คืบหน้า! ความสูงซากตึกลดลงเหลือ 12.45 เมตร เชื่อ กู้ซากเสร็จทันตามกรอบเวลา
โพสต์เมื่อ : 18 เม.ย 2568 เวลา 6:58 น.
คืบหน้า! ความสูงซากตึกลดลงเหลือ 12.45 เมตร เชื่อ กู้ซากเสร็จทันตามกรอบเวลา ส่วนการค้นหาผู้สูญหายพบร่าง 6 ร่างครึ่ง ที่บริเวณโซน B - C พบอุปสรรคการทิ้งเศษซากอาคาร-เหล็ก อยู่ระหว่างการขอพื้นที่เพิ่มเพราะพื้นที่เดิมเต็ม มอง เศษซากที่ทับถมรวมกันมีน้ำหนักจำนวนมาก จนไม่น่ามีโพรงขนาดใหญ่เหลืออยู่
เวลา 11.30 น. วันที่ 18 เม.ย. 68 ที่ตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ที่ถล่มลงมา นายสุริยชัย รวิวรรณ ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะผู้บัญชาการเหตุการณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าการกู้ซากอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่พังถล่มว่า จากการดำเนินการเร่งรื้อถอนซากปรักหักพังพบว่ายอดความสูงล่าสุดเมื่อเวลา 9.00 น อยู่ที่ 12.45 เมตร ซึ่งจากการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ประกอบกับการขนเศษปูนเศษเหล็กออกจากพื้นที่มีความคืบหน้ากว่าวันแรกเป็นอย่างมาก จำนวนเที่ยวรถที่ขนเศษซากดังกล่าวเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัวจาก 176 เที่ยวเป็น 300 กว่าเที่ยว จึงเชื่อได้ว่าการลดความสูงของซากปรักหักพังจะเป็นไปตามเป้า
ขณะที่การค้นหาร่างของผู้สูญหายเมื่อวานนี้มีการพบร่างเพิ่มเติมที่บริเวณโซน C จำนวน 2 ร่างครึ่ง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างนำร่างไปพิสูจน์อัตลักษณ์ ที่นิติเวชโรงพยาบาลตำรวจและอยู่ระหว่างการรอผล โดยเจ้าหน้าที่ได้มีการปูพรมค้นหาผู้สูญหายต่อและพบร่างเพิ่มเติมที่โซน B เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทำให้ยอดการพบร่างผู้สูญหายรวมเป็นจำนวน 6 ร่างครึ่ง รวมถึงชิ้นส่วนมนุษย์ 14 ชิ้น นอกจากนี้ยังพบบัตรประจำตัวประชาชนอยู่ภายในพื้นที่เกิดเหตุ แต่เจ้าหน้าที่ได้นำออกมาตรวจพิสูจน์และยืนยันแล้วว่าเป็นของผู้ที่รอดชีวิต ส่วนเรื่องของโรงขนาดใหญ่ภายใต้ซากตึก เชื่อว่าขณะนี้ไม่มีเหลือแล้ว เพราะการถล่มของตึกเป็นลักษณะของการพังถล่มในแนวตั้งลงมาพร้อมกันทีเดียว และเศษซากที่ทับถมรวมกันมีน้ำหนักเป็นจำนวนมาก จนไม่น่ามีโพรงขนาดใหญ่เหลืออยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่ นายชัชชาติสิทธิพันธ์ผู้ว่าราชการกรุงเทพฯได้มีการไลฟ์ผ่าน Facebook ส่วนตัวว่าพบร่างของผู้สูญหายในลักษณะของการเกาะกันเป็นกลุ่มนั้น ยืนยันได้ว่าจากการ ที่พบร่างของผู้สูญหาย ที่บริเวณโซน C เมื่อคืนที่ผ่านมาและได้มีการค้นหาอย่างต่อเนื่อง มาที่บริเวณโซน B และพบร่างผู้สูญหายเมื่อเช้านี้ ซึ่งโซนดังกล่าวพบแผ่นปูนที่มีตัวเลขบอกเลขชั้น บริเวณชั้น 7-8 และมีราวจับบันได คล้ายกับลักษณะของปล่องบันไดหนีไฟ ทำให้เชื่อได้ว่าจากการคาดการณ์และการวิเคราะห์ว่าจะมีผู้สูญหายติดอยู่ที่บริเวณดังกล่าวตรงกับการคาดการณ์มาโดยตลอด
ส่วนปัญหาอุปสรรคในการทำงานในเรื่องของสภาพอากาศไม่มีปัญหา เครื่องจักรยังคงสามารถทำงานต่อได้ตามปกติ ส่วนแผนในการกู้ซากและกู้ชีพกู้ภัยยังคงดำเนินการตามแผนเดิมคือการสลับการใช้เครื่องจักร กับการสลับทีมกู้ภัยออกค้นหาผู้สูญหาย โดยคาดว่าการรื้อซากตึกที่ถล่มลงมานั้นจะเสร็จตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดคือสิ้นเดือน เม.ย. นี้
ขณะที่อุปสรรคเพิ่มเติมในปัจจุบันพบว่าพื้นที่ที่จะนำเศษเหล็กและเศษซากปูนไปไว้ที่สถานีกลางกรุงเทพฯอภิวัฒน์ พบว่าตอนนี้พื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างที่จะมีเศษซากดังกล่าวเต็มพื้นที่แล้ว โดยตอนนี้อยู่ระหว่างการขอประสานการใช้พื้นที่ด้านข้างเพิ่มเติม ส่วนในอนาคตจะต้องนำเศษซากดังกล่าวไปไว้ที่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับรัฐบาล เนื่องจากขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุที่เกิดตึกถล่ม เพราะจะต้องเก็บเศษซากต่างๆไว้เป็นหลักฐานก่อน ซึ่งหาก จบกระบวนการสืบสวนสอบสวนทางคดีแล้ว ก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าของทรัพย์สินในการดำเนินการเก็บรักษาหรือทิ้งซากปรักหักพัง
ทั้งนี้การทำงานกู้ซากจะมีการมอนิเตอร์ร่วมกันกับเจ้าหน้าที่หลายภาคส่วน รวมไปถึงมีทีมโดรนที่จะคอยถ่ายการทำงานอยู่ตลอดเวลา โดยหากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีชิ้นส่วนหรือเศษซากส่วนใดที่เป็นหลักฐานได้ก็จะให้เจ้าหน้าที่ทีมกู้ซากเป็นคนเก็บแล้วนำมาส่งให้กับกองอำนวยการ ส่วนการใช้เครื่องจักรหนักเข้าเจาะพื้นที่จะทำให้ตัวหลักหลักฐานมีความเสียหายหรือไม่นั้น ต้องบอกว่าการทำงานจะคำนึงถึงการค้นหาร่างผู้สูญหายเป็นหลัก
z-z1603487247937.jpg)