닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บcopy

อดีต รมว.คลัง ไขคำตอบเรื่องเงินบาทที่ว่างเปล่า มอง ปัญหาค่าเงินบาทแข็งยังจะหนักหน่วงไปอีกจนถึงในปีหน้า

 

เมื่อวันที่ 25 ก.ย. 2567 นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการด้านวิชาการ พรรคพลังประชารัฐ ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊ก เรื่องค่าเงินบาท ระบุว่า คำตอบเรื่องเงินบาทที่ว่างเปล่า นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ตอบคำถามเรื่องปัญหาบาทแข็งอย่างเลื่อนลอย ตอบครั้งแรกบอกว่า เงินบาทแข็งมีข้อดีช่วยส่งออก ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

 

หลังจากนั้น ผู้มีความรู้คงอธิบายว่าท่านตอบพลาด ครั้งที่สองจึงออกมาตอบว่า ตอบเรื่องเงินบาทเมื่อกี้สับสน ตอนนี้ท่านกลับเป็นเข้าใจแล้วว่า เงินบาทแข็งไม่ดีต่อส่งออก แต่ดีต่อการนำเข้า และเป็นโอกาสคืนหนี้ต่างประเทศ หลังจากนั้นก็วนเวียน ตอบว่ากระทรวงการคลังต้องคุยกับแบงค์ชาติ วนแล้ววนอีก การแสดงบทผู้นำประเทศแบบนี้ ทำให้ประชาชนเป็นห่วงว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เข้าใจปัญหาอย่างแท้จริง

 

นโยบายเกี่ยวกับอัตราแลกเปลี่ยนมักจะแตกต่างกัน ประเทศที่พัฒนาแล้ว มักจะปล่อยให้ภาคเอกชน ดูแลบริหารตนเอง ปล่อยให้ค่าเงินผันผวนตามตลาด แต่ประเทศกำลังพัฒนา มักจะต้องเข้าไปดูแลแทรกแซง ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ สินค้าที่ผลิตในประเทศที่พัฒนาแล้ว ส่วนใหญ่จะมีมูลค่าเพิ่ม (value add) สูง ซึ่งค่าเงินอาจลดสัดส่วนกำไร แต่ก็ยังพอมีกำไรเหลือได้ พูดง่ายๆ เมื่อเอกชนมี value add ที่สูง ค่าเงินแข็งก็ทำให้ เปลี่ยนจากกำไรสูง กลายเป็นกำไรต่ำ

 

นอกจากนี้ ตลาดเงินมีความคล่องตัวและขนาดใหญ่ และปริมาณป้องกันความเสี่ยงทั้งขาเงินแข็งกับขาเงินอ่อน มักจะสูงทั้งสองด้าน

 

ดังนั้น การซื้อสัญญาป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน จึงมีค่าใช้จ่ายต่ำ

 

ส่วนประเทศกำลังพัฒนา โดยเฉพาะประเทศที่ส่งออกสินค้าเกษตรมาก ค่าเงินที่แข็งฉับพลัน จะเปลี่ยนจากกำไรกลายเป็นขาดทุนได้ง่าย ราคาสินค้าเกษตรกำหนดโดยตลาดโลกเป็นดอลลาร์ เมื่อเงินบาทแข็ง จากเดิมขายสินค้า 1 ดอลลาร์ แลกได้เงิน 37 บาท มาวันนี้ ถ้าแลกได้เงินเพียง 33 บาท ย่อมจะขาดทุน ตลาดป้องกันความเสี่ยงก็อาจจะ one way ทำให้ค่าใช้จ่ายสูงกว่าในประเทศที่พัฒนาแล้ว ในความเห็นของผม ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง ยังจะหนักหน่วงไปอีก จนถึงในปีหน้า เพราะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าภาวะถดถอย ผมคาดว่า เฟดจะลดดอกเบี้ยอีกต่อเนื่องไปหลายเดือน ซึ่งจะทำให้ดอลล่าร์อ่อนลงไปอีกมาก เงินบาทจึงจะแข็งขึ้นไปอีก คำตอบเรื่องเงินบาทเมื่อวาน จึงว่างเปล่า

 

ไม่ใช่เฉพาะจากนายกรัฐมนตรี แต่เห็นได้ชัดว่า รัฐมนตรีคลังก็หายหัวไป ไม่ได้ออกมาให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่า มีแนวคิดจะเดินไปทางใดในอนาคต ท่านนายกรัฐมนตรีตอบว่า กระทรวงการคลังต้องคุยกับแบงค์ชาติ แบบวนเวียน โดยรัฐมนตรีคลังก็ไม่ได้แย้มถึงแนวคิดทางออก วิธีการช่วยให้ภาคเอกชน sme ปรับตัว ประชาชนไม่รู้ว่า คำตอบเรื่องเงินบาทจะว่างเปล่าไปอีกนานแค่ไหน