닫기

ปกข่าวไลน์ใหม่เว็บ1

รัฐสภาถกแก้ รธน. ป่วนตั้งแต่ยังไม่เริ่ม สว. เดินเกมชงญัตติด่วนส่งศาล รธน.ตีความ ชี้เหมือนทำ รธน.ใหม่ ต้องทำประชามติก่อน มอง คำวินิจฉัยศาล ให้ซาวด์เสียง 3 หน “หัวเขียง-จุรินทร์” เห็นด้วย ส่งตีความ แพ้โหวต วอล์คเอาท์ล่มองค์ประชุม



วันที่ 13 ก.พ. 2568 ที่ รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 นั้น เกิดความกระท่อนกระแท่น ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเข้าสู่ระเบียบวาระ เนื่องจาก นายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.)ลุกขึ้นออกตัวในนามพรรค ภท.ว่า วาระที่กำลังจะถูกพิจารณาหลังจากนี้นั้นเข้าขั้นที่จะผิดและขัดกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตไม่ร่วมพิจารณา จากนั้น นายวันมูหะหมัดนอร์ แจ้งว่า มีญัตติด่วนของ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว.ที่ขอให้รัฐสภา ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของรัฐสภา ที่ประชุมเห็นด้วยว่าจะเอาเรื่องนี้ขึ้นมาพิจารณาก่อน หรือไม่ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. แย้งว่า การเข้าชื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ต้องเป็นการยื่นญัตติด่วนด้วยหนังสือ ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่าวันประชุม 1 วัน จึงขอให้พักการประชุม 15 นาที เพื่อให้วิปแต่ละฝ่ายหารือกัน ในเวลา 09.48 น.ประธานรัฐสภา จึงสั่งพักการประชุม
 
ต่อมาเวลา 10.15  น.หลังพักการประชุมเสร็จสิ้น ประธานรัฐสภา แจ้ง ว่า อาศัยข้อบังคับการประชุม ที่ 32 (1) และ (5) รับเรื่อง นพ.เปรมศักดิ์ กับคณะ เมื่อเช้า ซึ่งข้อบังคับที่ 32 ไม่ต้องเสนอส่งเป็นหนังสือก่อนหนึ่งวันได้ถ้าเป็นเรื่องด่วน อีกทั้ง (5) อำนาจของประธานอนุญาตให้บรรจุได้ ที่ประชุมต้องพิจารณา และลงมติ ว่าจะเลื่อนญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณา ก่อนญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ หรือไม่ หากเลื่อน และพิจารณาแล้ว ต้องลงมติ ว่า จะส่งหรือไม่ โดยหากมีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญ ต้องหยุดการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง 2 ฉบับออกไป จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

จากนั้น นพ.เปรมศักดิ์ ในฐานะผู้เสนอญัตติ  อภิปรายตอนหนึ่ง ว่า ญัตติดังกล่าว เสนอโดยสส. และ สว. รวม 60 คน โดยเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 256 นั้น ขัดกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 4/2564 อีกทั้ง ประธานรัฐสภา ไม่สามารถบรรจุเข้าสู่วาระได้ จึงเกิดปัญหาว่า รัฐสภามีอำนาจพิจารณา และลงมติร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 4/2564  การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีผลยกเลิกรัฐธรรมนูญ 2560 แก้ไข หลักการสำคัญที่ผู้มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญปกป้อง หากรัฐสภาจะต้องจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องให้ประชาชนออกเสียงประชามติก่อนว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญใหม่ หรือไม่ หากประชามติเห็นชอบ จึงจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และเมื่อทำรัฐธรรมนูญใหม่แล้วเสร็จต้องทำประชามติว่าจะเห็นชอบหรือไม่อีกครั้ง

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ก่อนการเสนอรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมต่อรัฐสภา หลังจากที่รัฐสภาแก้ไขเพิ่มเติม และหลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดำเนินการแล้วเสร็จ การที่ประธานรัฐสภาบรรจุก่อนการออกเสียงประชามติ ไม่สอดคล้องกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐสภาไม่มีอำนาจพิจารณา ขณะที่ผู้ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมองว่าทำได้ จึงถือเป็นความขัดแย้งต่ออำนาจและหน้าที่ จึงขอส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่ารัฐสภาสามารถพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ก่อนมีการทำประชามติหรือไม่ 
ปชน.ค้านส่งศาล อัดไม่กล้าอย่าเสนอตัวเป็นผู้แทน 

จากนั้น บรรยากาศการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา ฟาก สส. แบ่งเป็น 2 ฝ่าย โดยนายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒนสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชน. ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อภิปรายว่า พรรคปชน. ไม่เห็นด้วยกับการเสนอญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพราะการบรรจุวาระแก้รัฐธรรมนูญเป็นอำนาจโดยแท้ของประธานรัฐสภา นอกจากนั้นแล้วสมาชิกรัฐสภา ยังมีหน้าที่โดยแท้ต่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อยืนยันในอำนาจของสมาชิกรัฐสภา ไม่ใช่ยื่นเรื่องถามศาลรัฐธรรมนูญ ที่เชื่อว่า เป็นการขัดต่อการถ่วงดุลอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่าย ตุลการ หากสมาชิกรัฐสภาไม่กล้าทำหน้าที่ของตนเอง ไม่ต้องเสนอตัวเป็นตัวแทนของประชาชน

ด้านนายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคพท. อภิปราย ว่าตนสนับสนุนญัตตินพ.เปรมศักดิ์ แต่ไม่เห็นด้วยกับเนื้อหาของญัตติดังกล่าว เพราะประธานรัฐสภามีอำนาจบรรจุวาระประชุม ในการส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เห็นชอบกับการทำหน้าที่ ก็ดีไป ทั้งนี้ สส. ฝ่ายค้านหรือรัฐบาล รวมถึงสว. ไม่มีอำนาจชี้ว่าชอบหรือไม่ เมื่อมีปัญหาต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ หากจะเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญอาจจะมีปัญหาหรือสุญญากาศ ดังนั้นตนเห็นชอบต่อการเลื่อนญัตติดังกล่าว ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคปชป. อภิปรายสนับสนุนการเลื่อนญัตติที่เสนอโดย นพ.เปรมศักดิ์ เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญ ได้วินิจฉัยในประเด็นที่เป็นปัญหา โดยไม่ทำให้การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเสียของ และซ้ำรอยเหตุการณ์คว่ำร่างรัฐธรรมนูญเหมือนปี2564 

นอกจากนี้ ขณะที่การอภิปรายของ ฟาก สว.ก็แบ่งเป็น 2 ฝ่าย เช่นกัน ระหว่าง ฝั่ง สว.พันธุ์ใหม่ ที่นำโดยน.ส.นันทนา นันทวโรภาส กับ สว.อีกฟากหนึ่ง จนกระทั่ง หลังการอภิปรายของสมาชิกรัฐสภา เสร็จสิ้น ประธานรัฐสภา เปิดให้ลงมติว่าจะเลื่อนญัตติ นพ.เปรมศักดิ์ ขึ้นมาพิจารณาก่อน หรือไม่ ผลปรากฏ ว่า ที่ประชุมไม่เห็นชอบ ให้เลื่อนญัตติขึ้นมาพิจารณาก่อน ไปด้วยคะแนน  275 ต่อ 246 เสียง งดออกเสียง 4 ทั้งนี้ นายวันมูหะมัดนอร์ แจ้งว่า ญัตติที่เสนอโดยนพ.เปรมศักดิ์นั้นยังอยู่ในวาระ และ จะพิจารณาต่อจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้ว
ต่อมา ที่ประชุมเริ่มป่วนอีก เมื่อ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สว. ลุกขึ้น แจ้งต่อที่ประชุมว่าขอออกจากที่ประชุม เพราะการพิจารณานั้นไม่ชอบ ส่วน นพ.เปรมศักดิ์ ลุกขึ้นเสนอญัตติให้ประธานรัฐสภานับองค์ประชุม เพราะมีสมาชิกรัฐสภาวอล์กเอาท์ ออกจากห้องประชุมหลายคน จากนั้น ประธานรัฐสภา ได้ให้มีการแสดงตนปรากฏนับองค์ประชุม ผลปรากฏว่า  มีสมาชิกแสดงตนในห้องประชุมแค่ 204 คน ถือว่าไม่ครบองค์ประชุม ประธานรัฐสภา จึงสั่งนัดประชุมร่วมรัฐสภาอีกครั้ง ในวันที่14 ก.พ. เวลา 09.30 น. ก่อนสั่งปิดการประชุมในเวลา 12.04 น.