닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy2444

“พิธา” หยอดทุกดอก ถามชาวบางแสนหรือบางส้ม เล่นมุก ไม่ได้หนีร้อนหรือหนีรัก! แต่หนีหิมะมาหา ปลุกกระแส “คลื่นสีส้ม” ถล่มชลบุรี ประกาศภารกิจใหญ่ “ล้มยักษ์” ยึดเก้าอี้ รมว.แรงงาน มาเป็นของ ปชน. ลั่นครั้งนี้ต้องยกจังหวัด 10 เขต ส่ง “เท้ง” เข้าทำเนียบฯ เปลี่ยนประเทศ


วันที่ 27 ม.ค. 2569  ที่หน้าศาลเจ้าพ่อแสน หาดบางแสน จ.ชลบุรี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงประชาชน ขึ้นปราศรัยบนรถแห่ ช่วยผู้สมัคร สส.ชลบุรี พรรคประชาชน หาเสียง

โดยนายพิธา ทำสัญลักษณ์เป็นรูปหัวใจให้กับผู้มาฟังการปราศรัย ก่อนจะกล่าวด้วยเสียงออดอ้อนว่า “นี่บางแสน หรือบางส้มเนี่ย“ 

นายพิธา กล่าวต่อว่า วันนี้กลับมาหาเสียงอีกครั้งด้วยความทรงจำที่มีร่วมกันกับชาวชลบุรี คลิปทะเลดาวอยู่ที่บางแสน มาทางนี้ไม่ได้หนีร้อนหรือหนีรัก แต่หนีหิมะมา ก่อนหน้านี้ตนไปทัวร์ยุโรปมา ในแต่ละที่ ได้พบปะชาวไทยจำนวนมาก มีการพูดคุยถึงอนาคตประเทศไทยในแต่ละเมือง มีการพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในฮอลลีวูด  รวมทั้งการประสานระบบราชการที่จะต้องลดการใช้ดุลยพินิจลง การเพิ่มความโปร่งใส โดยใช้เทคโนโลยี เพื่อทำให้เรื่องเทาๆหายไปได้ โดยมีการพูดหลากหลายประเด็น ทั้งระบบสาธารณสุข สวัสดิการแรงงาน และการท่องเที่ยว 

นายพิธา ระบุว่า ตนเกือบได้ไปหาชาวไทยที่ฟินแลนด์ เพื่อพูดคุยกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานไปเก็บเบอร์รี่ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีเชิญทูตฟินแลนด์เข้ามาสอบถามว่าเกิดเหตุการณ์หลอกแรงงานไทยในฟินแลนด์ได้อย่างไร ตนไม่แน่ใจว่าในประเทศไทยนั้นมีไทยเทาๆ ที่ค้ามนุษย์ไปจากเมืองไทย เห็นมีตัวเลขเงินเทาเข้ามาเกี่ยวข้อง วงเงิน 36 ล้านบาท มีข่าวเริ่มออกเมื่อวานนี้ ซึ่งตนเดินทางไปเจออดีตนายกฟินแลนด์  แล้วได้สอบถามคนไทยที่นั่นพบว่าเกิดปัญหาขึ้นจริงและมีการฟ้องร้องที่ฟินแลนด์ ว่าบริษัทที่ว่าจ้างล้มละลาย ทำให้แรงงานไทยที่ขอนแก่นได้รับการเยียวยา พรรคประชาชนไม่ได้ดูแลแรงงานเฉพาะในประเทศไทย 

”เขา (ผู้สมัครเขต 1 ชลบุรี พรรคประชาชน) จะมาล้มยักษ์ ล้มรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีแรงงานเป็นของพรรคประชาชนให้ได้ อ้าว พี่น้องแรงงานขอเสียงหน่อยเร็ว“ 

นายพิธา กล่าวต่อว่า สิ่งที่คราวที่แล้วยังทำไม่ได้คือยกจังหวัดชลบุรี 10 คน 10 เขต คราวที่แล้ว 430,000 คะแนนได้ สส.บัญชีรายชื่อ ใช้เสียง 77% สูงกว่าค่าเฉลี่ย ครั้งนี้อย่าให้คนชลบุรีผิดหวัง ต้องมาใช้เสียงให้ถล่มทลาย และปล่อยพลังวันนี้ให้คลื่นที่อยู่ด้านหลังจากบางแสน
เป็นคลื่นแห่งความหวังทั่วชลบุรี พัดไปถึงเขตทุกเขต รวมถึงเขต 4-5-7 ที่คราวที่แล้วยังไม่ได้ ได้ทั้ง 10 คน 10 เขต ส่งนายกฯ เท้ง เข้าทำเนียบรัฐบาล แล้วมาเปลี่ยนชลบุรีไปด้วยกัน

จากน้้น นายพิธา และผู้สมัคร สส. พรรคประชาชนของจังหวัดชลบุรีร่วมกันถ่ายภาพทะเลดาวกับชาวชลบุรีที่มาฟังการปราศรัย ที่มากันอย่างเนืองแน่นริมชายหาดบางแสน 

“พิธา” ประกาศลั่นยึดชลบุรียกจังหวัด! เมิน “สุชาติ” ออกโรงเอง บ้านใหญ่รวมตัว บอกจะรวมกัน บ้านใหญ่-บ้านใหม่ แต่เราขอขึ้นคอนโดดีกว่า ลั่นไม่เสียสมาธิวาทกรรม หน้านิ่งไร้คำฝากถึง “ชูวิทย์” ลั่น ไม่ชอบเราทุกอย่าง แต่ถ้าไม่อยากอยู่แบบเดิมต้องมาสีส้ม

ต่อมา นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคปชน. ให้สัมภาษณ์ถึงการหาเสียงที่จังหวัดชลบุรี ว่า คึกคักเหมือนเดิม แต่ต้องคึกคักมากกว่าครั้งที่แล้ว ครั้งที่แล้ว 430,000 คะแนน ได้มา 7 เขต จาก 10 เขต ก็หวังว่าวันนี้จะมาปลุกพลังที่บางแสน ส่งคลื่นแห่งความหวัง ไปให้ได้เขตที่ครั้งที่แล้วไม่ได้อยากได้ยกจังหวัด

เมื่อถามว่าเขตที่น่ากลัวที่สุดคือเขตหนึ่งใช่หรือไม่   นายพิธา กล่าวว่า เราไม่ได้คิดอะไรเลย เราเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง มีสมาธิ นายวรท ศิริรักษ์ ผู้สมัครเขตหนึ่ง ก็ทำงานในพื้นที่มาตลอด เพราะฉะนั้น ไม่ได้มีความกังวลเขตใดเป็นพิเศษ มาครั้งนี้ก็คงมองเป็นภาพใหญ่อย่างเดียว ว่าต้องยกจังหวัดให้ได้ เพราะครั้งที่แล้วพลาด 3 ได้มาแค่ 7 เขต ครั้งนี้ต้องกาเพื่อเปลี่ยนยกจังหวัดชลบุรีให้ได้ เพราะเรื่องเกี่ยวกับแรงงาน ประกันสังคม สิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ สส.ทุกคนได้พิสูจน์แล้ว 

“นอกจากอดีต สส.บัญชีรายชื่อ อย่างคุณไอซ์คุณโรม คนที่ดูแลเรื่องแรงงานมาก่อน และ สส.เขตเหมือนตอนพรรคก้าวไกล แล้วก็มีปีกแรงงานเป็นของตัวเอง เพราะฉะนั้น ตอนก้าวไกลถ้าเราตั้งรัฐบาลสำเร็จ ตอนนี้กระทรวงแรงงานเป็นอีกกระทรวงหนึ่งที่เราอยากได้ แต่ครั้งนี้เท่าที่ตอนเช้าคุยกับคน ก็จะมีคำถามว่าทำไมผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลไม่ตรงกัน คราวนี้ต้องบอกเขาว่าถ้าอยากให้ผลการเลือกตั้งกับการตั้งรัฐบาลตรงปก ก็ต้อง 10 คน 10 เขต ชลบุรีมาใช้สิทธิ์กัน 77% ไม่พอ ต้องมากกว่าคราวที่แล้วให้ได้” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่ารอบนี้บ้านใหญ่รวมตัวกันกังวลหรือไม่ว่าจะสู้ยากขึ้น  นายพิธา ย้อนถามสื่อว่า คราวที่แล้ว ปี 2566 คุณก็ถามผมแบบนี้ มันก็เป็นอย่างนั้น 

“ผมคิดว่าไม่มีอะไรที่ใหญ่ไปกว่าประชาชนแน่นอน เขาสามารถที่จะแบ่งทีมกันได้ บ้านใหญ่บ้านใหม่ เราขึ้นคอนโดทีเดียวไปเลยดีกว่า อย่างที่บอก ถ้าประชาชนมาใช้สิทธิ์เยอะกว่าคราวที่แล้ว มันมีใครใหญ่กว่าประชาชนไปได้ อยากให้ประชาชนชาวชลบุรีทำลายสถิติมาใช้สิทธิ์ให้เยอะกว่าคราวที่แล้ว” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่าครั้งนี้นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงด้วยตัวเอง   นายพิธา กล่าวว่า ไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใด ไม่เสียสมาธิกับการลงพื้นที่ การเมืองไทยในอดีตถ้าจะให้มันเหมือนเดิมก็เป็นอย่างนี้ทุกจังหวัด  เพราะฉะนั้น คำตอบก็ออกมาในรูปแบบเดียวกันว่า ใครจะทำอะไรก็เรื่องของเขา แต่เราโฟกัสที่ตัวของเรา แล้วเราจะไม่เสียสมาธิช่วงโค้งสุดท้าย

เมื่อถามว่ามีการใช้วาทกรรมเดิมๆ เช่น ไม่เลือกเราเขามาแน่  นายพิธา ย้ำว่า ไม่เสียสมาธิเช่นเดียวกัน 

“พาดหัวข่าวของที่นี่คือผมจะยกจังหวัด เพราะฉะนั้น ผมไม่เสียสมาธิกับวาทกรรมต่างๆในช่วงนี้แน่นอน เพราะพาดหัวก็คือยึดจังหวัดชลบุรี” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่าปรากฎการณ์รอบนี้ พรรคประชาชนโดนรุมกินโต๊ะ มองอย่างไร  นายพิธา กล่าวว่า ประชาชนทำเต็มที่ตามแผนยุทธศาสตร์ที่ได้วางไว้ แผนการบริหารแคมเปญ ยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติการ ถ้ากลยุทธ์เป็นไปตามที่เราวางเอาไว้ ที่เหลือก็จะเกิดอะไรขึ้น ก็เป็นสิ่งที่เราไม่ต้องกังวล

เมื่อถามว่าตัวเลขที่แกนนำพรรคประเมินไว้มากกว่าเดิม 30 เก้าอี้ เป็นไปได้หรือไม่ นายพิธา กล่าวว่า จะเป็นแบบนั้นได้ หากตอบไปจะครอบงำพรรค แต่ส่วนตัวตามสถิติ ชลบุรีครั้งที่แล้วมีคนมาใช้สิทธิ์ 77% แสดงว่า 23% ไม่มีคนมาใช้สิทธิ์เป็น แสนคน เขาอาจจะมีภารกิจอาจจะต้องเปิดร้านอาหาร คนพวกนี้ ตนอยากจะเชิญชวนเข้ามา รวมทั้งคนที่ยังไม่ตัดสินใจหากเกิน 10% ก็หลายแสนเหมือนกัน 

“ถึงแม้ว่าคุณจะไม่ได้ชอบเราทุกอย่าง แต่ถ้าคุณไม่อยากอยู่แบบเดิม ก็ต้องมาทางสีส้ม สุดท้ายก็คือคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศปีละ 8 แสนคน ถ้า 3 ก้อนนี้มา อะไรก็เป็นไปได้” นายพิธา กล่าว

นายพิธา ยังระบุว่า จะได้ สส.มากหรือน้อยอยู่ที่พรรควางแผน ถ้าเป็นสมัยพรรคประชาชนตนตอบไม่ได้ แต่ถ้าเป็นสมัยพรรคก้าวไกล เราวางแผนยุทธศาสตร์ในการปรากฏตัว ในการคิดแคมเปญในการทำทุกครั้ง ที่เราแลนด์สไลด์ได้ทั้งหมดมีการวางแผนให้มันได้ วางไว้ 160 คน ได้ 151 คน เป็นการเมืองแบบแม่นยำ ตนก็ไม่แน่ใจว่าตอนนี้ พรรคประชาชนกำลังวางแผนแบบไหนอยู่

เมื่อถามว่ามีอะไรอยากจะฝากนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่  นายพิธา ตอบทันทีว่า ไม่มี 

เมื่อถามว่ากระแสปีนี้กับกระแสปี 2566 ต่างกันหรือไม่  นายพิธา ตอบว่ส ยังตอบไม่ได้ เดี๋ยวขอฟังเสียงปราศรัยก่อน