닫기

ปิดฉากการเมือง
เลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี นัดเดิมพันบารมีทางการเมืองของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย ลุ้นจนวินาทีสุดท้าย “ลุงชาญ” นายชาญ พวงเพ็ชร ฝ่ายแดง เบียดเอาชนะ “บิ๊กแจ๊ส” พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ฝ่ายน้ำเงิน ที่เป็นแชมป์เก่าไปชนิดเฉียดฉิว

ศึกแห่งศักด์ศรีกู้หน้าที่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เพิ่งเดินคอตกออกจากเวทีเลือกสว.ระดับประเทศ ดับฝันนายใหญ่ยึดวุฒิสภา

สมรภูมิ 2 สนามส่งสัญญาณเตือน “ทักษิณ-เพื่อไทย” หยุดกินรวบทางการเมือง หมดยุคเฟื่องฟู กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุคเสื่อมศรัทธา

เป็นจังหวะนิด้าโพลเปิดผลสำรวจไตรมาส 2 “ก้าวไกล-หนุ่มทิม” นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กระแสแรงไม่มีตกตั้งแต่ชนะการเลือกตั้งปี 66

โดยได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง นับจากผลสำรวจปี 66 อยู่ที่ร้อยละ “49.20-45.50” ตามลำดับ ต่างราวฟ้ากับเหว “เพื่อไทย-นายกฯนิด” นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กระแสต่ำเตี้ยเรี่ยดินเรื่อย ๆติดต่อกัน อยู่ที่ร้อยละ “16.85-12.85” ตามลำดับ

ที่น่าตกใจเหมือนตบหน้าฉาดใหญ่ “เพื่อไทย-นายกฯนิด-อิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อผลโพล 20.55% ระบุยังคาคนที่เหมาะสมไม่ได้ขึ้นเป็นนายกฯในวันนี้ ซึ่งเป็นกระแสที่สูงกว่าความนิยมของ “นายกฯนิด-อิ๊ง”

และทำเอาคาใจมาก ๆ เมื่อผลโพล 15.0% ระบุยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ ซึ่งเป็นกระแสที่หายใจลดต้นคอเพื่อไทยแค่ 1.85% และเป็นกระแสที่สูงกว่าผลสำรวจครั้งก่อน 2.25% 

หมายความว่าผลโพลที่ระบุว่าสังคมยังหาพรรคที่เหมาะสมไม่ได้ หากหวยออกมาแบบนี้ทุกไตรมาส มันกลายเป็นกระแสปลุกเร้า และชี้ช่องให้ “พวกหัวก้าวหน้า-เอาสถาบัน” หลอมรวมอุดมการณ์ตั้งพรรคการเมืองสู้ “หัวก้าวหน้า-ก้าวไกล”

ทั้งหมดทั้งมวลอยู่ที่ “ทักษิณ-เพื่อไทย” ต้องสังคายนาใหญ่ ตั้งแต่คนใน “ตระกูลชินวัตร” กรูเข้าคลุกวงในแห่งอำนาจ จนสภาพภายในพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลระส่ำระสาย เด็ก ๆ ของแต่ละสาย แต่ละขั้วอำนาจเขม่นใส่กัน และต้องเร่งสร้างผู้นำคนรุ่นใหม่ ทั้งวิสัยทัศน์ และพฤติการณ์

เพราะผลนิด้าโพลครั้งนี้ส่งสัญญาณชัด “ก้าวไกล-ทิม” มีวิสัยทัศน์ และพฤติการณ์ที่สังคมให้

ความเชื่อมั่น แม้ไม่เคยผ่านงานด้านบริหารราชการแผ่นดิน แต่ “เพื่อไทย-นายกฯนิด-อิ๊ง” ถูกบดบังด้วยตระกูลชินวัตร โดยนายทักษิณ 

และ “อิ๊ง” ถูกมองเป็นคนติดพ่อ สังคมมองไม่ใช่เป็นคนรุ่นใหม่ และพฤติการณ์ไม่เข้ากับคนรุ่นใหม่ สถานการณ์ของพรรคเพื่อไทย และรัฐบาลเพื่อไทย ถึงตกอยู่ในภาวะวิกฤติศรัทธา “อมโรค-อมเลือด” 

แม้ชนะเลือกตั้งนายกอบจ.ปทุมธานี ก็เป็นเพียงเติมอ๊อกซิเจน ให้มีชีวิตทางการเมืองอยู่ต่อไปได้ 

การเมืองใหม่ นายทักษิณที่มีประสบการณ์สูง ควรเล่นบทยืนตระหง่านอยู่ฉากหลัง และคิดค้น 

“นวัตกรรม” เปลี่ยนประเทศ เป็นเครื่องมือทางการเมือง เพื่อฟื้นศรัทธา สร้างความหวังให้สังคม ถึงต่อกรพรรคก้าวไกล

หากทำไม่ได้…ถึงเวลารูดม่านปิดฉากการเมืองตระกูลชิน พรรคเพื่อไทยเก็บโรงกลับบ้าน