอธิปไตยด้วยการประท้วง

หัวหน้าพรรครทสช.กล่าวว่า ขณะที่เขาวางแผนฮุบ เราประท้วงไม่เกิดอะไรก็ประท้วงต่อ นี่คือความไม่เด็ดขาดไม่เอาจริงต่อเรื่องนี้ แผ่นดินไทยเสียไปใครรับผิดชอบ ตรงนั้นสำคัญยิ่งกว่าเขตแดนบนบก เขตแดนในทะเลหมายถึงทรัพยากรรายได้ความมั่งคั่งของประเทศไทยด้วย เรายอมได้อย่างไร

เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมีการทำได้อย่างรวดเร็วแต่ MOU43 เป็นเรื่องดินแดนประเทศแต่ดำเนินการช้า นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ตนก็แปลกใจตอนทำไม่เห็นต้องถาม พอตอนเลิกทำไมต้องถาม จะถามทำไมเพราะเป็นเรื่องของรัฐบาลอยู่แล้ว หากถามว่าถ้าเลิกแล้วจำเป็นต้องทำก็สามารถทำใหม่ได้ อะไรที่เป็นปัญหาก็เอาออกไป ถ้าจริงใจก็เลิกได้ ถ้าไม่จริงใจเป็นอย่างไร พอเซ็นสัญญาสันติภาพก็ยิงอีก หยุดยิง 72 ชั่วโมงก็ยิงอีกแล้ว