닫기

ปกสกู๊ปแนวนอนcopy

นิรโทษกรรมคดีการเมืองแง้มเปิดประตูทันทีที่เป็นสมัยประชุมรัฐสภา ตามไทม์ไลน์พรรคเพื่อไทยถือฤกษ์ฉลองคริสต์มาส และวันปีใหม่เข็นร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสภาสิ้นปี 67 ปล่อยผี ผู้กระทำความผิดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 19 ก.ย.49 จนถึงวันที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้

              

ล้างคดีความผิดทางการเมืองกลายเป็นอาถรรพ์มาตลอดในรอบ 2 ทศวรรษ มีความพยายามทุกช่องทางผลักดัน ทั้งในชื่อกฎหมายปรองดองแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการศึกษาหลายต่อหลายชุดด้วยกัน บางครั้งเป็นชนวนนำไปสู่การขับไล่รัฐบาล และยึดอำนาจ

ที่ผ่านมาประเทศไทยประกาศใช้กฎหมายนิรโทษกรรมมาแล้ว 23 ฉบับ ครั้งที่ 24 ในจังหวะนี้เป็นโอกาสที่ดีที่สุด ตามที่รัฐบาลคณะพิเศษตั้งขึ้นมาสลายเสื้อสี และหลายฝ่ายต้องการ ต่างกันแค่คดี 110 และ 112 ไม่เข้าเกณฑ์

 

จังหวะนี้สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาคงผ่านสะดวกโยธิน ก่อนปี 70 ผ้ายันต์ถูกเปิดปล่อยผีคดีการเมืองออกจากหม้อ ไม่เหมือนร่างพ.ร.บ.ประชามติตกอยู่ในสภาพลูกผีลูกคน ลุ้นกลางปี 68 ถึงเห็นเค้าลางติดเครื่องทำประชามติไขกุญแจร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน โดยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ

 

เพราะสมาชิกรัฐสภาเสียงแตก โดยวุฒิสภาส่วนใหญ่เชียร์เกณฑ์ผ่านประชามติตามเสียงข้างมาก 2 ชั้น ซึ่งมีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และเสียงเห็นชอบต้องเกินกึ่งหนึ่งของผู้ออกมาใช้สิทธิ ทิศทางลมบังเอิญพัดไปทางเดียวกับพรรคภูมิใจไทย

 

ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเสียงส่วนใหญ่หนุนเกณฑ์เสียงข้างมากชั้นเดียว ซึ่งเสียงข้างมากเกินกึ่งหนึ่งของผู้มาใช้สิทธิ เช่นเดียวกับจัดทำอออกเสียงประชามติ สมาชิกรัฐสภาเสียงแตกยับ ส่องคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 4/2564 เดินเป็นคู่ขนานระหว่างทำประชามติ 3 ครั้งกับ 2 ครั้ง

 

ครั้งแรกทำประชามติ ให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ “ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยกระบวนการสสร.” ภายใต้เงื่อนไขไม่แก้ไขหมวด 1 บททั่วไป -หมวด 2 พระมหากษัตริย์

 

ผลออกเสียงประชามติเห็นชอบ เข้าสู่กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน แก้ไขรัฐธรรมูญ ตามมาตรา 256 เพิ่มเติมโดยกำหนดองค์ประกอบของสสร. และกระบวนการต่าง ๆ ขั้นตอนตรงนี้เป็นบันไดอีกขั้นที่สำคัญ จึงต้องออกเสียงประชามติในร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเสียก่อน

 

ครั้งที่สองทำประชามติ ตามรัฐธรรรมนูญ มาตรา 256(8) ที่เป็นร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมให้มีองค์ประกอบสสร. และขั้นตอนต่าง ๆ ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยถามว่า “ให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ”

 

ขืนไม่ทำมีความเสี่ยงสูงถูกสส.หรือสว. หรือสว.จับมือสส. ไม่น้อยกว่า 1ใน 10 ของสมาชิกที่มีอยู่ในแต่ละสภาหรือทั้ง 2 สภารวมกัน เข้าชื่อร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด คนยื่นชะเง้อคอรอภายใน 30 วัน

 

ผลประชามติเห็นชอบก็เข้าสู่กระบวนกรรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทันที ทั้งจัดทำให้มีสสร.เข้าไปออกแบบรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนจนสะเด็ดน้ำ

 

ครั้งที่สามทำประชามติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ ประกาศใช้เป็นกติกาใหม่ต่อไป

 

ฝ่ายถือหางเชียร์ทำประชามติแค่ 2 ครั้ง โดยทำทุกอย่างเหมือนฝ่ายที่่เชียร์ให้ทำ 3 ครั้ง ยกเว้นขั้นตอนประชามติครั้งที่ 2 ไม่ต้องทำ ใครอ่านแล้วงงก็ค่อย ๆ ทำความเข้าใจ ไปพลาง ๆ ก่อน ปมทำประชามติ 2 หรือ 3 ครั้ง เป็นอีกเงื่อนไขที่ถูกลากยาวจนเหงือกแห้งไปข้าง

 

หลังได้เห็นนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ สส.บัญชีรายชื่อ ลูกพรรคเพื่อไทยกินยาผิดหม้อ ตีหน้ายักษ์ขู่พรรคภูมิใจไทยหยุดงอแง ระวังเจอดียุบสภา ล้างไพ่เลือกตั้งใหม่

 

แต่ปล่อยให้ที่ประชุมรัฐสภา ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภา เผาหัว 17 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราให้บานฉ่ำไปก่อน สังคมเผลอเมื่อไหร่เจอนักการเมืองลักหลับฝังกลบสสร.

 

#มะม่วง แปดริ้ว