닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บ2ะัะพั

"พิธา" ฟาดกลับ "ทักษิณ" โดนยุบพรรค3ครั้ง ไม่เห็นอกเห็นใจ หลังแซว เท้งไม่หล่อเท่าทิม ขิงชนะบ้านเกิด-บ้านจันทร์ นายใหญ่



เมื่อวันที่ 16 พ.ย. 67 ที่ สวนสาธารณะหนองประจักษ์ พรรคประชาชนปราศรัย นำโดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นางสาวพรรนิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า นายชัยธวัช ตุลาธน อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนายคณิศร ขุริรัง ผู้สมัครนายกองค์การบริหารจังหวัดอุดรธานี (อบจ.) 

นางสาวพรรณิการ์ เผยว่า คณะก้าวหน้าได้เทำน้ำประปาดื่มได้ ด้วยงบ 2 แสนบาทต่อหมู่บ้าน ถ้านายคณิศรได้เป็นนายกอบจ.จะสามารถทำให้ทั้งจังหวัดอุดรธานีมีน้ำประปาดื่มได้ รวมถึง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หลายหลายแห่ง เพื่อที่จะไม่ได้เดินทางมารักษาในตัวเมือง รวมทั้งนโยบายหมอตู้หรือ telemedicine ที่ให้รักษาผู้ได้โดยออนไลน์กับหมอในอำเภอ

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แอบสงสัยการแสดงออกของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถ้ามีนัยยะอย่างไรที่แพ้พรรคประชาชนไม่ได้ คุณภาพชีวิต ที่ดีนั้นไม่ได้ใช้งบเยอะเพียงแต่ที่ผ่านมาผู้บริหารท้องถิ่นมีโจทย์ใจในใจ ทั้งยังถามผู้สมัคจากพรรคเพื่อไทยว่าเข้ามามีโจทย์อะไร ถึงเวลาถ้าพวกเราทำไม่ได้ 4 ปีข้างหน้าตัดสินใจได้อีกครั้งหนึ่ง

นายชัยธวัช เผยว่า ถ้าจะเปลี่ยนแปลงประเทศนี้จะต้องเปลี่ยนท้องถิ่นไปด้วย เพื่อแข่งกันในนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนมากที่สุด ส่วนเรื่องที่มีผู้สมัครบางคนมีส่วนเกี่ยวข้องโดยมีภรรยาถือหุ้นกับตู้ห่าว คดียีงไม่ถึงที่สิ้นสุด ทั้งนี้ยังกล่าวถึงกรณีที่นายทักษิณ อ้อนชาวอุดรธานีขอคะแนนเสียงว่ามีสีตกไปบ้างเป็นสีอื่น ว่า เป็นเพราะเราเข้าใจผิดว่าเสื้อสีอดงหรือสีเหลือจะเปลี่ยนประเทศได้ แต่ตอนนี้ทุกคนตาสว่างว่าใครคือผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยอย่างแท้จริง วันนี้ภิสูจน์แล้ว ปฏิรูปก่อนเลือกตั้งไม่มีอยู่จริง มีแต่การเดินแบบประชาธิปไตยว่าพรรคการเมืองแบบใหม่ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงได้นั้นมีจริง

“คุณทักษิณบอกว่าพายเรือส่งเขาขึ้นฝั่งแล้ว ไม่ต้องแล้วเขาจะขับรถขึ้นเขาเอง ผมนั่งฟังข้างคุณธนาธรก็สบถออกมาดังๆ แต่วันนี้แก(นายทักษิณ)ขึ้นภูเขาชั้น14เรียบร้อยแล้ว“ นายชัยธวัชกล่าว

ต่อมานายพิธาเริ่มต้นทักทายผู้ฟังปราศรัย พร้อมบอกว่าอุดรร้อนเป็นไฟ  การเมืองร้อนระอุต้องที่อุดรใช่หรือไม่ ตนบินมาจากอเมริกา นั่งอยู่บนเครื่องบินก็จามเอา จามเอา สงสัยมีคนคิดถึงเยอะ

นายพิธายังยืนยันว่าการบินกลับเมืองไทย นั้น ได้ประกาศในโซเชียลมีเดียมาตั้งแต่ 29 กันยายน ว่าจะกลับมาช่วยหาเสียง เนื่องจากเป็นช่วงใกล้ปิดเทอม เป็นวันหยุด วันขอบคุณพระเจ้า และตนก็ไม่ต่างจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี 

“คุณทักษิณรักคุณอิ๊งค์อย่างไร ผมก็รักพิพิมอย่างนั้น พอมีเวลาก็กลับมาหาลูก มันจะไปกลัวแพ้อะไร มันจะกลัวแพ้ได้ยังไง แพ้มาเยอะแล้ว แต่ชนะมาก็เยอะเหมือนกันนะ ได้ข่าวอุดรเขต 1 ผมก็ชนะมา บ้านเกิดทักษิณก็ชนะมา บ้านจันทร์ส่องหล้าเขตนั้นผมก็ชนะมา ปั๊ดโธ่“นายพิธากล่าว 

ขณะที่ สส.เขต 1 ก็ชนะผู้สมัคร นายกฯอบจ.เพื่อไทยคนปัจจุบันมาแล้ว จะชนะอีกทีก็ขึ้นอยู่กับประชาชน ส่วนเรื่องป้ายหาเสียง  “เขาบอกทำไมพรรคนี้มี 2 ป้าย มีทั้งทิม และเท้ง ของเขาไม่ต้อง เพราะหน้าเหมือนกัน เพราะเขาธุรกิจครอบครัว เป็นพ่อเป็นลูกก็หน้าเหมือนกัน ผมกับหัวหน้าเท้งอุดมการณ์เดียวกัน แต่คนละสายเลือด มันก็แค่นี้” 

นายพิธายังกล่าวอีกว่านายทักษิณโดนยุบพรรคมาแล้ว 3 ครั้ง ตนโดนมา 2 ครั้ง เป็นรุ่นน้องเขา  แทนที่จะเข้าอกเข้าใจกัน เห็นอกเห็นใจกัน  แทนที่จะร่วมกันแก้ไขกฎหมายไม่ให้พวกเขายุบพรรคพวกเราได้อีก 22 พฤศจิกายนนี้จะได้ไม่ต้องไปลุ้นที่ศาลรัฐธรรมนูญ ประชาชนเลือกมาแล้วก็ไม่เอา  
แล้วมาแขวะอะไรเรื่องเล็กๆน้อยๆ เรื่องรูปหล่อ ตนพูดไว้ตรงนี้เลย อยู่กับหัวหน้าเท้งมานาน มีอย่างเดียวที่ตนสู้เขาได้ นั่นคือ ความโสด  

“เนี่ย มาอุดร คนอ้อนก็ไม่มี หัวหน้าเท้งมีภรรยาแล้ว แต่ผมยังโสดอยู่ ไอ้ความหล่อเขาก็ซิงกว่า สดกว่า ไอ้ฉลาดเขาก็ฉลาดกว่า แต่ก่อนผมปราศรัย ข้อมูลคุณเท้งทำให้ทั้งนั้น จะบอกให้ พี่น้องพรรคประชาชนต้องอดทน แพ้เป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร ต้องให่กำลังใจและให้เวลากับหัวหน้าเท้ง เหมือนที่ให้กับผม เขาคนนี้คือเอไอทางการเมือง ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เรื่องงบประมาณ หัวหน้าเท้ง ก็บอกว่าผมเอาตายแน่“ 

ส่วนที่นายทักษิณบอกว่าประชาชนยังไม่หายจน เพราะโดนยึดอำนาจไป โดนปฏิวัติไป นายทักษิณพูดถูก แต่ทำไมไปจับมือกับพรรคที่อยู่ในคณะทำรัฐประหาร เรื่องนี้ตนไม่เข้าใจจริงๆ ก่อนถามประชาชนว่าเข้าใจหรือไม่ ปากนายทักษิณก็บอกว่ารู้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจนของประชาชนตลอด 18 ปีที่ผ่านมา มาจากการทำรัฐประหาร แต่กลับสลัดมือจากฝ่ายประชาธิปไตย ไปจับมือกับพรรค 2 ลุง ทั้งๆที่บอกว่าจะไม่จับมือ จับมือทำไม แบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่า “เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง” ได้หรือไม่

เสียดายมากที่สุด ตอนที่เป็น 312 เสียงด้วยกัน นั่นคือประชาชนเขาแยกกองมาให้แล้ว  ฝั่งลุงไม่มีเรากับฝั่งเราไม่มีลุงเป็นโอกาสที่เราร่วมมือกันเมื่อไหร่ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม กลับทิ้งโอกาสนั้น แล้วมาบอกว่า ธนาธรอย่าไปแทรกโครงสร้างอะไรมากนัก แต่อยากกระจายอำนาจ แก้ทุนผูกขาด  ไม่อยากมีปฏิบัติ อยากให้รัฐบาลพลเรือนอยู่กับทหาร แต่ไม่แก้โครงสร้าง แล้วจะแก้อย่างไร ก็ปะผุกันไปเรื่อยๆ พอทำไม่ได้ก็ฟอกขาวว่าบอกนายธนาธรไปแล้วว่าแก้ไขอะไรไม่ได้ พอพูดอย่างนั้นตนนึกถึงดีลลับกับนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีรูปออกมาดีลลับลังกาวี ตนไม่ค่อยเชื่อ  ฟังแต่ยังไม่เชื่อ  ตอนนั้นยังอยู่ด้วยกัน ทำท่าเป็นข้าวต้มมัดอยู่เลย พลิกเป็นอีกอย่างหนึ่ง 

นายพิธายังพูดถึงความเท่าเทียมทางโอกาส ว่าวัดกันอย่างนี้เลยหรือไม่ ใครเป็นนายก อบจ.อุดรคนต่อไป ทำให้เกิดความเท่าเทียมทางโอกาส เพราะที่นี่จะต้องเท่าเทียม การเข้าถึงสาธารณสุข ไม่มีใครเข้าใจดีเท่าผู้สมัครพรรคประชาชนที่มีลูกสาวเป็นหมอ 

ส่วนที่บอกว่าจะทำรถไฟความเร็วสูง จำได้ว่าเคย Fact Check พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่คิดว่าวันนี้ต้องมา Fact Check นายทักษิณด้วย จำได้ว่าเคยอภิปรายไม่ไว้วางใจพลเอกประยุทธ์ ว่าจะมีรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ตรวจสอบไปมาแค่กรุงเทพ-นครราชสีมา ก่อสร้างไปได้แค่ 5 % คราวนี้บอกว่าจะไปถึงฉงชิ่ง ถ้าบอกจะทำให้ได้ และบอกว่าจะทำอย่างไรให้เสร็จในปี 2572 จะเวนคืนและเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร อันนั้นค่อยยังชั่ว แต่ไม่ใช่พูดลอยๆ บอกอุดรธานีเตรียมตัวไว้