ปฏิญญาเขาใหญ่ คีย์แมนทรงอำนาจ
โพสต์เมื่อ : 29 ส.ค 2567 เวลา 9:43 น.
ประธานวุฒิสภาคนใหม่ สายสีน้ำเงินเข้มวางตัวนายมงคล สุระสัจจะ ดีกรีผ่านอธิบดีกรมการปกครอง รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ สว.เพื่อนร่วมรุ่นวปอ.ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจนไทย ไว้ใจ เชื่อใจมาก และข้าวนอกนาอยู่นอกขบวนสายสีน้ำเงิน นายบุญส่ง น้อยโสภณ อดีตกกต. เป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
โดยกลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ ส่งน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ขอท้าชิงตำแหน่งประธาน นายแล ดิลกวิทยรัตน์ สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
และสายสีเขียววางตัว นายนพดล อินนา สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 โดยหัวหน้ากลุ่มสีเขียวต้องการเช็กเสียงมีสว.ในกำมือเท่าไหร่ เพื่อคิดการใหญ่ทางการเมืองต่อไป
ที่เหลือนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ซึ่งเดินสายล็อบบี้ขอเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เริ่มฝ่อ หลังเคยถูกวอร์รูมสายสีน้ำเงินปล่อยชื่อให้ขึ้นเป็นประธานวุฒิสภาได้แค่วันเดียว โดยให้เหตุผล ตัวเต็ง
“มงคล-เกรียงไกร” มีบาดแผล แต่สุดท้ายเป็นบาดแผลแค่แมวข่วน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการก้าวขึ้นเป็นประมุขใหญ่
โดยตามขั้นตอนในวันที่ 23 ก.ค. พอเปิดประชุมปั๊บ เลขาธิการวุฒิสภา เทียบเชิญสว.ที่มีอายุสูงสุดเป็นประธานชั่วคราวเดินหน้าเลือกประธานวุฒิสภา และ 2 รองประธานวุฒิสภา
สว.1 คน เสนอชื่อได้ 1 คน โดยมีสว.รับรองไม่น้อยกว่า 10 คน ตามกติกาผู้ที่ถูกเสนอชื่อต้องแสดงวิสัยทัศน์ หากเสนอชื่อเดียวจบเกมทันที สว.ผู้นั้นได้รับเลือกไปโดยปริยาย
หากเสนอ 2 ชื่อ ต้องโหวตลับ ใครได้คะแนนสูงสุดถือเป็นผู้เข้าวิน ถ้าเสนอชิงชัยมากกว่า 2 ชื่อ ก็โหวตลับเช่นกัน ใครได้คะแนนสูงสุด และมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ถือเป็นผู้เข้าวิน ก่อนที่เลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ
แต่ฉากสายสีน้ำเงินยึดหัวหาดวุฒิสภาเล็กไปในบันดล เมื่อเกิดปฏิบัตการ “ปฏิญญาเขาใหญ่”ที่ Rancho Charnvee Resort & Country Club มีระดับคีย์แมนผู้ทรงอำนาจของประเทศ โดยบรรจงปล่อยภาพช็อตเด็ดก๊วนกอล์ฟพาวเวอร์ฟูล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ถอดสัญญาณการเมืองระดับประเทศ จากภาพเบลอให้คมชัดยิ่งกว่าจอแอลอีดีเสียอีก แค่เฉพาะ
การเลือกสว.สูตรพิสดารที่ผ่านมา ว่ากันว่าน้ำเงินขี่หลังแดง
แต่เห็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองแล้ว สะท้อนเบื้องหลังการถ่ายทำที่ว่ากันว่าระดับบิ๊กสองสีเจรจาเป็นภาษาดอกไม้ เปิดทางให้น้ำเงินวางงานเดินตามธง
“ครูใหญ่” มุดถ้ำพบ “นายใหญ่” โดยมีหนูทรงพลังนำทาง เป็นที่มาของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ ไม่ผ่านด่านเลือกสว.ระดับประเทศ เท่ากับหยุด “ระบอบทักษิณ” คืนชีพไปในตัว สะกัดค่ายส้มผงาดในวุฒิสภา
ภาพใหญ่หลังบ้านแดง และน้ำเงินแตะมือกัน ฉากหน้าปะฉะดะในประเด็นปีกย่อย ทั้งเอากัญชากลับเข้าคอกบัญชียาเสพติด เลือกนายกอบจ.ปทุมธานี ยืนอยู่คนละมุม
และภาพประวัติศาสตร์ยังมองทะลุเห็นอนาคตของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่สมควรอยู่ในตำแหน่งต่อ เพื่อกรุยทางให้ทายาทตระกูลชินสู่เป้าหมาย โดยรอนายทักษิณที่กำลังกระโดดลงมาคลุกวงในทางการเมืองเต็มตัวในเดือนส.ค.นี้
แต่ข่าวล่ามาแรงมีโอกาสโลดแล่นตามสไตล์ที่ถนัดก่อนไทม์ไลน์ทางการ ตามลุ้นปลายเดือนก.ค.รู้กันว่าย่นเวลาหลุดบ่วงการเมือง จากเงื่อนไขพิเศษ จากปัจจัยอะไร !?
โดยกลุ่มสว.พันธุ์ใหม่ ส่งน.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ขอท้าชิงตำแหน่งประธาน นายแล ดิลกวิทยรัตน์ สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 นางอังคณา นีละไพจิตร สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 2
และสายสีเขียววางตัว นายนพดล อินนา สว. ชิงรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 โดยหัวหน้ากลุ่มสีเขียวต้องการเช็กเสียงมีสว.ในกำมือเท่าไหร่ เพื่อคิดการใหญ่ทางการเมืองต่อไป
ที่เหลือนายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม สว. ซึ่งเดินสายล็อบบี้ขอเป็นรองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 เริ่มฝ่อ หลังเคยถูกวอร์รูมสายสีน้ำเงินปล่อยชื่อให้ขึ้นเป็นประธานวุฒิสภาได้แค่วันเดียว โดยให้เหตุผล ตัวเต็ง
“มงคล-เกรียงไกร” มีบาดแผล แต่สุดท้ายเป็นบาดแผลแค่แมวข่วน ไม่เป็นอุปสรรคต่อการก้าวขึ้นเป็นประมุขใหญ่
โดยตามขั้นตอนในวันที่ 23 ก.ค. พอเปิดประชุมปั๊บ เลขาธิการวุฒิสภา เทียบเชิญสว.ที่มีอายุสูงสุดเป็นประธานชั่วคราวเดินหน้าเลือกประธานวุฒิสภา และ 2 รองประธานวุฒิสภา
สว.1 คน เสนอชื่อได้ 1 คน โดยมีสว.รับรองไม่น้อยกว่า 10 คน ตามกติกาผู้ที่ถูกเสนอชื่อต้องแสดงวิสัยทัศน์ หากเสนอชื่อเดียวจบเกมทันที สว.ผู้นั้นได้รับเลือกไปโดยปริยาย
หากเสนอ 2 ชื่อ ต้องโหวตลับ ใครได้คะแนนสูงสุดถือเป็นผู้เข้าวิน ถ้าเสนอชิงชัยมากกว่า 2 ชื่อ ก็โหวตลับเช่นกัน ใครได้คะแนนสูงสุด และมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกที่มาประชุม ถือเป็นผู้เข้าวิน ก่อนที่เลขาธิการวุฒิสภามีหนังสือแจ้งนายกรัฐมนตรี เพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ
แต่ฉากสายสีน้ำเงินยึดหัวหาดวุฒิสภาเล็กไปในบันดล เมื่อเกิดปฏิบัตการ “ปฏิญญาเขาใหญ่”ที่ Rancho Charnvee Resort & Country Club มีระดับคีย์แมนผู้ทรงอำนาจของประเทศ โดยบรรจงปล่อยภาพช็อตเด็ดก๊วนกอล์ฟพาวเวอร์ฟูล นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายสารัชถ์ รัตนาวะดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน)
ถอดสัญญาณการเมืองระดับประเทศ จากภาพเบลอให้คมชัดยิ่งกว่าจอแอลอีดีเสียอีก แค่เฉพาะ
การเลือกสว.สูตรพิสดารที่ผ่านมา ว่ากันว่าน้ำเงินขี่หลังแดง
แต่เห็นภาพประวัติศาสตร์การเมืองแล้ว สะท้อนเบื้องหลังการถ่ายทำที่ว่ากันว่าระดับบิ๊กสองสีเจรจาเป็นภาษาดอกไม้ เปิดทางให้น้ำเงินวางงานเดินตามธง
“ครูใหญ่” มุดถ้ำพบ “นายใหญ่” โดยมีหนูทรงพลังนำทาง เป็นที่มาของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ ไม่ผ่านด่านเลือกสว.ระดับประเทศ เท่ากับหยุด “ระบอบทักษิณ” คืนชีพไปในตัว สะกัดค่ายส้มผงาดในวุฒิสภา
ภาพใหญ่หลังบ้านแดง และน้ำเงินแตะมือกัน ฉากหน้าปะฉะดะในประเด็นปีกย่อย ทั้งเอากัญชากลับเข้าคอกบัญชียาเสพติด เลือกนายกอบจ.ปทุมธานี ยืนอยู่คนละมุม
และภาพประวัติศาสตร์ยังมองทะลุเห็นอนาคตของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่สมควรอยู่ในตำแหน่งต่อ เพื่อกรุยทางให้ทายาทตระกูลชินสู่เป้าหมาย โดยรอนายทักษิณที่กำลังกระโดดลงมาคลุกวงในทางการเมืองเต็มตัวในเดือนส.ค.นี้
แต่ข่าวล่ามาแรงมีโอกาสโลดแล่นตามสไตล์ที่ถนัดก่อนไทม์ไลน์ทางการ ตามลุ้นปลายเดือนก.ค.รู้กันว่าย่นเวลาหลุดบ่วงการเมือง จากเงื่อนไขพิเศษ จากปัจจัยอะไร !?
z-z1603487247937.jpg)