닫기

ปกสกู๊ปแนวนอน999

ภูมิใจไทยเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด


เพื่อไทย-ประชาชน จับมือยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ รายมาตรา ชูปมจริยธรรม ลดทอนอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ เปลี่ยนแปลงข้อความจากเดิม "สุจริตเป็นที่ประจักษ์" แก้เป็น "ต้องไม่มีการกระทำที่ประจักษ์ว่าไม่มีความซื่อสัตย์สุจริต" 

แถมยังกำหนดเงื่อนเวลาการกระทำนับตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี 60 มีผลบังคับใช้เป็นต้นมาเท่านั้น พูดง่ายๆ ให้ชาวบ้านฟังเข้าใจ คือ ผู้ที่เคยต้องโทษคดี หรือ มีคดีติดตัวก่อน รัฐธรรมนูญ 60 มีผลบังคับใช้นั่นเอง จึงสามารถหลุดพ้นบ่วงจริยธรรมนี้ได้ทั้งหมด 

เรียกได้ว่า กลับเข้านั่งเก้าอี้รัฐมนตรีได้ถ้วนหน้า เสมือนเป็นการนิรโทษกรรมยกแข่งกันเลยทีเดียว

แต่ดูเหมือน ถูกเสียงวิจารณ์หนาหู พรรคร่วมรัฐบาลรู้ตัวเร็ว เดินเกมแถลงจุดยืนไม่เอาด้วย กลายเป็น “รัฐบาลเพื่อไทย” ถูกเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เข้าอย่างจัง 

อ้าวเห้ย ไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่หน่า??

ทำเอารัฐบาลเพื่อไทย ยอมยกธงขาว ถอยกรูดไม่เป็นท่า เสียฟอร์ม เสียหน้า เสียคะแนน แถมส่อเสี่ยงนิติสงคราม ปฏิวัติรัฐประหารอีก 

รีบแก้ตัวน้ำขุ่นๆ บอกเวลานี้ช่วยน้ำท่วม ช่วยประชาชนก่อน แถมทิ้งบอม บอกแนวคิดนี้ไม่ใช่ของเพื่อไทยตั้งแต่แรก กลับเป็นแนวคิดของหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล

เกมนี้ แสงส่องไปที่หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ตกเป็นเป้าว่า “กลับลำ” ชิงออกตัวว่า ไม่รู้ ไม่เห็น ไม่ได้เป็นคนต้นคิด!!

กอปรกับ “พ.ร.บ.ประชามติ” ที่วุ่นๆกันว่าจะผ่านไม่ผ่าน เพื่อเร่งเดินหน้าลงคะแนนเลือกวันเดียวกับเลือกตั้งท้องถิ่น 2 ก.พ.2568 นั้น ส่อแววไม่ทันเสียแล้ว 

เมื่อ สว.สายสีน้ำเงิน เห็นว่า ต้องแก้การคิดเสียงใหม่ จากชั้นเดียว ต้องเป็น 2 ชั้น คือ "ต้องมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียง เกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ" และ "เสียงเห็นชอบนั้น ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ" 

งานนี้อ่านเกมแล้ว บ้านใหญ่บุรีรัมย์ "เนวิน ชิดชอบ" รู้ตัวเร็ว พลิกวิกฤต เป็นโอกาส สร้างความไว้ใจ ดึงคะแนนจากฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาเต็มๆ แถมสมประโยชน์ ไม่ต้องละคะแนนออกเสียงประชามติตรงกับวันเลือกตั้งท้องถิ่น 

ใครๆ ก็รู้ว่า “ฝ่ายอนุรักษ์นิยม” จำใจยอม “นายใหญ่” ขึ้นมาต่อกร “สีส้ม” แต่เมื่อเพื่อไทยจูบปากประชาชน ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรานี้นั้น ยิ่งทำลายความไว้ใจมากยิ่งขึ้น 

แถมล่าสุด “ปูดพรรคอนุรักษ์นิยมใหม่” อดีตบิ๊กทหาร อดีตบิ๊กตำรวจ และอดีตปลัดมท. หวังหยังเชิง โยนหินถามทาง หากกระแสเอาด้วยคงตัดหางปล่อยวัด “นายใหญ่” ทันที 

และไม่ว่าไปถามใครๆ เขาก็รู้กันทั่ว “นายใหญ่” กับ “นายธร” ผู้นำจิตวิญญาญประชาธิปไตยคนรุ่นใหม่นั้น หน้าฉากเหมือนจุดยืนคนละทาง แต่หลังฉาก “เกี๊ยะเซียะ” กัน

เห็นได้จากจุดยืน “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” ย้ำว่า แก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ยุ่งยาก แก้รายมาตรา รายประเด็นดีกว่า แถมสุดโต่งแนวคิด ต้องลดขอบเขตอำนาจองค์กรอิสระ ศาลรัฐธรรมนูญ และ ป.ป.ช.ด้วย

ฝั่งอนุรักษ์ยิ่งฟัง ยิ่งหวาดระแวงมากขึ้น ทำให้ “นายใหญ่” ต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ยอมถอย หวังรักษาเสถียรภาพ "รัฐบาลแพทองธาร" ลูกสาวสุดที่รักให้ตลอดรอดฝั่ง

แต่ทว่า งานนี้คนเพื่อไทย “ยอมหักไม่ยอมงอ” แอบกระซิบ ยังมีร่างอีกฉบับในมือ เพียงแค่รอจังหวะที่เหมาะสม เดินเครื่องแก้รัฐธรรมนูญเต็มสูบ พร้อมยืนยันว่า ไม่นิรโทษสุดซอยเหมาเข่งเพื่อใครแน่นอน

#ชะนีน้อย