닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy24

นายกฯ นำขรก.มหาดไทยร่วมพิธี ’สมเด็จพระสังฆราช’ทรงตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป ถวายพระกุศล ‘สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า-ในหลวง -พระราชินี ‘เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี แห่งพระราชพิธีสถาปนาฯ  


วันที่ 12 ก.พ.2569 ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ราชวรวิหาร สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จลงบริเวณลานวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ในการทรงบำเพ็ญพระกุศล ทรงตักบาตรถวายพระกุศล แด่สมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี และถวายพระกุศลแด่พระบูรพาจารย์ เนื่องในมงคลสมัย 9 ปี นับแต่พระราชพิธีสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช

โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี  นำคณะผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมหาดไทย อาทิ นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 108 รูป และนำผู้เข้าร่วมพิธี เข้าเฝ้าถวายสักการะสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยฯ ดังกล่าวด้วย

นายกรัฐมนตรี เป็นประธานมอบรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 2567 ยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล หน่วยงาน และองค์กร รวม 18 รางวัล 

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีมอบรางวัลประกาศเกียรติคุณ “ค่าของแผ่นดิน” ประจำปี 2567 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติบุคคล หน่วยงาน และองค์กรที่มีผลงานดีเด่น ทำความดีด้วยหัวใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม จำนวน 18 รางวัล โดยมีนายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี นางสาวศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้บริหารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติ และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วมพิธี

นายกรัฐมนตรีกล่าวรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มามอบรางวัล ขอแสดงความยินดีแก่ทุกคน ทุกหน่วยงาน และโครงการที่ได้รับรางวัลอันทรงคุณค่าและน่าภาคภูมิใจนี้ รางวัลนี้สะท้อนถึงความตั้งใจ มุ่งมั่น ทุ่มเท ตลอดจนการนำความรู้ ความสามารถ และความอุตสาหะ มาสร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ประจักษ์ ได้รับการยอมรับ และก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างแท้จริงที่จะได้รับการยกย่องเชิดชูในฐานะ “ค่าของแผ่นดิน”

“ขอชื่นชมทุกคนที่ได้ส่งผลงานเข้ารับการพิจารณาคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็นด้านการพัฒนาสังคมและการส่งเสริมคุณภาพชีวิต การส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การส่งเสริมและพัฒนาสาธารณสุข ตลอดจนการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ซึ่งทุกผลงานล้วนมีคุณค่าและความหมาย”

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ทุกคน ทุกหน่วยงาน และทุกโครงการที่ได้รับรางวัลในวันนี้ นับเป็นพลังสำคัญของชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีงามแก่สังคม ผลงานที่ทุกคนได้สร้างสรรค์มาอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม อีกทั้งยังเป็นแนวทางให้ผู้อื่นสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการทำงาน ตลอดจนเป็นแรงบันดาลใจในการสืบต่อคุณงามความดีสู่ลูกหลานไทย

“ขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก อีกทั้งเดชะพระบารมีแห่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โปรดดลบันดาลประทานพรให้ทุกคนและครอบครัวประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เพื่อจะได้ร่วมกันพัฒนาและสร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติสืบไป” นายกรัฐมนตรีกล่าว 

สำหรับรางวัล “ค่าของแผ่นดิน” ในครั้งนี้มีบุคคล หน่วยงาน และโครงการผ่านการคัดเลือก จำนวน 18 ราย รวม 4 ด้าน ประกอบด้วย 1. ด้านการพัฒนาสังคมและส่งเสริมคุณภาพชีวิต 2. ด้านการส่งเสริมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 3.ด้านการส่งเสริมและพัฒนาสาธารณสุข และ 4. ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา