มธ.เปิดเวทีเสวนา ทำรธน.ใหม่-แนวทางแก้ไขรายมาตรา
มธ.เปิดเวทีเสวนา ทำรธน.ใหม่-แนวทางแก้ไขรายมาตรา "ปริญญา" ชี้ประกาศใช้ 7 กว่าปีก็ยังแก้ รธน.เป็น ปชต.ไม่ได้ "พริษฐ์" แจง พยายามแก้ไขรธน.รายมาตรา หวัง ปธ.สภาจะบรรจุร่างฉบับนี้
วันที่ 16 ธ.ค. 2567 ที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ท่าพระจันทน์ เสวนาภายใต้เรื่องทำรัฐธรรมนูญอย่างไรให้เป็นประชาธิปไตย การทำประชามติ เพื่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่กับแนวทางแก้ไขรายมาตรา โดยมี นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ประธานกรรมาธิการ พัฒนาการเมืองสภาผู้แทนราษฎร, นางอังคณา นีรไพจิตร ประธานกรรมาธิการพัฒนการเมืองวุฒิสภา และผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตกุล ผอ.ศูนย์นิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวว่า ทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่ออำนาจของรัฐประหารหมดไปแล้ว ทุกครั้งก็จะมีการแก้รัฐธรรมนูญให้กับมาเป็นประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง เช่นในปี 2534 มีแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราก่อนเริ่มใหม่ทั้งฉบับประเทศกลับสู่ประชาธิปไตย 6 ครั้ง 4 มาตรา และการแก้ฉบับที่ 4 คือให้ นายกฯต้องเป็น สส. ตอนนั้น เพื่อตัดอำนาจ สว. แม้ไม่มีอำนาจในการเลือกนายกแต่มีอำนาจในการลงมติไม่ไว้วางใจนายกและรัฐมนตรี
แต่คราวนี้ประกาศใช้ไปตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 2560 ประกาศใช้ 7 ปีกว่าแล้ว และมีการเลือกตั้ง สส.ถึงสองครั้ง เรายังแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยไม่ได้เลย ที่แก้ไปครั้งหนึ่งที่สำเร็จ ก็เป็นเรื่องของระบบเลือกตั้ง สส. เรื่องอื่นยังแก้ไขไม่ได้ เพราะมีการล็อคสองชั้นเอาไว้
ส่วนเรื่องที่ห้ามแก้ไข คือ มาตรา 255 ที่แก้ไม่ได้ คือการเปลี่ยนแปลงระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ แต่ในเรื่องอื่นรัฐธรรมนูญไม่ได้ห้าม การให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ต้องทำประชามติก่อนทูลเกล้า ก่อนเสนอร่าง หากแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญต้องให้ สภาแก้ไขผ่านเรียบร้อยทั้ง 3 วาระ-ต้องทำประชามติ-นำขึ้นทูลเกล้า
ผศ.ดร.ปริญญา กล่าวอีกว่า ที่เข้าใจว่าต้องทำประชามติ 3 ครั้ง จริงๆแล้ว ชัดเจนว่า หากรัฐสภาต้องการจัดทำใหม่ทั้งฉบับ ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนว่าควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หากประชาชนเห็นด้วยก็จะสามารถทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาได้ และให้ประชาชนพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญอีกครั้งหนึ่ง ที่ รัฐสภามีอำนาจเเละหน้าที่จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาได้ โดยต้องให้ประชาชนได้ลงประชามติก่อน ว่าประสงค์จะให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และเมื่อจัดทำร่างฉบับใหม่เสร็จแล้ว ต้องให้ประชาชนลงมติเห็นชอบอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทางศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมากยืนยันเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ทำประชามติ 2 ครั้งก็เพียงพอ
ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า อยากให้เห็นถึงทางออกหรือว่าความเป็นไปได้ในการผลักดันเรื่องของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งพรรคประชาชน ยืนยันว่าต้องเดินสองเส้นทางคู่ขนาน คือ แก้ไขให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนที่ ฉบับ 60 ที่เรามองว่าขาดความชอบธรรมทางประชาธิปไตย ในเรื่องของที่มากระบวนการและเนื้อหา ส่วนเส้นทางที่สองคือพยายามที่จะแก้ไขรายมาตรา ในบางประเด็นที่แก้ไขไปได้ก่อน ซึ่งเป้าหมายสำคัญในการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องใช้เวลา จึงมองว่าการทำทั้งฉบับต้องใช้เวลา จึงพยายามแก้ไขในรายมาตราไปก่อน น่าจะเป็นประโยชน์ ต่อประเทศและประชาชน
ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่พรรคประชาชนยื่นเข้าสู่สภา จะเห็นว่า ร่างที่เสนอเข้าไปการแก้เพื่อจัดทำฉบับใหม่ เพื่อเพิ่มหมวด 15/1 ให้ สสร.จัดทำฉบับใหม่ ในตอนต้น ปี2567 พอยื่นไปแล้วประธานสภาตัดสินใจไม่บรรจุร่างดังกล่าว เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมรัฐสภา จึงพยายามจะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อีกรอบหนึ่ง 12 ธ.ค. 67 และหวังว่าครั้งนี้ ประธานสภาจะนำไปใช้การพิจารณาและประธานสภาจะบรรจุร่างฉบับนี้
ในส่วนของร่างอื่นๆที่พรรคได้ยื่นไป 10 กว่าฉบับ เป็นการแก้ไขรายมาตรา และมีบางฉบับที่ยื่นเป็นร่างและร่างที่ยังไม่ได้ยื่น แต่ยังมีการแก้ไขรายมาตราบางฉบับไม่ได้ยื่น เพราะคิดว่าถ้าการจัดทำฉบับใหม่เป็นไปได้เร็ว ประเด็นดังกล่าวอาจจะไปรวมอยู่ในฉบับใหม่จะเหมาะสมกว่าเพราะหากแก้ไขแล้วต้องแก้ไขรายมาตรา ที่ผ่านมายื่นที่แก้ไขไม่กี่มาตรา เพื่อให้อย่างน้อยเป็นการแก้ไขปัญหาบางอย่างระหว่างทำฉบับใหม่ แต่มีการแก้ไขรายมาตราประเด็นใหญ่ๆที่ยังไม่ได้ยื่น คือ สว.และศาลรัฐธรรมนูญองค์กรอิสระ
หวังว่าถ้าในรอบนี้คณะกรรมการที่ต้องวินิจฉัยภายในสิ้นปีนี้ เพราะตามข้อบังคับต้องวินิฉัยภายใน 15 วัน ครั้งนี้ทางคณะกรรมการดูความเห็นรายบุคคลอย่างละเอียดของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 9 คนมาประกอบการตัดสินใจ หวังว่าโอกาสที่ประธานสภาจะตัดสินใจว่าบรรจุได้และเดินหน้าตามประชามติสองครั้งก็อาจจะมีมากขึ้นกว่าครั้งก่อน
ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ระบุว่า ถ้าทำประชามติเยอะเกินจำเป็นจะทำให้รบกวนประชาชนและใช้จ่ายงบประมาณเกินความจำเป็นหรือไม่นั้น แต่ถ้าพูดถึงการเมือง จะเห็นว่าความพยายามลดประชามติ 3 ครั้งให้เหลือ 2 ครั้ง มีความสำคัญมากเพราะจะทำให้รัฐบาลรักษาสัญญาที่ให้ไว้ต่อประชาชนได้ เพราะรัฐบาลเคยสัญญาว่าจะมีการจะทำฉบับใหม่เสร็จก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป หากลดประชามติ 3ครั้ง เหลือ 2 ครั้งได้ จะทำให้มีความเป็นไปได้ว่าจะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่บังคับใช้ทันในปี 25670 ก่อนการเลือกตั้งครั้งถัดไป
“ซึ่งไม่รู้จะสำเร็จหรือไม่แต่อย่างน้อยอยากให้ลองกันอีกสักครั้ง ด้วยข้อมูลใหม่ที่ทางประธานสภาไม่เคยใช้ในการวิเคราะห์มาก่อน ซึ่งจะรู้ผลภายในสิ้นเดือนนี้” พริษฐ์กล่าว
z-z1603487247937.jpg)