ประชุมวุฒิสภาเดือด! สว.ก๊วนน้ำเงินชงญัตติถล่ม "ดีเอสไอ" ยับ
ประชุมวุฒิสภาเดือด! สว.ก๊วนน้ำเงินชงญัตติถล่ม "ดีเอสไอ" ยับ ปูดโพยใหม่ 21+24 แต่ดีเอสไอเลือกปฏิบัติไม่ตรวจสอบ ฉะหยุดสะเออะจุ้นสอบคดีฮั้วเลือกสว. อ้างไม่มีหน้าที่ ไล่ “ทวี” ไปตรวจสอบเงินสีเทาในคุก แดนละ 20 ล้าน
เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณาญัตติเสนอให้วุฒิสภาพิจารณาด้านกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่เสนอโดยพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว.สายสีน้ำเงิน โดยบรรยากาศการอภิปรายเป็นไปอย่างเข้มข้น สว.สายสีน้ำเงินต่างขึ้นมาอภิปรายถล่มการทำงานของดีเอสไออย่างดุเดือดในกรณีจะพิจารณารับคดีเลือกสว.ปี2567 เป็นคดีพิเศษ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษอภิปรายว่า การทำงานของดีเอสไอในคดีเลือกสว.มีการล็อคเป้าหมายอ้างว่ามี สว. 138คน มุ่งเป้าสว.สีน้ำเงิน เคยได้ยินทฤษฎีศูนย์มีค่ามากกว่าหนึ่งหรือไม่ นักคณิตศาสตร์ยังคิดไม่ได้ แต่นักเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไทยคิดได้ ทำให้ศูนย์มีค่ามากกว่าหนึ่ง ได้จำนวนสว.มาแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีสว.เข้าพักที่โรงแรมใกล้อิมแพคเมืองทองธานี ปิดห้องประชุมลับ 400คน แจกจ่ายเอกสารหมายเลขที่ใช้เลือก ทำเป็นขบวนการตั้งแต่ระดับจังหวัด อธิบดีดีเอสไอทราบข้อมูลหรือไม่ มีข้อมูลเป็นคดีพิเศษหรือไม่ จากการดำเนินงานได้ตัวเลขคือ 21+24 คล้ายตัวเลข138+2 ตัวเลขชุดนี้เป็นอั้งยี่หรือไม่ เห็นว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ การที่ดีเอสไอให้บอร์ดดีเอสไอให้สิทธิพิเศษฮั้วเลือกตั้งสว. เป็นการก้าวก่าย เข้าข่ายล้มการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
นางอัจฉรพรรณ หอมรส สว. อภิปรายว่า ดีเอสไอมัวแต่เน้นกลุ่มสว.138คน แต่ขอยกตัวอย่างโพยชุดหนึ่งที่เมืองทองธานี ถอดตัวเลขตามโพยออกมาเป็นสว. 8คน เป็นสว.สีขาว 7คน กับสว.สีน้ำเงิน 1คนที่ถูกพักปฏิบัติหน้าที่ โพยนี้ยืนยันว่า มีโพยสว.ทุกคน เพราะต้องกาหลายเบอร์ จึงจำเบอร์ไม่ได้ และกกต.เองก็แนะนำให้เขียนตัวเลขเข้าไปในห้องลงคะแนนได้ แต่ดีเอสไอกลับเลือกปฏิบัติ
นายชินโชติ แสงสังข์ สว.อภิปรายว่า ขอฟันธงว่า ถ้าวันที่ 6 มี.ค.นี้ ดีเอสไอรับคดีเลือกสว.มาทำ แสดงว่ามีวาระซ่อนเร้น รับใช้กลุ่มการเมือง การเลือกสว.ไม่ใช่หน้าที่ดีเอสไอ เป็นหน้าที่กกต.จะทำงานช้า ผิดพลาด ก็ไปฟ้องกกต.ละเลยปฏิบัติหน้าที่ ถ้าดีเอสไอทำเรื่องเลือกตั้งเองก็เอายางลบลบองค์กรอิสระออกจากสารบบได้เลย ต่อแต่นี้ดีเอสไอจะต้องรับทุกเรื่อง ตนไม่มีอคติ แต่ดีเอสไอเล่นการเมืองมากเกินไป ดีเอสไอไม่มีหน้าที่เรื่องนี้ อย่าสะเออะ
นายอลงกต วรกี สว. อภิปรายว่า เป็นสว.สีน้ำเงินและสีเหลือง ที่จงรักภักดี หากผู้ใดไม่ใช่ถือเป็นสว.กลุ่ม21 พวกปลาหมอคางดำ ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีบัญชีหลักฐานว่า กลุ่มเหล่านี้ มีทั้งหมด 11+3 ล้มล้างการปกครองฯ มาตรา112 ในการแก้รัฐธรรมนูญ ถ้าอยากได้ข้อมูลมาเอาที่ตน กรณีดีเอสไอจะรับคดีเลือกสว.เป็นคดีพิเศษ อ้างใส่เสื้อเหลืองไปในวันเลือกสว.ที่เมืองทองธานี และวันรายงานตัวที่สำนักงานกกต. เป็นพวกอั้งยี่ซ่องโจร ถ้าเป็นเช่นนั้นคนใส่เสื้อเหลืองคงเป็นอั้งยี่ซ่องโจรทั้งประเทศ จากการศึกษารายงานคณะ กรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม สภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่ศึกษาพ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ.2547 ผลการศึกษาพบว่า การทำหน้าที่ดีเอสไอซ้ำซ้อนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สร้างความแตกแยกในสังคม เพราะถูกนักการเมืองใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งทางการเมือง จึงมีข้อเสนอย้ายดีเอสไอไปสังกัดสำนักงานอัยการสูงสุด กระบวนการยุติธรรมไม่ควรอยู่ใต้บังคับบัญชารมว.ยุติธรรม ขณะที่การรับฟังความเห็นประชาชนตามรายงานดังกล่าว ถึงขั้นเสนอให้ยุบดีเอสไอ
นายสิทธิกร คงยศ สว. อภิปรายถึงขบวนการหากินกับคุกว่า มีความไม่เท่าเทียมกันในเรือนจำ ยุคพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรมว.ยุติธรรม ได้รับข้อมูลจากผู้หวังดีเสนอข้อมูลราชทัณฑ์มาให้ มีตัวละครชื่อ สมเด็จในเรือนจำคือ คนที่มีพรรษาในการติดคุก เป็นมือไม้ให้เจ้าหน้าที่ทุจริต เมื่อมีนักโทษเข้าเรือนจำและปรับตัวได้ จะมีลูกน้องมาบอกจะอำนวยความสะดวกให้ พาไปพบสมเด็จอำนวยความสะดวกในการอยู่กินในเรือนจำ ปกติเรือนจำจะให้ญาติฝากเงินให้ผู้ต้องขัง 9,000บาท แต่หากผ่านสมเด็จจะได้อภิสิทธิฝากเงินไม่อั้น แต่ต้องโอนผ่านบัญชีม้าของเจ้าหน้าที่ นมกล่องเท่ากับเงิน 10บาท กาแฟซองแทนเงิน 100บาท สามารถเล่นพนันในเรือนจำ โดยมีนมกล่อง กาแฟซองแทนชิปเล่นพนัน ขณะที่ฤดูกาลย้ายแดนนักโทษ หากผ่านสมเด็จจะได้รับการอำนวยความสะดวก ไม่ต้องย้าย หากต้องการป่วยทิพย์ให้โอนเงินผ่านบัญชีม้าให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกป่วยทิพย์ เงินหมุนเวียนสมเด็จแต่ละแดน เฉลี่ย 10-20ล้านบาท พ.ต.อ.ทวีทราบเรื่องเหล่านี้หรือไม่ หลังจากสว.อภิปรายครบถ้วนแล้ว นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานการประชุมแจ้งว่าจะส่งข้อเสนอแนะให้ ครม. และคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบ และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา พิจารณาต่อไป.
z-z1603487247937.jpg)