พระป่วยจิตเวช เกิดอาการคลั่ง รัวหมัดใส่ผู้ช่วยพยาบาล
พระป่วยจิตเวช เกิดอาการคลั่ง ประเคนหมัดใส่ผู้ช่วยพยาบาล โดยมีญาติพามาหาหมอ พยาบาลเข้าไปถามอาการ พระยืนนับนิ้วแล้วต่อย ด้าน รพ.สั่งเอาผิดผู้ก่อเหตุ-สั่งทบทวนแนวทางการรักษาความปลอดภัย
พ.ต.ท.สมนึก คิดถูก รอง ผกก.ป.สภ.เมือง ลพบุรี ได้รับแจ้งจาก รปภ.รพ.พระนารายณ์มหาราช ว่ามีพระภิกษุคลุ้มคลั่งทำร้ายเจ้าหน้าที่พยาบาลที่ชั้น 2 ขอกำลังเจ้าหน้าที่สนับสนุนจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบพระภิกษุธนิศธร อายุ 49 ปี ซึ่งเจ้าหน้าที่พยาบาลได้นำตัวเข้าห้องฉุกเฉินเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น โดยอยู่ในอาการสงบแล้ว แต่เพื่อความปลอดภัยจึงได้ตรึงกำลังไว้ท่ามกลางสายตาคนไข้ ญาติคนไข้ที่เข้ามาใช้บริการอย่างคับคั่ง
พ่อของพระธนิศธร ซึ่งกังวลกับอาการของลูก กล่าวว่า ลูกป่วยด้วยโรคลมชักตั้งแต่เด็ก เข้ารับการรักษาอาการอย่างต่อเนื่องแต่อาการก็ทรงตัว จนมาเกิดอาการเซื่องซึมจนต้องเข้ารักษาอาการจากจิตแพทย์อีกโรค ซึ่งเมื่อช่วงเช้ามารักษา คงเกิดอาการลมชักผสมกับจิตเวช จนอาละวาดทำร้ายพยาบาล ซึ่งคงต้องปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเรื่องการดำเนินคดี และอยากจะขอโทษเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้าย และได้ปรึกษากับสำนักพุทธฯ และเจ้าอาวาสวัดเพื่อสละสมเพศไปก่อนเพื่อเข้ารักษาอาการให้ดีขึ้น หรือหายขาด เกรงเกิดอันตรายกับบุคคลอื่นอีก
ล่าสุด แฟนเพจ โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ได้เปิดเผยแถลงการณ์ เรื่องเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ถูกทำร้ายร่างกายขณะปฏิบัติหน้าที่ โดยระบุว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 09.25 น. บริเวณ ชั้น 2 คลินิกอายุรกรรม อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ได้เกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ คือ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราชได้ถูกผู้ป่วย (พระภิกษุ) ทำร้ายร่างกายจากทางด้านหลัง ขณะปฏิบัติหน้าที่ นั้น
โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และขอชี้แจงรายละเอียดของเหตุการณ์ดังนี้ ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ป่วยรายนี้ (พระภิกษุ) มาเข้ารับการตรวจติดตามนัดหมายด้วยโรคลมชัก คลินิกอายุรกรรมสมองและระบบประสาท ขณะรอตรวจ พยาบาลจุดซักประวัติสังเกตเห็นว่าผู้ป่วย (พระภิกษุ) มีอาการสับสน ปลดจีวรและเดินไปมาหลายรอบ
โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายกำลังให้บริการผู้ป่วยรายอื่นอยู่ ผู้ป่วยได้เดินเข้ามาทำร้ายร่างกายทางด้านหลังโดยใช้มือทุบบริเวณด้านหลังและลำคอ 2 ครั้ง ญาติและผู้ป่วยรายอื่นที่มารอตรวจได้เห็นเหตุการณ์ จึงเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่ถูกทำร้ายและช่วยกันควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไว้
จากนั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลมาช่วยระงับเหตุโดยทันทีและนำผู้ก่อเหตุส่งห้องอุบัติเหตุและฉุกเฉิน พบว่าผู้ก่อเหตุพูดจาสับสน นอนดิ้นไปมาโดยมีสัญญาณชีพปกติ แพทย์ได้ให้ยาระงับประสาทเพื่อให้ผู้ป่วยสงบและปรึกษาแพทย์เฉพาะทางโรคประจำตัวควบคู่กับจิตแพทย์เพื่อรักษาอาการต่อไป
ในการนี้โรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช ได้มอบหมายทีมกฎหมายเพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานให้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรีและดำเนินการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในการดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุที่ใช้ความรุนแรงขณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ในสถานที่ราชการ โดยเป็นการดำเนินการตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของหน่วยบริการสาธารณสุข ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้สร้างความเสียขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลเป็นอย่างมาก
โรงพยาบาลจึงได้สั่งการให้มีการทบทวนแนวทางการรักษาความปลอดภัยของบุคลากรในหน่วยงานเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ใช้ความรุนแรงเช่นนี้อีก พร้อมทั้งช่วยเหลือเยียวยาเจ้าหน้าที่และผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม.
z-z1603487247937.jpg)