ป.ป.ช.ฉาว! พบหน้าห้องกรรมการเรียกรับเงิน
ป.ป.ช.ฉาว! พบหน้าห้องกรรมการเรียกรับเงิน ด้าน เลขาป.ป.ช.ชี้ สั่งพักงาน-ตั้งกก.สอบตั้งแต่ปี63
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีที่สื่อมวลชนบางแขนงเสนอข่าวเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาว่า เจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ช.ซึ่งทำหน้าที่หน้าห้องกรรมการป.ป.ช.คนหนึ่งเรียกรับเงินจากผู้ที่ถูกกล่าวหาหลายรายในพื้นที่ภาคกลางว่า จะช่วยไม่ให้ถูกตั้งข้อกล่าวหาและไม่ให้ถูกชี้มูลความผิดจากอนุกรรมการกลั่นกรองฯและสำนักงานป.ป.ช.ได้ หากมีการจ่ายเงินให้นั้น
ล่าสุดนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการสำนักงานป.ป.ช.เเถลงว่าเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มีการกระทำความผิดวินัยกรณีจงใจนำข้อมูลเรื่องกล่าวหาที่ได้มาจากการปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับการแต่งตั้งและมอบหมายไปเปิดเผย จึงมีคำสั่งพักราชการเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 ต่อมามีการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรงและดำเนินคดีทางอาญา ซึ่งจากการสอบสวนวินัยนั้น สำนักงาน ป.ป.ช. มีคำสั่งลงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 ลงโทษไล่เจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช. รายดังกล่าวออกจากราชการเนื่องจากกระทำความผิดวินัยอย่างร้ายแรง โดยให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่มีคำสั่งพักราชการ ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน 2563 เเละไม่ได้เข้ามาที่สำนักงานป.ป.ช.เเล้วนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ป.ป.ช.คนดังกล่าวคือ1.นายสุปรีชา หรือ กุ้ง พนักงานไต่สวนระดับสูง สังกัดสำนักกิจการคณะกรรมการป.ป.ช.(กลุ่มตรวจสอบและกลั่นกรองเรื่อง)สำนักงานป.ป.ช.ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่สนับสนุนงานกรรมการป.ป.ช.นางสุวณา มีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบ กลั่นกรองเรื่อง ประสานงาน รวบรวมข้อมูลและเสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของกรรมการปปช.และเป็นคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเรื่องกล่าวหาประจำภาค1 และ2.นายทวีศักดิ์ แสงนาค อดีตข้าราชการครู วิทยาลัยเทคนิคเลยว่า “ร่วมกันเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดเพื่อเป็นค่าตอบแทนในการช่วยเหลือทางด้านคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานป.ป.ช.”โดยมีการตั้งคณะกรรมการไต่สวน คดีหมายเลขดำที่03-2-766/2563ขึ้นมาพิจารณาความผิดของนายสุปรีชาและนายทวีศักดิ์
อนึ่งมีการรายงานเรื่องนี้ให้พลตำรวจเอกวัชรพล ประสานราชกิจ ประธานคณะกรรมการปปช.ในขณะนั้นรับทราบเเล้วถึงพฤติการณ์ของนายสุปรีชา เเต่พลตำรวจเอกวัชรพลไม่ได้สั่งการใดๆในกรณีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนวนคดีนี้นั้นมีทั้งสิ้น306หน้า ใจความสำคัญที่น่าสนใจจากการสำนวนการไต่สวนและสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องพบว่า ปี2563มีการร้องเรียนว่า นายทวีศักดิ์ติดต่อข้าราชการครูระดับผอ.และนายกอบต.บางคน ทั้งๆที่ไม่รู้จักกัน ในการปฏิบัติหน้าที่ว่าทุจริต โดยนายทวีศักดิ์อ้างว่าเหตุผลที่ติดต่อมาเพราะตนเป็นชาวอ่างทองและเคยเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคลพบุรี จึงอยากช่วยเหลือคนบ้านเดียวกันและรู้จักเจ้าหน้าที่สำนักงานปปช.ที่เป็นหน้าห้องกรรมการป.ป.ช.คนหนึ่งที่จะช่วยเหลือได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายให้
สำนวนของสำนักงานป.ป.ช.ระบุว่า ช่วงปี2563นายทวีศักดิ์โทรศัพท์ติดต่อข้าราชการครูและนายกอบต.บางแห่งในพื้นที่จ.สิงห์บุรี จ.ลพบุรีและจ.อ่างทองทั้งๆที่ไม่รู้จักกันโดยอ้างว่า มีการร้องเรียนว่าบุคคลเหล่านี้ทุจริต แต่นายทวีศักดิ์อยากช่วยเหลือและรู้จักเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ที่เป็นหน้าห้องกรรมการป.ป.ช.คนหนึ่ง ที่จะช่วยเหลือได้ แต่ต้องมีค่าใช้จ่ายให้น้อง โดยบุคคลดังกล่าวที่นายทวีศักดิ์อ้างคือนายสุปรีชา
โดยพบหลักฐานจากการตรวจสอบบัญชีธนาคาร การใช้โทรศัพท์มือถือและแชทไลน์ระหว่างนายทวีศักดิ์กับผู้ถูกเรียกรับเงิน รวมทั้งยังมีการบันทึกภาพหน้าจอที่นายทวีศักดิ์ติดต่อกับนายสุปรีชาเกี่ยวกับความคืบหน้าในข้อกล่าวหาข้าราชการครูและนายกอบต.บางแห่ง เพื่อเป็นการกล่าวอ้างให้มีน้ำหนักในการเรียกรับเงินว่าช่วยเหลือได้ หากมีการจ่ายเงิน โดยพบว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานปปช.จังหวัดลพบุรีได้แนะนำให้ผู้ถูกเรียกรับเงินบางรายโอนเงิน3หมื่นบาทให้นายทวีศักดิ์และบันทึกการจ่ายเงินไว้เป็นหลักฐาน แต่บางรายไม่ได้จ่ายเงินให้นายทวีศักดิ์ตามที่นายทวีศักดิ์ติดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนวนของสำนักงานป.ป.ช.ระบุว่า นายสุปรีชาให้การต่อสู้ข้อกล่าวหาว่า ไม่ได้ดำเนินการตามข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่ารู้จักนายทวีศักดิ์และครอบครัวตั้งแต่ปี2545
ส่วนนายทวีศักดิ์และภริยาให้การต่อสู้ข้อกล่าวหาว่า รู้จักกับนาย สุปรีชาจริงเพราะนายสุปรีชาเคยรับราชการตำแหน่งนิติกร3กรมอาชีวศึกษาในช่วงที่นายทวีศักดิ์รับราชการครูที่วิทยาลัยเทคนิคเลยและนายสุปรีชาเคยไปตรวจงานที่วิทยาลัยเทคนิคเลย ทำให้ทั้งสองคนรู้จักกันและสนิทสนมกันเหมือนญาติเพราะนายสุปรีชานิสัยดี
สำนวนของสำนักงานป.ป.ช.ระบุว่านายทวีศักดิ์อ้างว่า โดยที่ผ่านมานายสุปรีชามีการยืมเงินเพื่อเตรียมไปทำธุรกิจขายปลาเค็มและเล่นแชร์ร่วมกันหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทกับภริยาของนายทวีศักดิ์ด้วย เมื่อจะชำระหนี้นายสุปรีชาจะนำเงินสดมามอบให้ ภริยาของตน
นายทวีศักดิ์อ้างว่า จากนั้นนายสุปรีชาย้ายไปทำงานที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)และย้ายมาทำงานที่สำนักงานป.ป.ช. นั้น โดยปี2554ช่วงที่นายสุปรีชาพบกับนายทวีศักดิ์ ได้สอบถามชีวิตความเป็นอยู่ จนทราบตำแหน่งหน้าที่ของนายสุปรีชาในตอนนั้นว่ามาช่วยราชการที่สำนักงานป.ป.ช. ทำให้นายทวีศักดิ์เเจ้งนายสุปรีชาว่า บางครั้งขอให้ช่วยดูคดีของญาติที่เป็นข้าราชการครูในพื้นที่ภาค1ให้ด้วย เพื่อนครูในจ.อ่างทองที่รู้จักกับนายทวีศักดิ์เล่าให้ฟังว่า มีข้อร้องเรียนของบุคคลเหล่านั้นว่าทุจริต ไม่รู้คดีเป็นอย่างไร ตนเห็นใจเเม้ไม่รู้จักบุคคลเหล่านี้ ตนจึงประสานนายสุปรีชาให้ช่วยเหลือ และนายทวีศักดิ์อ้างว่าไม่มีการเรียกรับเงินตามข้อกล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายสุปรีชานั้นทำหน้าที่หน้าห้องให้ นางสุวณา ซึ่งนางสุวณาเคยรับราชการที่กระทรวงยุติธรรมในตำแหน่งสำคัญๆคือรองปลัดกระทรวงยุติธรรม อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษสมัยรัฐบาลคสช.และเมื่อเกษียณราชการ นางสุวณาได้รับการสรรหามาทำหน้าที่กรรมการป.ป.ช.ซึ่งจะครบวาระการดำรงตำแหน่งเก้าปีในเดือนธันวาคม2567




z-z1603487247937.jpg)