닫기

ปกข่าวไลน์-เว็บมากcopy3rty54

นายกฯ เชิญ “วันนอร์” หารือเหตุตะวันออกกลาง ลดผลกระทบประเทศไทย - ยัน วางตัวเป็นกลางพร้อมทำตามอาเซียน หวังเกินการเจรจาเพื่อสันติ - เผย ชาวมุสลิม อยู่ด้วยกันได้ไม่มีปัญหา


วันที่ 5 มีนาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล พร้อมเปิดเผยว่า ทางนายกรัฐมนตรี และรองนายกฯ เชิญหารือเรื่องสถานการณ์ในตะวันออกกลาง เพราะแม้ประเทศไทยเราไม่ได้อยู่ในภาวะสงครามด้วย แต่อาจมีผลกระทบหลายด้าน ซึ่งในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับประเทศมุสลิมเหล่านี้บ้าง ทางนายกจึงจะหารือว่าทำอย่างไรให้ประเทศไทยเรามีผลกระทบน้อยที่สุด

เมื่อถามว่าชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไรใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ไม่มีปัญหาอะไร เพราะเราเป็นประเทศที่กำหนดท่าทีเป็นกลาง เราพร้อมที่จะทำตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน ในเรื่องที่จะเกิดการเจรจาเพื่อให้เกิดสันติภาพ

ส่วนสงครามจะยืดเยื้อไปอีกอีกนานแค่ไหน นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ก็ไม่มีใครทราบได้ เพราะเป็นเรื่องใน ระหว่าง 2-3 ประเทศที่เขาเกี่ยวข้อง แต่เราก็กำหนดเท่าที่ของเรา ในฐานะที่ตนเป็นประชาชนตนก็คิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สุดคือเราดูแลประชาชนของเราที่อยู่ในประเทศเหล่านั้น ให้มีความปลอดภัย และตรงไหนที่ไม่อันตรายที่ประชาชนประสงค์อย่างเดินทางกลับหรืออยู่ในที่ปลอดภัยก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาล กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงที่เกี่ยวข้องที่ต้องดูแล เพราะเราก็เป็นห่วงประชาชนรวมถึงญาติที่อยู่ทางบ้านด้วย

เมื่อถามว่าจะมีข้อแนะนำในเรื่องของการช่วยเหลือให้กับนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ตนเห็นว่าท่าทีของรัฐบาล และกระทรวงการต่างประเทศที่ได้แสดงออกเป็นท่าทีที่ดีที่สุดแล้วกับสถานการณ์ ตอนนี้ในส่วนของอาเซียนก็ได้มีการประชุมกันเพื่อกำหนดท่าที บทบาท ที่จะเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคด้วย ตนคิดว่าเรายังอยู่ห่างไกล แต่ผลกระทบที่ไม่เกี่ยวกับสงคราม เช่น เศรษฐกิจ ประชาชนที่อยู่ในประเทศเหล่านั้นอาจมีผลกระทบต่อด้านจิตใจ ซึ่งรัฐบาลจะต้องหามาตรการที่ดีที่สุด ตนคิดว่าหลายประเทศคงพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการดูแลคนไทย ทุกครั้งที่เรามีปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้องมักจะเห็นว่าประเทศไทยเราเป็นประเทศสันติสุข สันติภาพ และเราก็ไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาจึงให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เมื่อถามว่าชาวมุสลิมที่อยู่ในตะวันออกกลางส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาใช่หรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ประมาณ 80% เป็นซุนนี ส่วนประเทศอิหร่านเป็นชีอะห์ 90% เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไร แต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียงกัน เหมือนนิกายต่างๆ ไม่มีความขัดแย้งในนิกายที่จะเกิดความไม่สงบสุขได้ อยู่ด้วยกันไม่มีปัญหา 

เมื่อถามว่าการมาพบที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้จะพูดคุยเรื่องของสภาฯ ด้วยหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า ตนไม่ทราบ เพราะยังไม่เจอนายกรัฐมนตรี ส่วนเรื่องสภาก็ไม่มีปัญหาอะไร ตอนนี้ สส. ทั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อ ครบถ้วนที่จะเปิดสภาได้แล้ว ทางเลขาธิการสภาก็จะทำหนังสือถึงเลขาธิการนายกเพื่อกราบบังคมทูลเปิดสภาฯ และกราบบังคมทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปเปิดสมัยประชุม จากนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องเข้าเฝ้าปฏิญาณตน มิฉะนั้นก็ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ 

เมื่อถามถึงการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาชาติ นายวันมูหะมัดนอร์ ระบุว่า เราฟังกระแสประชาชน และเราเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นพรรคที่ประชาชนเลือกมาเป็นอันดับหนึ่ง เป็นหน้าที่ของพรรคภูมิใจไทยที่จะต้องจัดตั้งรัฐบาล ถ้าเราเห็นว่าการจัดตั้งรัฐบาลโดยเร็วนั้นก็เป็นประโยชน์ที่จะลดผลกระทบที่เกิดปัญหาต่อเศรษฐกิจ ยิ่งตอนนี้มีภาวะสงครามในตะวันออกกลาง รัฐบาลยิ่งต้องจัดตั้งให้สำเร็จโดยเร็วที่สุด เพราะการเจรจาในฐานะรัฐบาลรักษาการอาจลดความน่าเชื่อถือได้


"วันนอร์​" ขึ้นตึกไทยคุย​ นายกฯ ปมสงคราม

นายอนุทิน  ชาญวีรกูล​ นายกฯและรมว.มหาดไทย​เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาล​ โดยทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึง ได้เข้าสักการะองค์นรสิงห์จำลอง​ ซึ่งปฏิบัติเป็นปกติทุกวันก่อนปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นเมื่อเวลา 08.50 น.นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ ​รองนายกฯและรมว.คมนาคม​ นำนายวัน​มูหะมัดนอร์​  มะ​ทา​ อดีตประธานรัฐสภา​ เข้าพบนายกฯ​บนตึกไทยคู่ฟ้า​ โดยนายวันนอร์​ เปิดเผยว่า​ นายกฯเชิญตนมาหารือถึงสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในภาวะสงคราม แต่อาจจะมีผลกระทบ ในฐานะที่ตนพอจะรู้เรื่องประเทศมุสลิม นายกฯจึงเชิญมาหารือ ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด สำหรับชาวมุสลิมในประเทศไทยไม่ต้องกังวลอะไร​ เนื่องจากประเทศเรามีกำหนดท่าทีที่เป็นกลาง และเราพร้อมที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงของสหประชาชาติ และอาเซียน​ เราไม่มีปัญหา เพราะสนับสนุนการการเจรจา เพื่อให้เกิดสันติภาพ เมื่อถามว่าประเมินการสู้รบจะยืดเยื้อหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์  กล่าวว่า​ ไม่มีใครทราบได้ แต่การกำหนดท่าทีของรัฐบาลในการดูแลประชาชนในประเทศเหล่านั้นให้มีความปลอดภัย และอำนวยความสะดวกประชาชนมีความประสงค์จะเดินทางกลับไทย ก็ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลและกระทรวงการต่างประเทศ และมองว่าขณะนี้อาเซียนมีการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศแล้ว​ และมีการวางท่าทีและบทบาทที่เหมาะสม​ รวมไปถึงเป็นประโยชน์​ต่ออาเซียน​ 

เชื่อทุกประเทศพร้อมหนุนไทยพาคนกลับ 

 นายวันมูหะมัดนอร์​ กล่าวว่า​เชื่อว่าหลายประเทศพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับประเทศไทยในการให้ความช่วยเหลือคนไทย เพราะทุกครั้งที่เกิดปัญหาทุกประเทศที่เกี่ยวข้อง เห็นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่สันติสุขสันติภาพ และเราไม่มีปัญหากับประเทศใด เขาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี คนไทยส่วนใหญ่ที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง 80% เป็นนิกาย​สุหนี่​ แต่อิหร่านเป็นนิกายชีอะห์ กว่า 90% แม้ความเห็นในด้านศาสนาจะแตกต่างแต่ความเป็นอยู่ก็ใกล้เคียง ไม่ได้มีความขัดแย้งในทางนิกาย ที่จะนำไปสู่ความไม่สงบสุขได้ 


“วันนอร์” เห็นด้วยการวางตัวไทยเหมาะสม 

นายวันมูฮัมหมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับนายกฯว่า ในการพูดคุย ได้หารือกันถึงท่าทีของประเทศไทย ที่ทำอยู่ในขณะนี้ ซึ่ง ตนและนายกรัฐมนตรี ต่างมีความเห็นตรงกัน ว่าการวางตัวเป็นกลาง การเร่งดูแลคนไทย ที่อยู่ในพื้นที่ตะวันออกกลาง และการอำนวยความสะดวก ให้ คนไทยได้กลับมาประเทศไทย เป็นสิ่งที่เหมาะสม 
 จากนั้นเวลา 10.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพิพัฒน์​ รัช​กิจ​ประการ​ ​รองนายกฯและรมว.คมนาคม​ ให้สัมภาษณ์ว่า จากกรณีที่นายกฯได้ขอคำแนะนำจากนายวัน​มูหะมัดนอร์​  ว่าขณะที่มีเหตุการรุนแรงในตะวันออกกลางเราควรวางตัวอย่างไร โดยนายวันมูหะมัดนอร์ ได้บอกว่าการวางตัวของนายกฯของประเทศไทยเหมาะสมที่สุดซึ่งเราต้องวางตัวเป็นกลาง เมื่อถามว่านายวันมูหะมัดนอร์ แนะนำให้ทำอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่ายังตอนนี้ทุกอย่างต้องดูสถานการณ์ที่จะก้าวต่อไปไม่ว่าจะเดินไปในทางที่ดีขึ้นหรือถอยหลังกลับมาในสถานการณ์ที่ไม่ดี ถ้าเหตุการณ์รุนแรงมากขึ้นนายกฯอาจต้องเชิญ นายวันมูหะมัดนอร์มาปรึกษาอีกครั้ง โดยขณะนี้นายวันมูหะมัดนอร์ ได้แนะนำให้เราทำตัวนิ่งๆเพื่อดูแนวโน้มเหตุการณ์จะไปทิศทางใด 

“พิพัฒน์”เน้นพาคนกลับไทยต้องปลอดภัย

เมื่อถามถึงความชัดเจนในการรับคนไทย 200 คน จากอิหร่านไปยังที่ตุรกี เพื่อเดินทางกลับประเทศไทย ว่าขณะนี้เป็นช่วงการตัดสินใจของผู้ที่จะเดินทางว่าพร้อมหรือไม่ เพราะระยะทางไกล 1,000 กิโลเมตรไม่ได้ง่าย อาจมีด่านรวมถึง ผู้ที่ประสงค์ดีและประสงค์ไม่ดี ซึ่งไม่สามารถไปคาดการณ์ได้ จึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ดูแล้วปลอดภัยที่สุดถึงจะเคลื่อนย้าย ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเครื่องบินที่นำคนไทยกลับ มีความพร้อมใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จากที่นายกฯพูด จะใช้เครื่องบินพาณิชย์เหมาลำ ที่บินผ่านน่านฟ้าตุรกี เข้ามาที่ไทยซึ่งค่าใช้จ่ายจะถูกกว่านำเครื่องของทหารอากาศไปรับ จะมีเรื่องของการขออนุญาตและเรื่องความมั่นคง การประกันภัยที่จะยุ่งยากมากกว่า เมื่อถามย้ำว่า คนที่จะตัดสินใจจะเป็นประชาชนหรือรัฐบาล นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การประเมินของสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำอิหร่าน ที่จะให้ข้อมูลผ่านกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อรายงานนายกฯอีกครั้ง