닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2พะัพะัะั

“อ.อ๊อด” แฉ! พฤติการณ์กลุ่มจีน ชักชวนเรียนคอร์สอบรมตำรวจ เผย โครงการไม่มีจริง



วันที่ 6 ม.ค. 2568  ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ เลขาธิการศูนย์ประสานงานบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษา เปิดเผยถึงกรณีของ “คอร์สอบรมอาตำรวจจีน” ที่มีการกล่าวอ้างว่า ถ้าชาวจีนจ่ายเงิน 38,000 บาท ได้บัตร เสื้อกั๊ก หมวก ที่มี “ตราองค์กรหน่วยงานตำรวจ” โดยเปิดเผยว่า พฤติการณ์ของกลุ่มจีนส่วนใหญ่จะมาทำธุรกิจในประเทศไทย จะมีด้วนกัน 2 ส่วน คือ คนที่มีศึกษาในประเทศไทย และคนที่มาทำธุรกิจ ซึ่งถ้ามาศึกษาปกติก็จะไม่มีปัญหา แต่ถ้ามาทำธุรกิจ ส่วนใหญ่จะเป็นการเชื้อเชิญ ชักชวนให้เข้าร่วมโครงการต่าง ๆ เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งหรือค่าหัวคิว
.
ซึ่งการอบรมคอร์สการอบรมนี้เป็นหลักสูตร NON-DEGREE ที่ทุกมหาวิทยาลัยสามารถทำได้ แต่ต้องมีขั้นตอนการอนุมัติโดยอธิการบดีของมหาวิทยาลัย
แต่ในกรณีของการจัดหลักสูตรของตำรวจอาสา เป็นหลักสูตร NON-DEGREE ที่ไม่มีใบปริญญา ก็จะมีขั้นตอนที่จบภายในมหาวิทยาลัย ซึ่งคนทำหลักสูตรเป็นใครก็ได้ แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องขออนุมัติโครงการกับอธิการบดี เพราะฉะนั้นอธิการบดีของมหาวิทยาลัยสยามจะรู้เรื่องดีที่สุด ว่า โครงการดังกล่าวเคยขออนุมัติให้ทำหรือไม่ และต้องดูในรายละเอียดของโครงการว่าเป็นการให้อบรมฟรีหรือไม่ เพราะจากการประกาศระบุว่าให้อบรมฟรี โดยในวันนี้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. จะเรียกมหาวิทยาลัยสยามเข้าชี้แจง พร้อมทั้งตรวจดูรายละเอียดหลักฐานทั้งหมด
.
รศ.วีรชัย กล่าวต่อว่า กระทรวงอว. จะดำเนินการรับทราบข้อมูลและประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และหากพบว่า มหาวิทยาลัยเป็นฝ่ายเสียหายก็จะเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษ เพื่อดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่กระทำในเรื่องดังกล่าว
.
 “ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว จะมีโครงการจริงไหม แต่ถ้าให้เดาโครงการนี้ไม่มีหรอก หาเงินนั่นแหละ“ รศ.วีรชัย กล่าว
.
นอกจากนี้ หากโครงการดังกล่าวได้รับความร่วมมือกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดังนั้นก็ต้องมีหนังสือยินยอมที่ถูกต้องตามกระบวนการ ในการอนุญาตให้ใช้โลโก้ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่หากการกระทำทั้งหมด สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ทราบถือว่าเป็นการกระทำผิดกฏหมาย ในการแอบอ้างชื่อมหาวิทยาลัย และ แอบอ้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากจำนวนเงิน 38,000 บาท จากผู้ที่มาอบรม
.
อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ออกมาชี้แจงถึงความชัดเจนแล้ว ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการแอบอ้าง เพราะหลายฝ่ายไม่ได้รับรู้แต่เชื่อว่าเป็นการติดต่อส่วนตัว และมีหลายหลายเรื่องที่น่าสงสัยทั้งสนามยิงปืน ก็อาจแอบอ้างและเช่าพื้นที่ในการทำกิจกรรม