닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ54

"นายกฯ อิ๊งค์" ลั่นอยู่ครบเทอม สร้างความมั่นใจนักลงทุนต่างชาติ ขออย่าเพิ่งเสียกำลังใจ-ท้อใจ หลังจีดีพีไทยรั้งท้ายกลุ่มอาเซียน ยันทำเต็มที่ ปลุกรัฐบาล-เอกชนร่วมมือกัน อ้อนขอกำลังใจรับมีท้อบ้างแต่ไม่นาน แต่สู้เพื่อโอกาสคนไทย



วันที่ 2 มี.ค. 2568 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการโอกาสไทยกับนายกฯ แพทองธารถึงภาพรวมเศรษฐกิจไทยในภาพใหญ่ว่า อยากจะพูดถึงตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งมีตัวเลขออกมาจากทางสภาพัฒน์ และมีหลายฝ่ายรู้สึกกังวลว่าทำไมเศรษฐกิจของเราไม่โตหรือรั้งท้ายในกลุ่มอาเซียนซึ่งจริงๆแล้วมีข้ออธิบายจะได้บอกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้างระหว่าง 10 กว่าปีที่ผ่านมา เราทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้าง และรัฐบาลกำลังทำอะไรอยู่บ้าง อย่างปีที่แล้ว ไตรมาส 4 เอง จีดีพีเรามากขึ้นเป็น 3.2 เปอร์เซ็นต์ ทั้งปีขึ้นมาที่ 2.5 เปอร์เซ็นต์ แค่ไตรมาส 4 อย่างเดียวก็คือขึ้นเยอะมากพอสมควร แน่นอนเกิดจากฟรีวีซ่าเกิดจากการลงทุนต่างๆของภาครัฐ เกิดจากการลงทุนทางบีโอไอที่มีตัวเลขมากมาย

นายกฯ กล่าวว่า ตัวเลขที่ออกมาถามว่าแล้วทำไมจีดีพีประเทศของเราโตขึ้นน้อย เทียบกับอาเซียนรั้งท้ายเขาเลย จริงๆ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเราไม่ค่อยมีการลงทุนในภาคของอุตสาหกรรมใหม่ๆ การเตรียมตัวของเรายังไม่ทัน ที่ตนพูดในหลายหลายเวทีว่าคนไทยมีศักยภาพอีกมาก รอแค่โอกาสเท่านั้น รอแค่การลงทุน รอแค่การเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพัฒนาทักษะของคนหรืออุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่ประเทศต้องสนับสนุนต่อไป 

อย่างเรื่องของอุตสาหกรรมใหม่ที่พูดถึงเซมิคอนดักเตอร์ การผลิตรถอีวีต่างๆ การจัดเตรียมบุคลากรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมในอนาคตต้องมี อย่างประเทศมาเลเซียเองก็มีการเตรียมตัวในเรื่องการทำเซมิคอนดักเตอร์มานานแล้วและอย่างประเทศเวียดนามมีการฝึกฝนเรื่องการเขียนซอฟต์แวร์มาเป็นระยะเวลาสักพักนึงแล้วเหมือนกัน อันนี้คือรัฐบาลลงทุนอย่างจริงจังในการทำสิ่งนี้ และมีภาคเอกชนช่วยกันหาความรู้และทักษะเฉพาะเพื่อผลักดันให้พร้อมกับอุตสาหกรรมในอนาคตต้องมี ซึ่งของเราเองยังไม่ได้มีในเรื่องตรงนี้อย่างจริงจังมาก เราเพิ่งพูดถึงการพัฒนาทักษะเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง ซึ่งก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องทำต่อ เวลาผ่านไปเป็น 10 ปีเราจะไม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเราเลยหรือธุรกิจเราเลยก็จะเป็นสิ่งที่จะตามคนอื่นไม่ทันอย่างแน่นอน 

และแน่นอนการลงทุนต่างๆภาครัฐลงทุนแล้ว ภาคเอกชนก็ต้องช่วยกัน อันนี้คือสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องดันจีดีพีประเทศขึ้นด้วยกัน ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเป็นคนดัน ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายจริงๆ เราก็อยากให้ SME ซึ่งเป็น 75% ของประเทศมีการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็ต้องอาศัยธนาคารพาณิชย์ต่างๆให้มีการปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนมากขึ้น เพื่อประชาชนจะได้นำเม็ดเงินตรงนี้ไปพัฒนาอุตสาหกรรมของตนเองเดิมที่มีอยู่แล้ว ไม่ต้อง เป็นอุตสาหกรรมในอนาคตก็ได้ถ้าเราปล่อยสินเชื่อมันต้องได้ผลักดันจีดีพีแน่นอนอันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆและก็ต้องทำ

นายกฯ กล่าว่า พอรัฐบาลชุดนี้เข้ามาทำงาน ตอนนี้ตนนั่งเป็นนายกฯประมาณ 5-6 เดือน เราก็ดูในเรื่องของงบประมาณซึ่งค่อนข้างฟิตมากๆมีจำกัดมากๆ งบฯส่วนใหญ่ที่รัฐได้มาก็จะถูกนำไปใช้จ่ายกับเรื่องของงบประจำ ซึ่งอันนี้เองตนก็พยายามที่จะรัดเข็มขัดให้ดี เพราะไม่อยากจะให้มีการจ่ายงบฯประจำเพิ่มขึ้น เพราะพอเงินรายปีออกมาก็จ่ายเฉพาะสิ่งที่กำหนดไว้อยู่แล้ว ซึ่งก็อยากจะเอาเงินเหล่านี้เป็นการลงทุนของภาครัฐมากกว่า 

“ก็อย่าเพิ่งเสียกำลังใจในเรื่องของจีดีพี เพราะว่าอย่างที่เราโต 2.5 ก็แปลว่าเราโตขึ้นจากปีที่แล้วที่เป็น 2%  ก็เป็น 2.5 เป็นจีดีพีที่ขยับขึ้น และคิดแน่นอนว่าภายใต้การนำของรัฐบาลแบบนี้ พร้อมกันเอกชนที่ให้ความร่วมมือกัน จีดีพีมีโอกาสโตขึ้นสูงมากๆ ก็อย่าเพิ่งท้อใจ นี่เพิ่งต้นปี เราต้องร่วมมือกันทุกๆฝ่าย ปัญหาเหล่านี้ที่วันนี้เอามาเล่าให้ฟัง ก็อยากให้พี่น้องประชาชนเห็นว่าต้องอาศัยหลายๆสิ่ง หลายๆอย่าง ช่วยผลักดันจีดีพี ”นายกฯกล่าว

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนของรัฐบาลมองเห็นอะไร พร้อมที่รับมือกับเรื่องนี้อย่างไร แน่นอนเรามีการลงทุน ในภาครัฐที่เพิ่มมากขึ้นแน่นอนการหาเม็ดเงินใหม่ใหม่เข้ามาลงทุนอย่างที่เคยได้ยิน Google TikTok NVIDIA ซึ่งได้ยินชื่อกันอยู่แล้วที่ว่าจะมาลงทุนมากมายในประเทศ คือบีโอไอในปี 2567 มีต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทยกว่า 1 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในรอบ 10 ปีซึ่งต้องชื่นชมทางบีโอไอด้วยประสานงานกับทางรัฐมาตลอดเวลาที่ไปเมืองนอกจะเห็นเลยว่าเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าเราจะคุยกับใครและจะดึงใครบ้างมาลงทุน

นายกฯ กล่าวว่า อย่างล่าสุดที่ตนเข้าร่วมประชุม World Economic Forum ปี 2025 หรือ WEF 2025 เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส เมื่อเดือนม.ค.เขาถามจะมั่นคงอย่างไร 

“ดิฉันได้ให้ความมั่นใจเลยว่าเราจะทำเรื่องนี้เต็มที่ ผลักดันเรื่องการลงทุน ดิฉันต้องอยู่ครบเทอม เพื่อผลักดันการลงทุน เพื่อเป็นการบอกให้เขามั่นใจว่า เราไม่ได้จู่ๆจะเปลี่ยนอีกนะ เอะอะยุบสภากันนะ เกมการเมืองเป็นเรื่องหนึ่ง แต่ว่าคนที่ได้ผลกระทบคือประชาชนและประเทศชาติ อันนี้เป็นสิ่งที่เมื่อเป็นนายกฯต้องตระหนักเรื่องนี้ หนักแน่นเข้าไว้ในทุกๆเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเราหนึ่งคนเล่นเกมการเมืองทุกอย่างที่คุยไว้ ไม่มีใครเขาเชื่อแล้ว จบ การลงทุนทุกอย่างจะผลักดันได้ยาก” นายกฯ กล่าว

นายกฯ กล่าวอีกว่า แต่ข้อดีของเราหลายๆเรื่องคือ การมาตั้งโรงงานที่เราการใช้พื้นที่ในประเทศไทยประหยัดคอร์ตกว่าประเทศอื่นๆ ในประเทศเพื่อนบ้านเรา สมมุติถ้าเขาจะไปตั้งโรงงานฐานการผลิตที่สิงคโปร์ การจ้างงานเขาก็แพงกว่าเรา การใช้พื้นที่ต่างๆก็แพงกว่า อันนี้คือด้านภูมิศาสตร์ที่เรามีอยู่แล้วและแข็งแรงอยู่แล้ว ก็ขอยกตัวอย่างอุตสาหกรรมที่จะมาลงทุนในบ้านเราตอนนี้ก็จะมีอุตสาหกรรมด้านดิจิทัล เซมิคอนดักเตอร์ ยานยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์อีวีซึ่งอันนี้เน้นมาก เพราะโรงงานที่มีอยู่แล้วในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นของญี่ปุ่นเองของจีนเองเขาก็เริ่มรถยนต์ปกติให้มาเป็นอีวี บางทีก็เป็นฮาร์ตบิดก่อน และมีอุตสาหกรรมในเรื่องของพลังงานซึ่งทั่วโลกก็จะพิจารณาด้วยว่าการที่เราใช้พลังงานเยอะเราต้องรู้จักพลังงานสะอาดคือต้องรักษ์โลกไปด้วย พร้อมกับพัฒนาโลกไปด้วย ทุกอย่างต้องบาลานซ์กันให้ได้ จุดนี้ก็สำคัญมากช่วงเรื่องของพลังงานก็จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากในอนาคต

นายกฯกล่าวว่า ถามว่าลงทุนแล้วประเทศได้อะไร แล้วคนที่อยู่ไกลคิดว่าการลงทุนแล้วมาเกี่ยวอะไร ซึ่งจะเกิดการจ้างงานที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นการถูกจ้างงานต่อไปค่าแรงก็แพงขึ้นการได้รับรายได้จากตรงนี้ก็จะสูงมากขึ้นอันนี้คือการดูแลภาพใหญ่ในภาพรวมทั้งหมดเพราะฉะนั้นเวลาที่บริษัทต่างประเทศเอาเงินมาลงทุนไม่ได้แค่ว่าจีดีพีประเทศขยับซึ่งก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งแต่ลงไปถึงรากเล็กๆคนเล็กๆ เพราะฉะนั้นได้ทั้งระบบจริงๆบางคนคิดว่าฉันไม่มีทักษะการที่จะทำอุตสาหกรรมเหล่านี้ทำอย่างไร ซึ่งได้คุยกันไว้หมดแล้วว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้จะมีการพัฒนาทักษะของคนด้วย ใช่ในวันนี้เราอาจจะยังไม่มีทักษะมากพอ ตนก็เน้นเรื่องของการศึกษา การเพิ่มโอกาสให้กับเด็กๆในการเรียนต่ออย่างที่เคยพูดไปแล้วไม่ว่าจะเป็นทุนการศึกษา”หนึ่งอำเภอ หนึ่งทุน(ODOS) ให้เด็กๆได้ไปเรียนรู้ในด้านอุตสาหกรรมในอนาคต ในด้านของเทคโนโลยีที่ของเรายังขาดตรงไหนบ้างก็เพิ่มโอกาสการศึกษาขึ้น รัฐบาลก็ต้องสนับสนุนก่อนว่า เด็กๆให้เป็น Thailand Zero Dropout ไม่มีใครออกนอกระบบการศึกษาให้ทุกคนกลับเข้ามาในระบบการศึกษาเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับตัวเองเพิ่มโอกาสในการหารายได้ เพิ่มโอกาสในการถูกจ้างงานในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องให้เด็กๆกลับเข้ามาในการศึกษามีการศึกษาที่ดีไว้เพื่อรอโอกาสที่กำลังจะมาถึง เพื่อเป็นทุนของประเทศ 

รวมถึงการเรียนในสาขาที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยุคใหม่ เช่น สาขาเทคโนโลยีการบรรจุ (Packaging Technology) วิศวกรรมยานยนต์ หรือวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและโอกาสการจ้างงานในอนาคต

นายกฯ กล่าวว่า เรื่องของการเกษตร ซึ่งเกษตรกรไทยมีประมาณ 10 ล้านคนในประเทศของเรา พื้นที่เกษตรมี 47 เปอร์เซ็นต์ นั้นแปลว่าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นพื้นที่การเกษตรแต่รายได้เหล่านี้มีผลแค่ 9% ของจีดีพี คือน้อยมาก แปลว่าเกษตรกรทำงานหนักได้เงินน้อย อันนี้คือสิ่งที่อยากเปลี่ยน อยากจะเปลี่ยนแบบหลับตาแล้วเปลี่ยนเลยมากแต่มันมีกระบวนการที่มันเยอะมากที่ต้องทำ อธิบายให้ฟังก่อน ข้าวตอนนี้หลายๆประเทศส่งออกกันเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นทำให้ราคาทั่วโลกตกลง ซึ่งได้มีการเรียกประชุมแล้วทั้งรัฐมนตรีพาณิชย์และรัฐมนตรีเกษตรเพื่อที่จะปรึกษากันในเรื่องนี้ และได้ออกมาตรการไปเรียบร้อยแล้วที่จะช่วยเหลือพี่น้องชาวนา เอาจริงๆว่าเข้าใจทุกอย่างว่า พอเมื่อทุกประเทศส่งออกราคามันตก ใช่เป็นภาพรวมแล้วราคาตก แต่จริงๆแล้วกระทบไปถึงเกษตรกรตัวเล็กๆที่เขาก็ขายได้น้อยลง เงินในกระเป๋าเขาก็น้อยลง เพราะฉะนั้นอะไรที่ทำได้ก็อยากรีบทำ ซึ่งก็ได้ดำเนินการแล้ว เรียกประชุมแล้วทุกคนก็มีทางออกให้ เพราะฉะนั้นมั่นใจได้ว่า สินค้าตรงนี้จะราคาเพิ่มขึ้น

นายกฯ กล่าวว่า แต่อย่างหนึ่งที่ต้องทำต่อไป นั้นคือการวิจัยต่างๆ นอกเหนือการส่งออกที่รัฐบาลต้องหาตลาดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งทำอยู่แล้วและทำแน่ ในการพัฒนาพันธุ์ข้าว พัฒนาพันธุ์พืชต่างๆ พัฒนาในการเรื่องการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เพื่อส่งออกเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีมากขึ้น
ร่วมถึงเรื่องของผลไม้ พืชเศรษฐกิจใหม่ ไทยเป็นผู้ส่งออกสำคัญของโลกทั้งทุเรียน ลำไย มังคุด มะม่วง ซึ่งต่างชาติชอบมาก แต่ว่าตอนนี้เองทุกๆประเทศ พยายามผลิตแข่งขันกับเรา นั้นไม่แปลกเลย ของเรามีอะไรดีแน่นอนทุกคนแข่งขัน เพราะฉะนั้นเราจะหยุดในเรื่องของการพัฒนาตัวเองไม่ได้ โดยเรามีความตั้งใจที่อยากจะเปลี่ยนผลไม้ไทยให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้นเหมือนที่ทำไวน์ฝรั่งเศสทำไมขายไวน์ขวดละเป็นแสนได้และตอนนี้เรากำลังนิยมเรื่องของการปลูกชา กาแฟ หรือการปลูกพืชทดแทน รัฐบาลเองก็อยากให้ปลูกกาแฟหลายพันธุ์มากขึ้น เฉพาะของประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น

นายกฯ ยังกล่าวว่า ได้มีโอกาสไปลงพื้นที่ตรวจราชการที่ภาคใต้ ชาวบ้านบอกว่าสมัยที่นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯเคยให้งบประมาณ 700 ล้านบาท เพื่อสร้างสะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ที่จ.พัทลุง ลูกมาแล้ววันนี้ให้งบฯอีกแน่นอน ชาวบ้านน่ารักมาก ความจริงแล้วทุกจังหวัด ทุกที่ รัฐบาลต้องดูแลอยู่แล้ว ตนเป็นนายกฯไม่เลือกว่าจังหวัดไหนคุณพ่อเคยทำหรือไม่ ไม่เกี่ยวกัน ทุกที่ ทุกจังหวัดคือประเทศไทย เพราะฉะนั้นนายกฯจะต้องดูแลประเทศไทยให้ดีที่สุด อันนี้คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้น ไม่มีข้อต่อรอง

นายกฯกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันจีดีพี ซึ่งเพิ่งเริ่มต้นเดือนที่ 2 เอง รัฐบาลผลักดันต่อแน่นอน เพื่อให้จีดีพีของประเทศเพิ่มมากขึ้น จีดีพีเพิ่มขึ้นนั้นแปลว่าเงินในกระเป๋าของประชาชนเพิ่มขึ้นด้วย อันนั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ตัวเลขเหล่านี้เพื่อให้ประเทศอื่นๆจะได้ดูด้วยว่าประเทศไทยมีคุณภาพ มีศักยภาพขึ้นแล้วจีดีพี ช่วงนี้ที่ไม่ได้ขึ้นมานานก็ขึ้น กำลังค่อยๆไปต่อ ตนก็อยากทำให้ขึ้นแบบก้าวกระโดด ก็อยากอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อที่จะได้มีจีดีพีเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด คิดว่าจริงก็เป็นไปได้ แน่นอนรัฐบาลอยากให้พี่น้องทุกคนรวยๆ จะได้จับจ่ายใช้สอยให้เกิดประโยชน์กับประเทศด้วย เพราะฉะนั้นวินวินแน่นอน 

นายกฯ กล่าวว่า ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชน ก็ขอกำลังใจเยอะๆบางทีก็มีท้อบ้าง แต่ว่าไม่ท้อนานแน่นอน สู้ค่ะ ยังไงก็ตามประเทศยังต้องการพัฒนา การผลักดันอีกเยอะ คนยังต้องการการสนับสนุนอีกเยอะ ตนเองวันนี้ที่มีโอกาสเป็นนายกฯจะทำหน้าที่เต็มที่ที่สุด เพราะฉะนั้นปีแห่งโอกาส ทุกคนต้องมีความหวังและต้องได้รับโอกาสแน่นอน