มือถือ “แตงโม นิดา” ถึงไทยแล้ว ส่งมอบ DSI ตรวจเช้านี้
โพสต์เมื่อ : 7 ก.พ 2568 เวลา 9:12 น.
มือถือ “แตงโม นิดา” ถึงไทยแล้ว ส่งมอบ DSI ตรวจเช้านี้ "หมอธวัชชัย" ยันหลักฐานแน่น ชี้ชัดว่าหลัง 2 ทุ่มกว่า “แตงโม” ไม่ได้อยู่บนเรือ
วันที่ 7 ก.พ. 2568 พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เดินทางมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากไปรับโทรศัพท์มือถือของ น.ส.ภัทรธิดา พัชรวีระพงษ์ หรือแตงโม ที่นายซาคาเนียน ราชา ไฮเดอร์ หรือบังแจ็ค ที่เก็บไว้ที่สหรัฐอเมริกา โดยมีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอไปรอรับโทรศัพท์มือถือดังกล่าวถึงประตูเครื่องบิน และมีนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยแพทย์แผนตะวันออก มหาวิทยาลัยรังสิต และนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ไปสังเกตการณ์ด้วย
หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้นำเครื่องโทรศัพท์ส่งเจ้าหน้าที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ตรวจเก็บหลักฐานจากภายนอกของตัวเครื่อง เคส ซองพลาสติก และซิมก่อนเก็บเข้าถุงพลาสติกและปิดผนึกไว้
ต่อมา พ.อ.นพ.ธวัชชัยได้แถลงต่อสื่อมวลชน ว่าตนใช้เวลาทั้งสิ้น 75 ชั่วโมงในการเดินทางไป-กลับสหรัฐอเมริกาเพื่อรับโทรศัพท์ของแตงโมที่แม่ของแตงโมมอบให้บังแจ็คเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อ 3 ปีก่อน โดยการเดินทางไปครั้งนี้ถือว่าตนได้ทำหน้าที่พลเมือง โดยดีเอสไอไม่ต้องเสียงบประมาณเลย ซึ่งถ้าไม่เจออะไรก็ถือว่าเสมอตัว แต่ถ้าเจอเท่าไหร่ก็ถือว่าเป็นกำไร
ทั้งนี้ หลักฐานที่ได้จากโทรศัพท์ของแตงโมจะเป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานทั้งหมด เป็นส่วนหนึ่งของ digital forensic เท่านั้น โดยมีข้อมูลอื่นๆ เช่น จีพีเอสเรือที่จะเอามาเทียบกับรูปภาพ ซึ่งหลักฐานที่มีจะสามารถนำเข้าสำนวนการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่ได้แน่นอน รวมทั้งการทำลายหลักฐานของจำเลย แต่สำนวนฆาตกรรมคงไม่มี เพราะคงไม่มีฆาตกรคนไหนอัดคลิปตอนทำฆาตกรรม
พ.อ.นพ.ธวัชชัยกล่าวอีกว่า ถ้าจะไปหาคลิปกรีดขา คลิปตีกัน เราคงไม่หา แต่เรามีหลักฐานอย่างอื่นเช่น หลัง 20.26 น.ไปแล้วไม่มีรูปแตงโมในโทรศัพท์เลย โทรศัพท์คนอื่นบนเรือก็ไม่มี ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัย ทั้งนี้ในมือถือของแตงโมไม่มีรูปตั้งแต่หลังเกิดเหตุแล้วตามที่เพื่อนคุณแม่บอกว่าไม่เห็น แต่ทำไมพอส่งไปกู้มีรูปมาเยอะแยะ แค่นี้ก็จบแล้ว
ด้านนายอัจฉิยะกล่าวว่า ข้อมูลจากมือถือของแตงโมเป็นเพียงส่วนประกอบ 5-10% เท่านั้น แต่มีหลักฐานอื่นๆ มากกว่านี้ที่จะเอาผิด ถึงไม่มีมือถือของแตงโมก็สามารถเอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐ เอาผิดคนบนเรือได้อยู่แล้ว โดยหลักฐานที่ดีเอสไอมีจำนวนมาก มีคนเกี่ยวข้องเป็น 100 คน ถึงเวลาต้องกวาดให้เกลี้ยง เพราะนี่เป็นคดีอัปยศของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ภาพจากมือถือของแตงโมจะเป็นการยืนยันว่าช่วง 3-4 ทุ่มของวันเกิดเหตุ แตงโมไม่ได้อยู่บนเรือแล้ว แต่ตำรวจไปแถลงว่าแตงโมตกเรือเวลา 4 ทุ่ม 34.10 นาที แสดงว่าที่อ้างว่าแตงโมตกเรือ โดนใบพัดเรือ ไม่ใช่เรื่องจริง
นายปานเทพ กล่าวว่า สิ่งที่เห็นในวันนี้เป็นการตอกย้ำว่าดีเอสไอทำงานอย่างโปร่งใส มีการเปิดพื้นที่ให้สื่อถ่ายภาพการเก็บหลักฐานจากโทรศัพท์มือถืออย่างละเอียด ทั้งจากซองพลาสติก เคส บนตัวโทรศัพท์ และซิม เพื่อให้เห็นว่าจะไม่มีการดัดแปลงเพิ่มเติมหลักฐานใดๆ
ความสงสัยของเราก็คืออยากให้ดีเอสไอตรวจสอบว่าเจ้าหน้าที่ที่ทำคดีแตงโมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ข้อมูลจากมือถือจะเป็นองค์ประกอบหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำตามขั้นตอนหรือไม่ ซึ่งเราพบว่ามีคนเกี่ยวข้องเป็น 100 คน มีนักการเมืองด้วย ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร อาจจะตรงหรือไม่ตรงกับที่เราสงสัยก็ได้ แต่เราจะมีคำอธิบายที่ชัดเจน ซึ่งที่ผ่านมาเรายังสงสัยเพราะกระบวนการไม่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม คำตอบเป็นอย่างไร เราก็ยังเชื่อมั่นในดีเอสไอชุดนี้
z-z1603487247937.jpg)