닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy21

"เทพไท" คอนเฟิร์ม ปิดประตู “น้ำเงินผสมฟ้า” จัดตั้งรัฐบาล



วันที่ 12 ก.พ. 2569  นายเทพไท เสนพงศ์ อดีตสส. นครศรีธรรมราช  โพสต์คลิปภาพและเสียงถึงสูตรการจัดตั้งรัฐบาลอนุทิน/69  หลังการเลือกตั้งทั่วไป8 ก.พ. 2569 ในหัวเรื่อง “ปิดประตูตาย น้ำเงินผสมฟ้า”  มีสาระใจความว่า ผมได้เห็นกระแสข่าวจากสื่อหลายสำนัก อ้างถึงแหล่งข่าวระดับสูงในพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงท่าทีการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ หลังจากมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคร่วมกับว่าที่ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ว่า  พรรคประชาธิปัตย์ไม่ปิดช่องทางการเข้าร่วมรัฐบาล แต่ได้ตั้งเงื่อนไข 3 ข้อคือ

1.ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรม
2.ต้องไม่สนับสนุนกลุ่มทุนเทา
3.ต้องไม่มีนักการเมืองที่สร้างความแตกแยก       

ถ้าหากพิจารณาจากเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล3ข้อนี้  เพียงข้อ1เพียงข้อเดียว ก็ปิดช่องทางที่พรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลได้เลย     ส่วนข้อ2กับข้อ3 มีความเป็นไปได้ว่า  รัฐบาลชุดใหม่ คงจะไม่สนับสนุนกลุ่มทุนสีเทา และไม่เอาคนที่สร้างความแตกแยกเข้าร่วมรัฐบาล   ส่วนเงื่อนไขข้อ1 ต้องไม่มีพรรคกล้าธรรมนั้น เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีสัญญาใจ ที่มีความผูกพันกันทางการเมืองอย่างที่เรียกกันว่า ‘ไม่สามารถทอดทิ้งกันได้‘

ซึ่งจะขอยกตัวอย่างให้เห็นว่า ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคพรรคกล้าธรรม ความสัมพันธ์กันอย่างไร คือ

1.นายอนุทินต้องตอบแทนบุญคุณให้กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เพราะเป็นคนแรกที่พลิกขั้วให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นเมื่อผู้กองธรรมนัสประกาศตัวสนับสนุนนายอนุทินแล้ว  ทำให้พรรคเพื่อไทยไม่สามารถที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้ และเป็นโอกาสทำให้พรรคประชาชน ยกมือสนับสนุนให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี      จุดเริ่มต้นของการเป็นนายกรัฐมนตรีของนายอนุทินเกิดขึ้นจากผู้กองธรรมนัสเป็นคนแรก จึงเป็นเรื่องที่ต้องตอบแทนบุญคุณกัน

2.มีสัญญาใจกัน  ตั้งแต่ลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่ๆ   มีเวทีดีเบตของสื่อสำนักหนึ่ง และมีการถามนายอภิสิทธิ์ว่า จะไม่จับมือกับใครเป็นรัฐบาลบ้าง ซึ่งนายอภิสิทธิ์ตอบว่า จะไม่จับมือกับพรรคกล้าธรรม จนมีการแชร์กันเป็นไวรัล และผู้กองธรรมนัสได้ปรับทุกข์กับนายอนุทินว่า ถูกพรรคการเมืองต่างๆเท  ไม่ยอมจับมือด้วย จนนายอนุทินบอกว่า  ’ก็มาอยู่ด้วยกัน‘

3.เป็นพันธมิตรทางการเมืองอย่างเหนียวแน่น ซึ่งเปรียบเสมือนพรรคพี่พรรคน้อง หรือตีคู่ทางการเมืองเหมือนกับ ‘ปาท่องโก๋’  ในการเลือกตั้งครั้งนี้ จะเห็นได้ว่าผู้สมัครส.ส.ที่มีพื้นที่ทับซ้อน และมีปัญหาเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้ง ถ้าหากไม่สามารถคัดลงเลือกตั้งในนามพรรคภูมิใจไทยได้ ก็จะถ่ายโอนไปให้พรรคกล้าธรรม

4.ทั้ง 2พรรค คือพรรคภูมิใจไทยและพรรคกล้าธรรม  มีแบคอัพทางการเมืองที่เข้มแข็งเหมือนกัน และเป็นกลุ่มอำนาจเดียวกัน ที่สนับสนุน 2 พรรคนี้ จึงทำให้พรรคภูมิใจไทยไม่สามารถที่จะแยกหรือสลัดพรรคกล้าธรรมทิ้งได้

“แม้ว่าจะมีกระแสข่าวออกมาว่า พรรคภูมิใจไทยต้องการที่จะรักษาภาพลักษณ์ โดยตัดพรรคกล้าธรรม ออกจากการร่วมรัฐบาล และจะดึงพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลนั้น เป็นความฝัน เป็นความต้องการของกลุ่มอนุรักษ์นิยมสุดขั้ว ที่ได้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา จึงมีความฝันว่า อยากให้ฝ่ายอนุรักษ์นิยมมาจับมือกันเป็นรัฐบาล คือพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาธิปัตย์  แต่เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย เพราะพรรคภูมิใจไทยกับพรรคกล้าธรรม มีความผูกพันกันอย่างเหนียวแน่น ส่วนเงื่อนไขที่นายอภิสิทธิ์ประกาศว่า  ไม่เอาพรรคกล้าธรรม จะเป็นเดตล็อค (deadlock) ทำให้พรรคประชาธิปัตย์ไม่สามารถเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยได้” นายเทพไท ฟันธง สรุปตอนท้าย