พปชร. ชูสโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” ลั่นกรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม
พปชร. ชูสโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” ลั่นกรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม ฟาก “อภิสิทธิ์” ปชป. ชี้ 2 เดือนกระแส ปชป.ตอบรับดี ย้ำไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชนได้ ด้าน “ยศนันท์” มั่นใจชูนโยบายลดรายจ่าย–ปลดหนี้ ลดค่าไฟ 3.70 บาท
วันที่ 27 ธ.ค. 2568 พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) นำโดยร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช กรรมการบริหารพรรคก นำ 28 ว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. อาทิ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.เขต 4 ลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมประกาศจุดยืน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” เป็นนโยบายหลัก แก้ปัญหาคุณภาพชีวิตคนกรุงตั้งแต่เรื่องเล็กใกล้ตัวไปจนถึงปัญหาใหญ่ของเมือง
ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ กล่าวว่า ผู้สมัครทั้ง 28 คนล้วนเป็น “ตัวจริง” ที่พร้อมทำหน้าที่เป็นที่พึ่งของประชาชนในพื้นที่ และทำให้ “กรุงเทพฯ ต้องดีกว่าเดิม” อย่างเป็นรูปธรรม โดยพรรคพปชร.ตั้งใจนำเสนอนโยบายที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ ภายใต้สโลแกน “เรื่องขี้ๆ หน้าที่เรา” เพื่อสะท้อนความมุ่งมั่นในการจัดการทุกปัญหาที่ประชาชนเผชิญ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ พรรคพร้อมเข้าไปแก้ไขทั้งหมด
พรรคพลังประชารัฐเชื่อว่า ด้วยทีมผู้สมัครที่ครบเครื่องและนโยบายที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของคนกรุงเทพฯ จะสามารถสร้างการจดจำและดึงความสนใจจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองและคนรุ่นใหม่ พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์ “ที่พึ่งของคนกรุง” และผลักดันให้กรุงเทพฯ ดีกว่าเดิมได้ หากได้รับโอกาสจากประชาชนในการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
โดยว่าที่ผู้สมัครสส.กทม.ทั้ง 28 เขต
เขต 2 นายนิกม์ แสงศิริมาวิน
เขต 3 นายธีระพงษ์ มงคลวัฒนลีลา
เขต 4 นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ
เขต 5 น.ส.บุณยนุช ปณิตหิรัณยา
เขต 6 นายรชฎ พิสิษฐบรรกร
เขต 7 ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ อำนรรฆสรเดช
เขต 8 นายอนุชาญ กวางทอง
เขต 11 นายธีรวุฒิ แก้วพยศ
เขต 12 ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น
เขต 13 นายสมบัติ มหาโคตร
เขต 14 นายรัชฎะ สมรทินกร
เขต 15 นายกิตติพงศ์ ท่าพิกุล
เขต 16 นายกิติภูมิ นีละไพจิตร
เขต 17 นายศิริศักดิ์ อัตดาวีย์
เขต 18 น.ส.พชรพรรณ ตุ่มระสินปิน
เขต 20 นายวันชัย รัตนขจรไชย
เขต 21 นายสันติ วิชัยพล
เขต 22 นายมณฑล โพธิ์คาย
เขต 23 นายวัฒนา เซ่งไพเราะ
เขต 25 นายธรรมนูญ เหียบขุนทด
เขต 30 นายรัชชานนท์ พูนรัตน์
เขต 32 น.ส.นิธิสนี กลิ่นพันธหิรัญ
ขณะที่พรรคเป็นธรรม(ปธ.) นายปิติพงศ์ เต็มเจริญ หัวหน้าพรรค นำว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม เพียงคนเดียวของพรรคคือ น.ส.ศรัณย์รัชต์ อัศววงศ์ธาดา รองโฆษกพรรค ลงสมัครสส.กทม. เขต 32 มาสมัคร
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดินเข้ามาในพื้นที่ ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ และนายเรืองไกร ได้ทักทายและจับมือกับนายปิติพงศ์ พร้อมให้กำลังใจซึ่งกันและกัน
“อภิสิทธิ์” ชี้ 2 เดือนกระแส ปชป.ตอบรับดี ย้ำไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชนได้ ถามคน กทม. เลือกตั้งสองครั้งมีอะไรเปลี่ยน ขอโอกาสคนปชป. ไปทำให้ดีขึ้น ลั่น ปชป. จุดยืนชัดเจน การเมืองสุจริต
วันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร(ไทย-ญี่ปุ่น) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)ให้สัมภาษณ์ก่อนนำผู้สมัครสส. กทม.ทั้ง 33 เขตเข้ารับสมัครเลือกตั้งในวันแรกของการเปิดรับสมัครว่า วันนี้ผู้สมัครมากันพร้อมทุกคนเป็นคนที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจจริงๆ และเป็นคนใหม่ที่เข้ามาเป็นส่วนใหญ่ซึ่งได้ลงพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนความมั่นใจในสนามเลือกตั้งกรุงเทพฯครั้งนี้ ต้องยอมรับว่ามีคนที่ครองพื้นที่อยู่เดิม ตนพูดเสมอว่าประชาชนไม่มีใครเป็นเจ้าของประชาชนได้ ต้องแข่งขันกันไป วันนี้ยังเร็วเกินไปที่จะประเมิน แต่ในช่วง2 เดือนที่ผ่านมาก็ได้รับการตอบรับที่ดี
เมื่อถามว่า ตั้งแต่กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคนำพรรคประชาธิปัตย์ได้ประเมินคะแนนนิยมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ขออย่าประเมินเองเลย ดูจากผลสำรวจที่เป็นแนวทางวิทยาศาสตร์ดีกว่า แต่อยากถามคนกรุงเทพฯว่า ตลอดการเลือกตั้งทั่วไปสองครั้งที่ผ่านมา มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่อย่างไร ครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เลือกชูนโยบายการเมืองสุจริต ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้ว จึงขอโอกาสให้คนของพรรคเข้าไปทำงานเพื่อปรับเปลี่ยนให้ดีขึ้น
“เอกนัฏ-ศุภมาศ” มั่นใจผู้สมัคร-นโยบาย ช่วยแบกรับภาระคนกรุง
วันที่ 27 ธ.ค. 2568 พรรคภูมิใจไทย นำโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พร้อมด้วย นางสาวศุภมาศ อิสรภักดี แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพทีมกรุงเทพมหานคร นำผู้สมัคร สส.กทม. พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 33 เขต เข้ารับสมัครรับเลือกตั้ง โดยนายเอกนัฏ แสดงความมั่นใจในผู้สมัครที่ได้คัดเลือกมาทุกคนตั้งแต่วันแรก เรามีของดี มีนโยบายที่นำเสนอไปแล้ว และบอกด้วยว่าทำอะไร ซึ่งใน 73 วันที่ผ่านมารัฐบาลได้ทำไปแล้ว ทั้งคนละครึ่งพลัส และการคลี่คลายปัญหาชายแดน ที่มากกว่าพลัสในวันนี้ ไม่ใช่แค่พูดแล้วทำเพียงอย่างเดียว แต่บอกด้วยว่าจะเอาใครมาทำ ซึ่งพรรคได้ประกาศไปแล้ว จะนำเอานายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีในกระทรวงเดิม ซึ่งเป็นหนึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทย
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสมากกว่าครั้งไหนๆ มองว่าเป็นอย่างนั้นหรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวขอบคุณที่มองว่าเป็นโอกาส ทุกคนที่มาในที่นี้มาเพื่อทำงาน ถ้าไม่มีโอกาสก็ต้องสร้างโอกาส ถ้ามีโอกาสแล้วก็ต้องไขว่คว้าให้เต็มที่ และในช่วงบ่ายวันนี้จะให้ผู้สมัครทุกคนลงพื้นที่เพื่อนำเสนอนโยบายที่สำคัญและหาเสียงได้ทันที พร้อมยืนยันว่าเราทำเต็มที่ อีกทั้งยืนยันพรรคภูมิใจไทยไม่ใช่ศูนย์รวมของบ้านใหญ่ แต่เป็นการรับคนที่อาสาเข้ามาทำงานเพื่อประเทศ นำพาคนไทยกลับมาสู่จุดที่ภูมิใจอีกครั้งอย่างที่เคยมีมาก่อน
เมื่อถามว่าคนกรุงเทพฯ จะได้อะไรถ้าพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยในกรุงเทพมหานคร นายเอกนัฏ กล่าวว่า ตนในฐานะคนกทม. มองว่าหมดเวลาที่คนกรุงเทพฯต้องแบกภาระของประเทศไทยทั้งประเทศ ซึ่งเราในฐานะรัฐบาลต้องช่วยแบกรับภาระของคนกรุงเทพเอาไว้ และ 73 วันที่ผ่านมาได้แง้มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์นิดๆ และเชื่อว่าความหวังที่เรามีจะกลายเป็นความจริง
ส่วนพรรคภูมิใจไทยตั้งเป้าไว้แล้วหรือไม่ ว่า กทม.จะได้กี่ที่นั่ง นางสาวศุภมาศ กล่าวว่า เรื่องตั้งเป้า ทุกคนก็ตั้งเป้า แต่เรายังคงพูดในวันนี้ไม่ได้ ขอให้เวลาผู้สมัครได้ลงพื้นที่ และนำเสนอนโยบายถึงพี่น้องประชาชนก่อน แต่ยืนยันว่าเรามีเป้าอย่างแน่นอน แต่ย้ำว่า พรรคภูมิใจไทยวันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่คนใดคนหนึ่ง แต่ละคนก็มีแฟนคลับ และเราก็ทำงานกันเป็นทีม ส่วนพื้นที่ กทม.จะแพ้ไม่ได้ใช่หรือไม่นั้น เวลาเราลงเลือกตั้งแล้วเราก็ไม่ได้คิดเรื่องแพ้ ทุกคนก็คิดแต่เรื่องชนะ คือทำดีที่สุดเท่านั้น เพราะเราไม่ได้แข่งกับคนอื่น เราแข่งกับตัวเอง เราได้เห็นแล้วว่าจะมีใครบ้างที่เข้ามาทำงาน และยังมีมืออาชีพที่เรากำลังพยายามทาบทามอยู่ ฉะนั้นเมื่อคนเหล่านี้เลือกพรรคภูมิใจไทยแล้ว เขาก็เห็นในสิ่งที่เขาอยากจะมารับใช้บ้านเมือง และทุกคนก็หวังทำเพื่อประเทศชาติ ย้ำว่า เราเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประชาชน และเชื่อว่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกของคน กทม. ส่วนจะมีโอกาสที่จะเห็น นายเอกนิติ และนางศุภจี มาช่วยหาเสียงในพื้นที่ กทม.หรือไม่นั้น ยืนยันว่า ได้เห็นแน่นอน เพราะทั้งสองท่านเป็นผู้ช่วยหาเสียงที่ถูกต้องตามกฏหมาย
“ยศนันท์” นำเพื่อไทยโชว์ความพร้อม ส่งผู้สมัคร ส.ส.กทม. ครบ 33 เขต แคนดิเดตนายกฯ นำทีมลงสมัครวันแรก มั่นใจชูนโยบายลดรายจ่าย–ปลดหนี้ ลดค่าไฟ 3.70 บาท และตั๋วรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ตั้งเป้ากวาดชัยทุกเขตในสนามเลือกตั้งเมืองหลวง
นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ขณะนำทีมแกนนำพรรคและผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ครบทั้ง 33 เขต เดินทางมาลงสมัครรับเลือกตั้ง โดยยืนยันถึงความพร้อมและความมั่นใจในการลงสนามเลือกตั้งครั้งนี้
นายยศชนัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเต็มที่ในทุกเขตเลือกตั้งของกรุงเทพมหานคร โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนอย่างสม่ำเสมอ พร้อมนำเสนอนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาของชาว กทม. โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากโครงสร้างประชากรในกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เป็นลูกจ้างภาคเอกชนประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ภาครัฐราว 40 เปอร์เซ็นต์ และประกอบธุรกิจส่วนตัวอีกประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปัญหาหนี้สินถือเป็นปัญหาหลักของประชาชน
นายยศชนัน ระบุว่า การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของชาว กทม. ต้องดำเนินการใน 3 แนวทางหลัก คือ ลดรายจ่าย ปลดหนี้ และสร้างโอกาส หากประชาชนสามารถชำระหนี้ได้ดี จะมีการคืนกำไรให้ประชาชน รวมถึงการลดค่าไฟฟ้าเหลือหน่วยละ 3.70 บาท เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ
สำหรับด้านการคมนาคม นายยศชนัน กล่าวว่า ชาวกรุงเทพฯ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลต่อปัญหามลพิษ พรรคเพื่อไทยจึงมีแนวคิดผลักดันการรวมศูนย์ระบบขนส่ง และเสนอร่างพระราชบัญญัติตั๋วร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้บริการรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย รวมถึงรถเมล์ปรับอากาศ เพื่อให้การเดินทางในกรุงเทพมหานครมีความสะดวกและเข้าถึงได้มากขึ้น
นายยศชนัน กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคเพื่อไทยขอโอกาสจากประชาชน หากสามารถดำเนินนโยบายได้สำเร็จ จะเป็นปีแห่งโอกาสและการพลิกฟื้นเศรษฐกิจ เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนฐานราก โดยเริ่มต้นจากผู้สมัคร ส.ส.กทม. ทั้ง 33 เขต พร้อมขอให้ชาวกรุงเทพมหานครเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนและพรรค โดยตั้งเป้าหมายชนะการเลือกตั้งครบทั้ง 33 เขต
ส่วนหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร นายยศชนัน กล่าวว่า หากได้หมายเลขเดียวกันทั้งประเทศก็ถือเป็นเรื่องดี แต่หากไม่ได้ก็ไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ พร้อมย้ำว่าความจริงใจ นโยบายที่ทำได้จริง และประสบการณ์ของทีมงาน จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคเพื่อไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในการเลือกตั้งครั้งนี้
“ไทยสร้างไทย” คึกคัก ยกทัพผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต บุกไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ชู “ดีกรีคุณภาพ” พร้อม “รีสตาร์ทเมืองหลวง”
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลำดับที่2 พรรคไทยก้าวใหม่ นำทัพว่าที่ผู้สมัคร สส.ทั้ง 33 เขต เดินทางด้วยรถบัสปรับอากาศจากที่ทำการพรรคเขตดอนเมือง เดินทางมุ่งสู่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) ดินแดง ท่ามกลางเสียงเชียร์จากกลุ่มสนับสนุน
โดยพล.ท. ภราดร กล่าวว่า เลือกตั้งครั้งนี้ พรรคไทยสร้างไทยมีความมั่นใจด้วยการชูจุดแข็งด้านบุคลากรคุณภาพที่คัดพรรคคัดสรรมาอย่างเข้มข้น โดยทีม สส.กทม. ชุดนี้ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิระดับปริญญาโทและเอกมากกว่า 10 คน รวมกับผู้สมัครที่ทำงานเกาะติดพื้นที่จริงมาอย่างยาวนาน ทำให้กลายเป็นทีมที่พร้อมทั้งในเชิงวิชาการและการแก้ปัญหาปากท้อง พรรคไทยสร้างไทยเรายืนยันความพร้อมในการ "รีสตาร์ท เมืองหลวง" ยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงในทุกมิติ ด้วยทีมงานที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ ความรู้ระดับสูง โดยเฉพาะทุกคนมีหัวใจที่พร้อมรับใช้ประชาชนในทุกพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร
"พีระพันธุ์" นำทัพ ผู้สมัคร สส.กทม. "รวมไทยสร้างชาติ" สมัครรับเลือกตั้ง ชูนโยบายแก้วิกฤตชายแดน - สแกมเมอร์ พร้อมสานต่อนโยบายแก้ปัญหาราคาพลังงานที่ทำได้จริงมาแล้ว 2 ปี
วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายนราพัฒน์ แก้วทอง รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรครวมไทยสร้างชาติทั้ง 33 เขต มาสมัครรับเลือกตั้งและจับเบอร์
นายพีระพันธุ์ กล่าวถึงนโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติว่า เน้นนโยบายที่เป็นวิกฤติของประเทศ ทั้งปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา ที่ต้องเดินหน้าให้สุดไม่ใช่แค่เดินไปถอยไป รวมถึงการให้กำลังใจทหาร และเรื่องการแก้ไขปัญหาคอรัปชั่น สแกมเมอร์
นอกจากนี้ ยังมีนโยบายเรื่องการแก้ไขปัญหาพลังงานที่ได้ทำมา 2 ปี เป็นนโยบายจะเกี่ยวข้องกับการลดราคาพลังงาน ทั้งราคาค่าไฟฟ้า และราคาน้ำมันต้องต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร รวมถึงราคาก๊าซหุงต้ม ซึ่งทำได้จริงและเด็ดขาด
นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการดูแลผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และอนาคตของเด็กที่อยากเรียนต้องได้เรียน เพื่อให้สังคมดีขึ้น และยังมีนโยบายดูแลเกษตรกร รวมถึงการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินที่ผ่านมาแก้ไขปัญหาไม่จบ เพราะหน่วยงานของรัฐเป็นคู่กรณีขัดแย้งกับประชาชน ด้วยการ"ตั้งศาลที่ดิน" เพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยตรง
ทั้งนี้ แฟนคลับของพรรครวมไทยสร้างชาติอยากให้ได้ สส.ในพื้นที่ กทม.ได้ทั้งหมด นายพีระพันธุ์ ยืนยันว่า เราจะกวาดทั้ง 33 เขตในพื้นที่ กทม.
สำหรับบรรยากาศการรับสมัครเป็นไปอย่างคึกคัก ตั้งแต่เวลา 07.15 น. ทันทีที่นายพีระพันธุ์ นำผู้สมัคร สส.เขต กทม. ทั้ง 33 เขต เดินทางมาถึง ณ อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคi ไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งสถานที่รับสมัคร กลุ่มกองเชียร์ที่มารออยู่ต่างส่งเสียงต้อนรับอย่างกึกก้อง “รวมไทยสร้างชาติ รวมไทยสร้างชาติ” พร้อมชูป้ายที่มีใบหน้าของผู้สมัครที่ชื่นชอบ และป้ายที่มีข้อความให้กำลังใจผู้สมัครทั้ง 33 เขต โดยกองเชียร์ส่วนใหญ่จะสวมเสื้อยืดขาว พร้อมโบกธงสัญลักษณ์พรรครวมไทยสร้างชาติตลอดเส้นทางเดินเข้าสู่อาคารรับสมัคร
“อภิสิทธิ์-สกลธี-องอาจ” นำ 33 ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ไปสมัคร สส.
วันที่ 27 ธ.ค. 2568 เวลา 06:45 น. ที่ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่กรุงเทพมหานคร และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แกนนำพรรคร่วมนำ 33 ผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กราบสักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผมสิ่งศักดิ์สิทธิ์และสัญลักษณ์ประจำพรรคเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ที่ทำการพรรค เสร็จแล้วจึงนำคณะขึ้นรถบัสปรับอากาศ 42 ที่นั่งออกเดินทางจากพรรคในเวลา 07:00 น. เพื่อไปสมัครลงรับเลือกตั้งที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น
“อนุดิษฐ์” นำทัพ “กล้าธรรม” ขึ้นรถสไลด์ เข้าสมัคร สส.กทม. ทั้ง 33 เขต โว หวังกวาด 100 เก้าอี้ทั่วประเทศ
วันที่ 27 ธันวาคม 2568 เวลา 07.05 น. ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาเยาวชนไทย-ญี่ปุ่น เขตดินแดง กทม. น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม ได้นำว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม.ทั้ง 33 เขต พรรคกล้าธรรม ขึ้นรถสไลด์เดินทางมาสมัคร สส.เขต กทม. โดยระหว่างที่เดินทางมาถึง มีกองเชียร์ถือป้ายเชียร์และป้ายหาเสียงตะโกนให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคกล้าธรรมก็หวัง ซึ่งเราก็จะมีการรณรงค์หาเสียงอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประชาชนจะมาใช้สิทธิ์กันทุกคน ทั้งการเลือกตั้งล่วงหน้า และในวันที่ 8 ก.พ.นี้ เราส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเพื่อหวังที่จะชนะการเลือกตั้ง แต่ก็อยู่ที่ประชาชน
เมื่อถามว่า คาดว่าจะได้ สส.กี่คน น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า เราก็คาดหวังไว้สูง ว่าจะได้ 100 ที่นั่ง แต่สุดท้ายอยู่ที่การเลือกของประชาชน
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ขอฝากคน กทม.ว่า วันที่ 8 ก.พ.นี้ เป็นวันสำคัญ 1 สิทธิ์ 1 เสียงของท่านจะชอบพรรคใดก็เป็นสิทธิ์ของท่าน แต่ขอ อย่านอนหลับทับสิทธิ์ ไปเลือกคนดีเข้าสภา และตนเชื่อว่าวันที่ 8 ก.พ.นี้ ประชาชนจะมาเลือกตั้งกันอย่างท่วมท้น
“เท้ง” ลั่นส้มทั้งกรุงฯ คัดผู้สมัครมาเข้มข้นปลอดสีเทา
นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. นำทีมผู้สมัคร สส.กทม.พรรคปชน. เดินทางมาสมัครลงรับเลือกตั้ง โดยนายณัฐพงษ์ ให้สัมภาษณ์ว่ามั่นใจเต็มเปี่ยม เชื่อมั่นผู้สมัครทุกคน คัดสรรอย่างเข้มข้น ไม่มีใครที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายทุนเทา อาชญากรข้ามชาติ การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. เป็นภารกิจตัดสินอนาคต ที่เราต้องขจัดเรื่องสีเทาออกจากประเทศ ทำให้สังคมไทยเกิดความเท่าเทียมกัน และทันโลก โดยในกทม. ครั้งนี้ มั่นใจอย่างเต็มที่ 33 เขต กทม.เราจะหาเสียงอย่างเต็มที่ให้ได้รับความไว้วางใจ และเป็นสีส้มทั้งกรุงเทพฯแน่นอน แต่เราก็ไม่ประมาท นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องความมั่นคง ใหม่ ๆ นอกจากความมั่นคงชายแดน ยังมีภัยมั่นคงไซเบอร์ การจัดการภัยพิบัติ ที่ผ่านมาเราอาจจะคุ้นชินกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นทุกๆปี แต่ไม่มีน้ำท่วมครั้งไหนที่ จะทำให้เกิดความสูญเสีย และผู้เสียชีวิตเป็นร้อยคน เเบบที่เกิดเหตุน้ำท่วมภาคใต้ มีปัญหาเศรษฐกิจรั้งท้ายอาเซียน ด้วยปัญหาทางการเมืองทีต่อเนื่องมานาน ตอนนี้สังคมไทย ก็ขาดความเท่าเทียมกัน เป็นต้น ทุกอย่างเป็นภารกิจที่เราพร้อมจะเข้าไปบริหารประเทศ โดยทีมบริหารมืออาชีพ วันที่ 11 ม.ค.69 เราพร้อมจะเปิดทีมบริหารมืออาชีพตัวจริง ที่ไม่ได้มาจากมุ้งใหญ่ ทุนใหญ่ ทุนเทา ทีมบริหารมืออาชีพของเราไม่ได้มีหน้าที่ตอบเเทนใคร เป็นเงื่อนไขสำคัญที่พรรคปชน.จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดของประชาชน
“สุชัชวีร์” เชื่อมั่นผู้สมัคร สส.กทม.ไทยก้าวใหม่ ลั่น อาสามาพาประเทศก้าวใหม่ให้ไทยเข้มแข็งขึ้น
วันที่ 27 ธ.ค. 2568 ที่อาคารกีฬาเวศน์ 2 ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง สถานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดให้เป็นสถานที่รับสมัครสส.ระบบเขต ในนพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) ทั้ง 33 เขต
นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หรือ ดร.เอ้ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วยคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร หัวหน้าทีมเสมอภาคและความมั่นคงของมนุษย์ และผู้สมัครสส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่ ร่วมนำผู้สมัคร สส. กทม.ของพรรคทั้ง 33 คน เดินทางออกจากที่ทำการพรรคอาคารไอทาวเวอร์ เขตจตุจักรมาลงสมัครรับเลือกตั้ง ด้วยรถเมล์ไฟฟ้าปรับอากาศพร้อมกองเชียร์ผู้สนับสนุนพรรคกว้า100 คน ที่ถือป้ายข้อความรณรงค์หาเสียงโดยชูนโยบายการสร้างทุนมนุษย์ เน้นให้ความรู้ การศึกษาและเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขและพัฒนาประเทศชาติ
โดยนายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนไหว้พระก่อนนอนทุกคืน ขอให้ประเทศชาติได้คนดีเข้ามารับใช้บ้านเมือง วันนี้ทีมผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคไทยก้าวใหม่พร้อมที่จะเข้ามาแก้ปัญหาต่างๆของประเทศ และพวกเราทุกคนมีใจที่ขออาสามาพาประเทศไทยก้าวออกจากจุดเดิมๆ เดินก้าวใหม่เพื่อความแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้าน ตนมั่นใจผู้สมัครของพรรคทุกคน
“จตุพร” นำทีมผู้สมัคร สส.กทม. "พรรคโอกาสใหม่" มาสมัครเลือกตั้ง หวังสร้าง "รัฐสวัสดิการ" ให้โอกาสคนไทยทุกคน
วันที่ 27 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้เป็นวันของการรับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ตามที่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเปิดรับสมัครพร้อมกันทั่วประเทศ จำนวน 76 จังหวัด และกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 27-31 ธันวาคม 2568 ตั้งแต่เวลา 08.30-16.30 น. ซึ่งไทยรัฐร่วมถ่ายทอดสดบรรยากาศจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่อาคารกีฬาเวสน์ 2 ศูนย์กีฬาเยาวชนกรุงเทพมหานคร ไทย-ญี่ปุ่น (ดินแดง) ซึ่งหลายพรรคการเมืองถือฤกษ์ดีมาสมัคร
สมาชิกทุกคนเห็นตรงกันว่าเรื่องที่เรามีปัญหาพบอยู่คือ รัฐสวัสดิการ อยากให้เมืองไทยเป็นรัฐสวัสดิการจริงๆ คือเรามองทั้งระบบไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน ค่าจ้าง แต่เป็นเรื่องของสุขอนามัย ก่อนเกิดจนถึงไปสวรรค์ ก็ต้องให้โอกาสคนไทยทุกคน แล้วทุกคนเข้าถึง เท่าเทียม เพราะถ้าไปตกกับกลุ่มข้าราชการก็จะตกกับคนกลุ่มเดียว แต่เราจะกระจายโอกาสให้คนไทยทุกคนเข้าถึง และเรื่องการปกป้องสถาบันคือชัดเจน ซึ่งวันนี้ส่งผู้สมัครครบทั้ง 33 เขต ทั่วประเทศประมาณ 20 กว่าจังหวัด
ขณะที่ นายตระการ พันธุมเลิศรุจี พรรคโอกาสใหม่ เผยว่า ที่มาร่วมงานกับโอกาสใหม่ด้วยความศรัทธาและความเชื่อในการบริหารการเมืองของทีมงาน เพราะเราเน้นประเทศไทยไม่พร้อมที่จะเจอวิกฤติแล้ว เราต้องเปลี่ยนโอกาสให้มันเป็นโอกาสใหม่สำหรับคนไทยทุกคน อยากเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกคนมาใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งกันด้วย
z-z1603487247937.jpg)